ตอนที่ 36 — ดวงตาจากความว่างเปล่าและพันธนาการที่แตกสลาย
ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมห้องโถงใต้ดินอันกว้างขวาง เสียงลมหายใจที่หอบถี่ของ Anwen เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ รอยจารึกบนหน้าอกของเธอยังคงแผ่ความร้อนรุ่มราวกับถ่านที่คุกรุ่น แต่มันไม่ใช่ความร้อนที่เผาไหม้ผิวหนัง มันเป็นความร้อนที่สั่นสะเทือนเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ทุกครั้งที่แสงสีฟ้าจากรอยแยกวูบไหว หัวใจของเธอก็เต้นผิดจังหวะตามไปด้วย
ขุนนางหนุ่มผู้นั้นยังคงยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ชุดคลุมสีน้ำเงินขลิบทองของเขาดูสกปรกและขาดวิ่นจากการปะทะ แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววแห่งความทะเยอทะยานที่บิดเบี้ยว เขาไม่ได้มองดูความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่มองดู 'โอกาส' ที่กำลังจะมาถึง "ส่งมันมา Anwen! กุญแจดอกนี้ต้องเป็นของราชสำนัก!" เขาตะโกน เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความบ้าคลั่งที่ผสมปนเปกับความกลัว
"กุญแจงั้นหรือ?" Anwen เค้นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกรวดที่ถูกบดขยี้ "ท่านกำลังพูดถึงกุญแจที่เปิดประตูสู่สุสานของโลกใบนี้ ท่านเรียกความพินาศว่าโอกาสงั้นหรือ!"
ทันใดนั้นเอง ความเงียบที่น่าอึดอัดก็ถูกฉีกกระชากด้วยเสียง ตึก... ตึก... ตึก... มันไม่ใช่เสียงฝีเท้า แต่มันคือเสียงกระแทกจากส่วนลึกที่สุดของโลก เป็นจังหวะที่หนักแน่นและทรงพลังจนเพดานหินด้านบนเริ่มสั่นสะเทือน ฝุ่นผงและเศษหินร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะสีดำ ทหารราชสำนักที่เหลืออยู่ต่างพากันล้มระเนระนาด บ้างก็พยายามจะชักดาบ บ้างก็พยายามจะคลานหนีไปทางทางเดินที่มืดมิด
แต่ไม่มีใครหนีพ้น แสงสีฟ้าจากแกนพลังงานที่เคยสงบนิ่งมานานนับศตวรรษ—หลังจากที่มันเคยผ่านการตื่นขึ้นและกลับเข้าสู่สภาวะหลับใหลมาหลายครา—บัดนี้มันกำลังส่งเสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากอากาศ แต่มันคือเสียงของโลหะมหาศาลที่บดขยี้กันอยู่ใต้เปลือกโลก รอยแยกที่เคยเป็นเพียงรอยร้าวเล็กๆ บัดนี้ขยายตัวกว้างขึ้น เผยให้เห็นฟันเฟืองยักษ์ที่ทำจากวัสดุประหลาดซึ่งดูเหมือนจะผสมผสานระหว่างหินและแสงสว่าง
เงาร่างสีครามเริ่มไหลทะลักออกมาจากรอยแยกนั้น พวกมันไม่ได้มีรูปร่างที่แน่นอน แต่มันเหมือนกับกลุ่มหมอกควันที่มีมวลสารและมีความหิวโหย ร่างแรกพุ่งเข้าหาทหารที่อยู่ใกล้ที่สุด เสียงเกราะโลหะถูกฉีกกระชากดัง แคร้ง! ก่อนที่ร่างนั้นจะถูกดูดหายเข้าไปในความมืดมิดของเงาสีคราม ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว
Anwen รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่กระชากร่างของเธอไปทางรอยแยก รอยจารึกที่หน้าอกของเธอเริ่มแผ่รัศมีสีขาวโพลนออกมา มันไม่ได้เพียงแค่ตอบสนอง แต่มันกำลัง 'เชื่อมต่อ' เธอเข้ากับเครื่องจักรโบราณเหล่านี้ เธอเห็นภาพนิมิตที่ซ้อนทับกับความจริง—ภาพของเมืองที่รุ่งโรจน์ซึ่งล่มสลายลงเพราะความพยายามที่จะควบคุมพลังงานที่เกินความเข้าใจ และภาพของหญิงสาวปริศนาที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงนั้น... หญิงสาวที่ดูเหมือนจะเป็นทั้งผู้เฝ้ามองและเหยื่อของวงจรนี้
"หยุดนะ!" ขุนนางหนุ่มพุ่งเข้าหา Anwen เขาไม่ได้ต้องการจารึกอีกต่อไป แต่เขาต้องการหยุดยั้งไม่ให้เธอทำลาย 'อำนาจ' ที่เขากำลังจะครอบครอง มือของเขาเอื้อมหมายจะคว้าตัวเธอท่ามกลางพายุของเศษหินและแสงสีฟ้า
ทว่าก่อนที่เขาจะถึงตัวเธอ พลังงานจากรอยจารึกก็ระเบิดออก! มันไม่ใช่การระเบิดที่ทำลายล้างด้วยไฟ แต่มันคือคลื่นกระแทกของแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่ผลักดันทุกสิ่งรอบตัวออกไป แสงนั้นสว่างจ้าจนทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลน Anwen รู้สึกเหมือนร่างกายของเธอถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบขึ้นใหม่ในชั่วพริบตา เธอได้ยินเสียงหนึ่ง... ไม่ใช่เสียงตะโกนของทหาร หรือเสียงคำรามของเงา แต่มันคือเสียงกระซิบที่นุ่มนวลและเศร้าสร้อยที่ดังขึ้นในจิตวิญญาณของเธอ
‘อย่าให้พวกเขา... สถาปนาพันธนาการใหม่...’
เมื่อแสงจางลง ความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าเดิมก็เข้าปกคลุม Anwen ล้มลงบนพื้นหินที่ชุ่มไปด้วยโคลนและเลือด เธอพยายามพยุงตัวขึ้นด้วยแขนที่สั่นเทา สายตาของเธอมองผ่านความมืดไปยังสิ่งที่เหลืออยู่ ขุนนางผู้นั้นล้มลงไปกองกับพื้น ร่างกายของเขาดูเหมือนถูกแรงกระแทกอย่างหนัก ทว่าสิ่งที่ทำให้ Anwen ต้องหยุดลมหายใจคือสิ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่รอบๆ รอยแยก
มันไม่ใช่แค่เงาร่างสีครามธรรมดา แต่มันคือสิ่งที่ดูเหมือน 'ประตู' ที่เปิดออกสู่ความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต และจากประตูนั้น สิ่งที่ดูเหมือนดวงตานับพันคู่ที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ กำลังจ้องมองลงมายังโลกเบื้องบน... ดวงตาเหล่านั้นไม่ได้มองด้วยความโกรธแค้น แต่มันมองด้วยความว่างเปล่าที่ลึกซึ้ง และดวงตาเหล่านั้นทั้งหมด... กำลังจับจ้องมาที่เธอเพียงผู้เดียว
Anwen รู้ดีว่าความสงบสุขที่เธอเคยโหยหาในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้ตายลงไปพร้อมกับความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา และตอนนี้ เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เจ้าของโรงเตี๊ยมที่พยายามรักษาความยุติธรรมอีกต่อไป แต่เธอคือเป้าหมายเดียวของสิ่งลึกลับที่กำลังจะเปลี่ยนโลกใบนี้ให้กลายเป็นสุสานแห่งแสงสีฟ้า
--- Anwen เผชิญกับการระเบิดพลังงานจากรอยจารึกที่ผลักดันขุนนางและทหารออกไป ทว่าเธอต้องพบกับดวงตานับพันคู่ที่จ้องมองมาจากประตูแห่งความว่างเปล่าที่เปิดออกเหนือรอยแยกเครื่องจักรโบราณ