← 章節目錄

The Glass Library

章節 131免費

ตอนที่ 131 — การขยายตัวของรอยแยกในห้องแห่งการสำรวจ

“หยุดขยับผลึกแก้วแบบนั้นเดี๋ยวนี้ เซเลสเทน! ถ้าค่าความเข้มแสงแกว่งเกินสิบไมครอน รอยแยกนั่นจะกลืนเอาโต๊ะเขียนหนังสือของเราเข้าไปด้วย!” เอเลียสตะโกนก้อง เสียงของเขาแหบพร่าขณะที่พยายามยึดขอบโต๊ะไม้โอ๊กเอาไว้แน่น

“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันแกว่ง! แต่มันไม่ใช่ความผิดของฉันนะเอเลียส ดูนี่สิ พลังงานจากรอยแยกมิติมันไม่ได้ไหลเป็นเส้นตรง แต่มันหมุนวนเหมือนพายุทราย!” เซเลสเทนตอบกลับด้วยน้ำเสียงรัวเร็ว มือของเธอสั่นเทาขณะบังคับแท่งผลึกแก้วที่กำลังเปล่งแสงสีฟ้าจัดจ้าน แสงนั้นไม่ได้แค่สว่าง แต่มันกำลัง ‘สั่น’ จนเกิดเสียงหวีดแหลมในอากาศ

ฉันยืนอยู่หลังชั้นหนังสือ พยายามประเมินสถานการณ์ด้วยสายตาที่พยายามไม่ให้ตื่นตระหนก รอยแยกมิติที่มาสเตอร์เอเดรียนทิ้งไว้ในตำราประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นแค่รูโหว่ในอากาศ แต่มันกำลัง ‘สร้าง’ อะไรบางอย่าง เซเลสเทนใช้ ‘แสงสะท้อนของกาลเวลา’ ผสานกับพลังงานที่พ่นออกมาจากรอยแยกนั้นเพื่อสร้างขอบเขตที่เรียกว่า ‘ห้องแห่งการสำรวจ’ แต่มันดูเหมือนห้องที่สร้างจากเศษเสี้ยวของดวงดาวมากกว่าจะเป็นห้องสมุดในเอลเดอร์เมียร์

“บรอนเวน! ช่วยดูค่าดัชนีการสะท้อนหน่อย!” เซเลสเทนหันมาหาฉัน ใบหน้าของเธอซีดเผือดท่ามกลางแสงวาบ

ฉันก้าวเข้าไปใกล้ ข้ามกองตำราที่กระจัดกระจาย “ผลึกแก้วกำลังรับภาระหนักเกินไป เซเลสเทน ความเข้มข้นของแสงสะท้อนกำลังสร้างโครงสร้างเสมือนจริงขึ้นมา มันไม่ใช่แค่การกักเก็บข้อมูล แต่มันกำลังสร้าง... ความฝัน”

“ความฝันงั้นเหรอ? บรอนเวน เธอพูดจาเลอะเทอะเหมือนพวกกวีในราชสำนักแล้วนะ” เอเลียสขัดขึ้น พลางถอนหายใจยาวเหยียดขณะที่พยายามจัดระเบียบปากกาขนนกที่กระเด็นไปคนละทิศละทาง “เราต้องกักเก็บข้อมูลจากรอยแยกนี้ ไม่ใช่มานั่งจินตนาการเรื่องความฝันไร้สาระ!”

“มันไม่ใช่จินตนาการ เอเลียส ดูที่พื้นนั่นสิ” ฉันชี้ไปที่พื้นห้องที่ตอนนี้ดูเหมือนผิวน้ำที่กำลังกระเพื่อม แสงสะท้อนจากผลึกแก้วไม่ได้สะท้อนภาพเพดานห้อง แต่มันสะท้อนภาพทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่ฉันไม่เคยเห็นในแผนที่เล่มไหนของ Castellane “แสงสะท้อนของกาลเวลากำลังเปลี่ยนข้อมูลดิบให้กลายเป็นรูปธรรม มันกำลังสร้างโลกที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากสิ่งที่เรียกว่าความหวัง”

เซเลสเทนหยุดมือชั่วคราว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “ความหวัง? เธอหมายถึงความหวังของใคร? ของมาสเตอร์เอเดรียน? หรือของคนในบันทึกเก่าแก่ที่พูดถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก?”

“นั่นแหละคือปัญหา” ฉันตอบพลางขยับเข้าไปใกล้ขอบเขตของห้องแห่งการสำรวจ “ความหวังมักจะมาพร้อมกับความคาดหวังที่ผิดเพี้ยน และเมื่อความหวังกลายเป็นพลังงานที่จับต้องได้ มันจะสร้างภาพลวงตาที่ใหญ่โตจนกลบความเป็นจริงทั้งหมด”

ทันใดนั้น แสงในห้องก็เปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีทองอร่าม ภาพนิมิตที่เซเลสเทนเจอเมื่อครู่เริ่มขยายตัวออก มันไม่ใช่แค่ภาพในหัว แต่มันเริ่มมีน้ำหนัก มีกลิ่นอายของดินหลังฝนตก และมีเสียงกระซิบที่ดังมาจากทุกทิศทาง เซเลสเทนทรุดลงกับพื้น มือยังคงกำผลึกแก้วไว้แน่น “มันเรียกชื่อฉัน... บรอนเวน มันเรียกชื่อฉันจากข้างในนั้น!”

“ถอยออกมา เซเลสเทน!” ฉันคว้าไหล่เธอไว้ แต่แรงดึงดูดจากรอยแยกนั้นมหาศาลเกินไป ฉันเห็นภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในนิมิตนั้น เมืองที่ไม่มีความขัดแย้งระหว่างสำนักอาลักษณ์และราชสำนัก เมืองที่ความรู้ถูกใช้เพื่อสร้างสรรค์ไม่ใช่เพื่อควบคุมอำนาจ

“มันคือความฝันที่สมบูรณ์แบบเกินไป” เอเลียสพึมพำ เสียงของเขาไม่ได้ดูเคร่งครัดเหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “ถ้าเรายอมรับความฝันนี้ เราจะสูญเสียความจริงที่เรามีอยู่หรือไม่?”

ฉันจ้องมองเข้าไปในใจกลางของแสงสว่างนั้น และในวินาทีนั้นเอง ฉันก็ได้เข้าใจ สิ่งที่ขับเคลื่อนรอยแยกนี้ไม่ใช่เพียงแค่พลังงานเวทมนตร์ แต่มันคือการยอมรับ ความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้เกิดจากการปฏิเสธความทุกข์ยากในปัจจุบัน แต่มันคือการยอมรับความจริงที่โหดร้ายเพื่อที่จะสร้างฐานรากที่มั่นคงสำหรับอนาคต

นิมิตนั้นเริ่มนิ่งสงบลง แต่มันไม่ได้หายไป มันกลายเป็นโครงสร้างที่มั่นคงเหมือนสถาปัตยกรรมที่มองไม่เห็น แผนผังเทคโนโลยีของเอเดรียนเริ่มปรากฏชัดขึ้นในรูปแบบของแสงสามมิติที่ลอยอยู่เหนือโต๊ะ มันเชื่อมโยงกับคำทำนายเรื่องราชินีอย่างสมบูรณ์แบบ

“มันกำลังเกิดขึ้น...” เซเลสเทนกระซิบ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความตื่นเต้นที่ปนไปด้วยน้ำตา “ยุคแห่งความสมบูรณ์... มันไม่ได้อยู่ในบันทึกเก่าแก่ แต่มันกำลังถูกสร้างขึ้นตรงหน้าเรา”

ฉันมองดูรอยแยกที่เคยดูเหมือนพายุ บัดนี้มันกลายเป็นประตูที่เปิดออกสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ แสงสีทองยังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย และในใจกลางของความสว่างนั้น ฉันเห็นเงาร่างของบางสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของ Castellane ไปตลอดกาล

“เอเลียส เตรียมบันทึกแสง” ฉันสั่งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เราไม่ได้กำลังดูความฝัน แต่เรากำลังดูจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์หน้าใหม่”

เสียงเพล้งดังขึ้นเมื่อผลึกแก้วของเซเลสเทนแตกร้าวจากการแบกรับพลังงานมหาศาล แต่แทนที่แสงจะดับลง มันกลับพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดาน กลายเป็นเสาแสงที่เจาะทะลุผ่านหลังคาห้องสมุดขึ้นไปสู่ท้องฟ้าของเอลเดอร์เมียร์

--- บรอนเวนและเพื่อนๆ ค้นพบว่ารอยแยกมิติที่เกิดจากเทคโนโลยีของเอเดรียนไม่ได้แค่พ่นวัตถุออกมา แต่กำลังสร้างโลกจำลองที่ยิ่งใหญ่จากพลังแห่งความหวังและการยอมรับความจริง ซึ่งเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นยุคสมัยใหม่ตามคำทำนาย