← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 37免費

ตอนที่ 37 — เถาวัลย์โลหะและเสียงเพรียกจากความมืด

กลิ่นไหม้จางๆ ของกำมะถันและเหล็กเย็นเยียบยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ แม้เวลาจะผ่านไปหลายวันหลังจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ Anwen ยืนอยู่หน้าหน้าต่างบานเดิมที่มองออกไปเห็นทางหลวงสายหลัก แสงแดดอ่อนแรงของปลายฤดูใบไม้ร่วงในเดือนลีฟไรต์พยายามจะส่องสว่างผ่านม่านหมอกหนาทึบ แต่มันกลับดูหม่นแสงราวกับถูกบดบังด้วยเงาทมิฬที่มองไม่เห็น รอยจารึกที่ฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณหน้าอกและต้นแขนของเธอกำลังเต้นตุบ... มันไม่ใช่การเต้นของหัวใจ แต่มันคือจังหวะที่หนักแน่นและสม่ำเสมอ ราวกับว่าเธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรยักษ์ที่กำลังหายใจอยู่ใต้ฝ่าเท้า

"Mistress, ท่านดูซีดไปนะ" เสียงทุ้มต่ำของ Fin ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาพร้อมกับถาดไม้ที่มีซุปข้าวโอ๊ตควันฉุย เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่มักจะเงียบขรึมอยู่เสมอ บัดนี้ดวงตาของเขามีแววแห่งความกังวลที่ปิดไม่มิด "Granny Nessa บอกว่าถ้าท่านยังไม่ยอมกินอะไรบ้าง พืชผักในสวนที่เราเพิ่งปลูกใหม่จะเหี่ยวตายไปพร้อมกับท่าน"

Anwen พยักหน้าเบาๆ รับถาดซุปมา แต่นิ้วมือของเธอกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "ขอบใจมาก Fin ไปดูแลความเรียบร้อยที่คอกม้าเถอะ Rhys บอกว่าม้าบางตัวเริ่มมีท่าทีแปลกๆ"

ขณะที่ Fin เดินจากไป Anwen ก้มลงมองมือตัวเอง รอยจารึกใต้ผิวหนังเริ่มเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่พื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่ของรถม้า แต่มันคือแรงสั่นที่ลึกซึ้งและทรงพลัง... แรงสั่นที่ทำให้กระดูกในร่างกายของเธอส่งเสียงประท้วง

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหนังชั้นดีก็ดังขึ้นที่ระเบียงไม้หน้าโรงเตี๊ยม ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของนักเดินทางที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่เป็นจังหวะที่มั่นคงและเต็มไปด้วยอำนาจ Anwen รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก รอยจารึกของเธอตอบสนองอย่างรุนแรงจนเธอต้องกัดฟันกรอด

เซอร์ คาสเซียน ก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางสง่างามทว่าแฝงไปด้วยความคุกคาม ชุดเกราะเบาของเขาสะท้อนแสงไฟสลัวในโรงเตี๊ยม ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบๆ ห้องที่ยังคงมีร่องรอยของการซ่อมแซม "เจ้าดูเหมือนคนที่กำลังแบกโลกไว้ทั้งใบนะ Anwen"

"ข้าก็แค่เจ้าของโรงเตี๊ยมที่พยายามจะทำให้หลังคาไม่รั่วเท่านั้นเอง เซอร์ คาสเซียน" Anwen ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอพยายามซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ใต้ผ้ากันเปื้อน

"อย่าเล่นลิ้นกับข้า" คาสเซียนก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาปะทะกับกลิ่นดินและไม้เก่า "เจ้าเห็นมันแล้ว... สิ่งที่กำลังพยายามจะแทรกตัวขึ้นมาจากรอยแยกนั่น สิ่งที่ข้าเรียกว่า 'ความผิดปกติของธรรมชาติ' แต่เจ้า... เจ้าดูจะสนิทสนมกับมันมากกว่าใคร"

เขายื่นมือมาหมายจะแตะที่ต้นแขนของเธอ ตรงจุดที่รอยจารึกซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า Anwen ถอยหลังหลบโดยสัญชาตญาณ "ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ข้าแค่พยายามใช้ชีวิตปกติ"

"ชีวิตปกติงั้นหรือ?" คาสเซียนหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและไร้ความเมตตา "ในขณะที่เถาวัลย์โลหะประหลาดพวกนั้นกำลังชอนไชขึ้นมาทำลายรากไม้และทำลายสัตว์เลี้ยงในฟาร์มรอบๆ นี้ เจ้าบอกว่ามันคือชีวิตปกติงั้นหรือ? เจ้ากำลังถือครองกุญแจของสิ่งที่อาจจะทำลายราชอาณาจักรนี้ได้ และข้าจะไม่ยอมให้กุญแจนั้นอยู่ในมือของผู้หญิงที่ควบคุมแม้แต่ความสงบของตัวเองไม่ได้"

ก่อนที่การโต้เถียงจะดำเนินไปมากกว่านี้ พื้นดินก็กระชากอย่างรุนแรง! เสียงครืนดังสนั่นมาจากใต้ดิน ราวกับมีอสุรกายยักษ์กำลังพลิกตัวอยู่เบื้องล่าง แจกันบนโต๊ะตกลงมาแตกกระจาย แก้วไวน์ที่วางอยู่สั่นสะเทือนจนร่วงลงพื้น Anwen ทรุดตัวลงคุกเข่า มือทั้งสองข้างกุมหน้าอกไว้แน่น รอยจารึกที่ผิวหนังของเธอตอนนี้ไม่ได้แค่เต้น แต่มันกำลังเผาไหม้

"มันมาแล้ว!" คาสเซียนตะโกนสั่งการทหารที่ยืนรออยู่ด้านนอก "เตรียมอาวุธ! ปิดล้อมพื้นที่นี้ไว้!"

Anwen พยายามพยุงตัวขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่แค่ดินที่แยกออก แต่มันคือเถาวัลย์โลหะสีดำขลับที่มีความมันวาวราวกับอัญมณีต้องแสง มันไม่ได้เติบโตอย่างช้าๆ เหมือนพืชทั่วไป แต่มันกำลัง 'งอก' ออกมาด้วยความเร็วที่น่าสยดสยอง เถาวัลย์เหล่านั้นมีลักษณะคล้ายเส้นลวดที่พันเกลียวกันอย่างซับซ้อน และมันกำลังชอนไชผ่านรอยแตกของพื้นดินขึ้นมาสู่ผิวดิน ราวกับนิ้วมือของปีศาจที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากนรก

เถาวัลย์เหล่านั้นไม่ได้หยุดแค่ที่พื้นดิน แต่มันเริ่มเลื้อยพันรอบต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้โรงเตี๊ยม เสียงกิ่งไม้หักดังเปรี้ยะๆ สลับกับเสียงโลหะเสียดสีกันอย่างน่าขนลุก พืชพรรณที่เคยเขียวขจีกลับกลายเป็นสีเทาและแห้งเหี่ยวลงในพริบตาเมื่อเถาวัลย์โลหะสัมผัส

"Anwen! เจ้าต้องบอกข้า!" คาสเซียนคว้าไหล่ของเธอ กระชากให้เธอสบตาเขา "มันกำลังตอบสนองต่อเจ้าใช่ไหม? รอยจารึกนั่น... มันคือเครื่องนำทางให้พวกมัน!

"ข้า... ข้าควบคุมมันไม่ได้!" Anwen ตะโกนตอบ ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงกรีดร้องของสัตว์เลี้ยงในฟาร์มใกล้เคียงดังแว่วมาตามลม เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด

ทันใดนั้น เถาวัลย์โลหะเส้นหนึ่งที่ดูเหมือนหนวดขนาดใหญ่พุ่งพรวดขึ้นมาจากรอยแยกหน้าประตูโรงเตี๊ยม มันฟาดเข้ากับบานประตูไม้จนแตกละเอียด แรงกระแทกทำให้ฝุ่นคลุ้งไปทั่วห้องโถง Anwen เห็นมันขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต มันไม่ได้เคลื่อนที่ตามแรงโน้มถ่วง แต่มันเคลื่อนไหวตามจังหวะการสั่นสะเทือนของเครื่องจักรใต้ดิน

ในความโกลาหลนั้น Anwen สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่มากกว่าความกลัว มันคือเสียงเรียก... เสียงกระซิบที่ไม่ได้ผ่านทางหู แต่ผ่านทางรอยจารึกในร่างของเธอ มันบอกว่าสิ่งที่กำลังขึ้นมาไม่ใช่ศัตรู แต่มันคือ 'ส่วนประกอบ' ที่ขาดหายไปของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

"ถอยไป!" คาสเซียนชักดาบออกมา แสงจากปลายดาบสะท้อนกับความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา "ทหาร! จัดแนวรบ! อย่าให้ไอ้สิ่งประหลาดนี่เข้ามาในโรงเตี๊ยมได้!"

แต่ทหารเหล่านั้นดูจะตื่นตระหนก เมื่อเถาวัลย์โลหะเริ่มแผ่ขยายออกไปเป็นเครือข่าย ราวกับใยแมงมุมโลหะที่ครอบคลุมพื้นที่รอบโรงเตี๊ยม Anwen มองเห็นเถาวัลย์เหล่านั้นไม่ได้เพียงแค่ทำลาย แต่พวกมันกำลัง 'เชื่อมต่อ' สิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ต้นไม้ ดิน และแม้แต่ซากปรักหักพังของโรงเตี๊ยม

สายตาของเธอเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกหนาตรงชายป่า... ชายปริศนาคนเดิมที่เคยเตือนเธอ เขายืนอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะชี้มือมาที่รอยจารึกบนแขนของเธอ แล้วหายลับไปในม่านหมอก

แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกิดขึ้น พลังงานสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากรอยแยกใต้ดิน ส่งแรงอัดมหาศาลจน Anwen ล้มลงกับพื้น ความเจ็บปวดจากการถูกเผาไหม้ที่รอยจารึกทวีความรุนแรงจนเธอแทบสิ้นสติ ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เธอเห็นภาพนิมิต... ภาพของฟันเฟืองขนาดมหึมาที่กำลังหมุนวน และเสียงคำรามของเครื่องจักรที่กำลังจะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์

เถาวัลย์โลหะเส้นหนึ่งเลื้อยเข้ามาใกล้เธอ มันไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจม แต่มันกลับค่อยๆ พันรอบข้อมือของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังทักทายเจ้าของที่แท้จริง

"Anwen! หนีไป!" เสียงของ Fin ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ท่ามกลางเสียงโลหะกระทบกันและเสียงตะโกนสั่งการของทหาร

แต่ Anwen ไม่สามารถขยับได้ ร่างกายของเธอหนักอึ้ง และรอยจารึกในตัวเธอก็เริ่มส่งเสียงเพลงที่เยือกเย็นและทรงพลังออกมา... เพลงแห่งการเริ่มต้นของยุคสมัยแห่งความล่มสลาย

--- Anwen ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่ารอยจารึกในตัวเธอคือตัวนำทางให้เถาวัลย์โลหะประหลาดพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดิน ขณะที่เซอร์ คาสเซียนพยายามจะควบคุมสถานการณ์ด้วยกำลังทหาร ท่ามกลางการตื่นขึ้นของเครื่องจักรโบราณที่กำลังเปลี่ยนโลกใบนี้ไปตลอดกาล