ตอนที่ 59 — แรงบีบอัดแห่งนิรันดร์
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากหู แต่มันสั่นสะเทือนผ่านกระดูกสันหลัง ราวกับโลกทั้งใบกำลังถูกบดเคี้ยวด้วยฟันเฟืองยักษ์ที่มองไม่เห็น Anwen รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เปลี่ยนจากจังหวะการเต้นของหัวใจ กลายเป็นเสียงคำรามของกลไกที่กำลังหมุนวนเพื่อสร้างระเบียบใหม่ เถาวัลย์โลหะที่เคยชอนไชอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้เริ่มขยับอย่างมีจังหวะจะโคน สอดประสานกับแสงสีฟ้าที่พุ่งพล่านขึ้นมาจากรอยแยก มันคือแรงดันจาก 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่ต้องการกำจัดความโกลาหลของสิ่งมีชีวิตให้สิ้นซาก
ทว่า... เหนือศีรษะขึ้นไป แสงสีฟ้าที่เคยส่องสว่างกลับถูกบดบังด้วยเงาทมิฬขนาดมหึมาที่ปกคลุมชั้นบรรยากาศ แรงกดดันจากเบื้องบนนั้นแตกต่างจากใต้ดิน มันไม่ได้มาในรูปแบบของจังหวะที่สม่ำเสมอ แต่มันมาในรูปแบบของความว่างเปล่าที่หนักอึ้ง ราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมาทับโลกให้แบนราบ เงาร่างลึกลับที่เคลื่อนที่อยู่บนฟากฟ้ากำลังตอบสนองต่อการตื่นขึ้นของเครื่องจักรใต้ดิน แรงดึงดูดระหว่าง 'สิ่งที่อยู่ข้างล่าง' และ 'สิ่งที่อยู่ข้างบน' กำลังบีบอัดเข้ามาที่จุดศูนย์กลางเพียงจุดเดียว—นั่นคือตัวเธอ
“อึก...!” Anwen กัดฟันจนได้กลิ่นคาวเลือดในปาก ความเจ็บปวดแล่นผ่านรอยจารึกบนหน้าอก ลามไปถึงไขสันหลัง มันเป็นความรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกฉีกออกเป็นอะตอม แล้วถูกอัดรวมกันใหม่ในพื้นที่ที่แคบลงเรื่อยๆ เธอรู้สึกได้ถึงความเปราะบางของกระดูกที่กำลังถูกบดขยี้ด้วยแรงดันอากาศที่บิดเบี้ยว แสงสีทองจากการต่อรองของเธอเริ่มริบหรี่ลง ท่ามกลางการรุกรานของแสงสีฟ้าจากใต้ดินและเงาทมิฬจากฟากฟ้า
สายตาของเธอพร่าเลือน ภาพของ Fin และ Granny Nessa ที่พยายามตะโกนเรียกเธออยู่ไกลออกไป กลายเป็นเพียงภาพเงาที่บิดเบี้ยวในม่านพลังงาน เธอเห็นความพยายามของมนุษย์ที่ไร้ความหมาย ทหารราชสำนักที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้เป็นเพียงเศษฝุ่นที่ถูกแรงบีบอัดพัดพาไปตามกระแสพลังงาน ขุนนางผู้ทะเยอทะยานกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ในมหาสมุทรแห่งการทำลายล้าง
‘เจ้าคือจุดตัด...’ เสียงกระซิบจากแกนกลางยังคงดังก้อง แต่มันเริ่มแปรเปลี่ยนไป มันไม่ได้นุ่มนวลอีกต่อไป แต่มันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงคำรามของแรงดัน ‘จงหลอมรวม... เพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับระเบียบ... ก่อนที่ความว่างเปล่าจะกลืนกินเจ้า...’
Anwen พยายามยึดเหนี่ยว 'ความเป็นตนเอง' ไว้เป็นครั้งสุดท้าย เธอจดจำความรู้สึกของน้ำหนักตัวที่เคยมี ความเหนื่อยล้าจากการกวาดพื้นโรงเตี๊ยมที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จใหม่หลังจากการพังทลายครั้งก่อน ความร้อนของไวน์ที่เคยดื่ม... สิ่งเหล่านี้คือสมอเรือเพียงอย่างเดียวที่รั้งไม่ให้จิตวิญญาณของเธอแตกสลายไปกับแรงบีบอัดนี้ แต่ทว่า สมอเรือนั้นกำลังจะขาดสะบั้นลง
ผิวหนังที่ข้อมือของเธอเปลี่ยนเป็นโลหะไปแล้วเกือบทั้งหมด ความรู้สึกสัมผัสเริ่มเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชืดและแข็งกระด้าง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็น 'ชิ้นส่วน' ของเครื่องจักรมากกว่าจะเป็น 'ผู้ควบคุม' แรงกดดันจากฟากฟ้าเริ่มบีบคั้นจนอากาศรอบตัวเริ่มกลายเป็นของแข็ง แสงสีฟ้าและเงาทมิฬกำลังขยับเข้าหากัน ราวกับคีมยักษ์ที่กำลังจะปิดลงตรงกลางจุดที่เธอยืนอยู่
ในวินาทีที่ความมืดมิดเริ่มปกคลุมสติสัมปชัญญะ และแรงบีบอัดกำลังจะทำให้ร่างเนื้อของเธอแตกสลายไปตลอดกาล Anwen สัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เย็นเยียบยิ่งกว่าแกนกลาง และทรงพลังยิ่งกว่าเงาทมิฬบนฟ้า มันคือความรู้สึกที่เหมือนกับความว่างเปล่าที่กำลังจ้องมองมาที่เธอจากความลึกที่มากกว่าเดิม—ความว่างเปล่าที่ไม่ได้ต้องการจัดระเบียบ แต่ต้องการ 'กลืนกิน' ทุกสิ่งให้หายไปจากตัวตน
“ข้า... ยังไม่...” Anwen พยายามจะเปล่งเสียง แต่มันกลับกลายเป็นเพียงเสียงโลหะเสียดสีกันที่แหบพร่า ในขณะที่โลกทั้งใบกำลังถูกบีบอัดให้เหลือเพียงจุดเดียว และเธอคือจุดนั้น
ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อแรงบีบจากทั้งสองทิศทางเริ่มปะทะกันที่จุดกึ่งกลางของร่างเธอ แสงสีทองที่เธอพยายามใช้เป็นเครื่องมือในการ 'ต่อรอง' เริ่มถูกบีบให้เล็กลงเรื่อยๆ ราวกับเปลวเทียนที่กำลังถูกขยี้ด้วยกำมือยักษ์ ความทรงจำของเธอ—กลิ่นขนมปังอบใหม่, เสียงหัวเราะของเด็กๆ, รสชาติของไวน์—กำลังถูกบีบอัดจนกลายเป็นเพียงหยดน้ำตาที่กลายเป็นโลหะไหลรินออกจากดวงตา
เธอเห็นเงาร่างของสิ่งมีชีวิตบนฟากฟ้าชัดขึ้นชั่วขณะ มันไม่ใช่เมฆ แต่มันคือบางสิ่งที่ดำมืดและมีขนาดมหึมาจนปกคลุมขอบฟ้าไปสิ้น และในขณะเดียวกัน ใต้ฝ่าเท้าเธอก็เปิดออกกว้าง เผยให้เห็นฟันเฟืองยักษ์ที่หมุนวนด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ แสงสีฟ้าจากแกนกลางพุ่งทะยานขึ้นมาประจันหน้ากับเงาทมิฬเบื้องบน
จุดตัดนั้นคือเธอ... Anwen คือสมอที่กำลังจะขาด คือรอยต่อที่กำลังจะแตกสลาย ความเป็นมนุษย์ของเธอกำลังถูกบดขยี้ระหว่าง 'ระเบียบอันสมบูรณ์แบบ' ของเครื่องจักร และ 'ความว่างเปล่าอันนิรันดร์' ของสิ่งที่อยู่บนฟากฟ้า
ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบ เธอเห็นความว่างเปล่าที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาหาเธอ มันไม่ใช่เพียงการทำลายล้าง แต่มันคือการลบเลือน... ลบเลือนทุกสิ่งให้หายไปจากประวัติศาสตร์ ไม่เหลือแม้แต่รอยจารึก ไม่เหลือแม้แต่ความเจ็บปวด
--- Anwen ตกอยู่ท่ามกลางวิกฤตสูงสุดเมื่อร่างกายของเธอถูกบีบอัดจากแรงดันมหาศาลระหว่างเครื่องจักรโบราณใต้ดินและสิ่งลึกลับจากฟากฟ้า จนเกือบจะสูญเสียตัวตนและร่างเนื้อไปอย่างสิ้นเชิง