← 章節目錄

The Glass Library

章節 130免費

ตอนที่ 130 — การติดตั้งห้องแห่งการสำรวจกลางรอยแยกมิติ

“เซเลสเทน! ถอยออกมาจากแท่นผลึกเดี๋ยวนี้!” เสียงของเอเลียสตะโกนก้องผ่านเสียงครืนครานของมิติที่กำลังบิดเบี้ยว เขายันตัวขึ้นจากพื้นหินอ่อน พยายามจัดระเบียบเสื้อคลุมอาลักษณ์ที่หลุดลุ่ยจากการสั่นสะเทือน “เราไม่ได้ตกลงกันว่าจะเปิดรอยแยกนี้เพื่อดูว่ามีอะไรพ่นออกมาจากช่องว่างนั่น!”

ฉันไม่ได้หันไปมองเขา มือทั้งสองข้างยังคงสั่นเทาขณะที่พยายามประคอง ‘คริสตัลสะท้อนแสงกาลเวลา’ ที่ตอนนี้มีสีม่วงเข้มสลับดำคล้ายหมึกที่หยดลงในน้ำใส “มันไม่ใช่แค่การเปิดรอยแยก เอเลียส! มันคือการเสียสมดุลของกระแสข้อมูล!” ฉันตะโกนตอบ เสียงของฉันแข่งกับเสียงวัตถุประหลาดที่ตกลงมากระแทกพื้นห้องสมุดดัง เคร้ง! วัตถุนั้นดูเหมือนทรงกลมโลหะที่หมุนวนอยู่รอบตัวเองโดยไม่มีแกนกลาง มันดูไม่เหมือนเทคโนโลยีใดๆ ที่สำนักอาลักษณ์เคยบันทึกไว้

บรอนเวนขยับเข้ามาใกล้ซากวัตถุนั้น เธอไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเหมือนเราสองคน เธอเพียงแค่ใช้ปลายเท้าเขี่ยเศษโลหะที่กระเด็นมาติดชายกระโปรงของเธอ “มันไม่ใช่อาวุธ” บรอนเวนพูดสั้นๆ สายตาคมกริบจ้องมองรอยแยกที่ยังคงพ่นละอองแสงสีดำออกมา “มันคือข้อมูลที่ยังไม่ได้ถูกเขียน”

“ข้อมูลที่ยังไม่ได้ถูกเขียนงั้นเหรอ? นั่นมันเป็นไปไม่ได้ตามกฎของอาลักษณ์แสง!” เอเลียสถอนหายใจยาวพลางยกมือขึ้นนวดขมับ “ทุกอย่างต้องมีต้นฉบับ ทุกอย่างต้องมีที่มา หากข้อมูลปรากฏขึ้นโดยไม่มีบันทึกรองรับ มันคืออาชญากรรมทางเวทมนตร์ระดับสูงสุด”

“แต่ดูนี่สิ!” ฉันชี้ไปที่แบบแปลนล้ำสมัยที่มาสเตอร์เอเดรียนซ่อนไว้ ซึ่งตอนนี้กำลังเรืองแสงตอบรับกับรอยแยกมิติ “มันเชื่อมโยงกับคำทำนายในบันทึกเก่าแก่ที่บรอนเวนเจอ... คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก แสงสีดำที่บรอนเวนบอกว่ามันไม่ได้ทำลายแสง แต่มันรวมเข้ากับแสงสะท้อนของกาลเวลา... มันกำลังสร้างสิ่งที่บันทึกแบบเดิมทำไม่ได้!”

ฉันรู้ดีว่าสิ่งที่ฉันกำลังจะทำมันเสี่ยงแค่ไหน แต่ความกระหายที่จะเข้าใจความลึกลับนี้มันมีมากกว่า ฉันเริ่มขยับนิ้วไปตามร่องของผลึกแก้ว ปรับจังหวะการไหลเวียนของแสงให้สอดคล้องกับแรงสั่นสะเทือนของรอยแยก “เซเลสเทน อย่า!” เอเลียสเตือน แต่ฉันไม่ฟัง ฉันต้องใช้ ‘แสงสะท้อนของกาลเวลา’ ที่เพิ่งปรับสมดุลใหม่นี้เป็นตัวกลาง

ฉันเริ่มร่ายกลไกทางเทคนิคผ่านผลึกแก้ว “ปรับความถี่แสงที่ 450 นาโนเมตร... เพิ่มแรงดันพลังงานจากแกนกลางผลึกอีกสองส่วน... ดึงเอาแสงสะท้อนที่ถูกบิดเบือนจากเงาสีดำมาเป็นตัวนำ!” ฉันพูดรัวเร็วราวกับเครื่องจักร กลไกของผลึกแก้วใต้ฝ่ามือฉันเริ่มส่งเสียงหึ่งๆ ความร้อนแผ่ซ่านออกมาจนฉันรู้สึกได้ถึงผิวหนัง

“เธอกำลังจะทำอะไร?” บรอนเวนถาม เสียงของเธอเรียบเฉยแต่ฉันสัมผัสได้ถึงความระแวดระวัง

“สร้างพื้นที่จัดเก็บ!” ฉันตอบโดยไม่ละสายตาจากแสงที่กำลังหมุนวน “ถ้าเราไม่สร้างที่รองรับข้อมูลที่พ่นออกมาจากมิตินี้ มันจะทำลายห้องสมุดทั้งหมดของเอลเดอร์เมียร์ เราต้องสร้าง ‘ห้องแห่งการสำรวจ’ ขึ้นมากลางรอยแยกนี้ เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้มีที่อยู่และถูกจัดระเบียบได้!”

ฉันขยายวงแหวนแสงออกไป กวาดเอาละอองข้อมูลสีดำและแสงสีขาวที่ตีกันยุ่งเหยิงให้เข้ามาอยู่ในอาณาเขตที่ฉันกำหนด ข้อมูลบางอย่างดูเหมือนจะเป็นความลับที่จักรวาลไม่ต้องการให้ใครเห็น มันพยายามจะดิ้นรนออกจากวงแหวนแสงของฉัน ราวกับมีชีวิต มีความต้านทานที่รุนแรงจนผลึกแก้วในมือฉันเริ่มร้าว

“มันแรงเกินไป!” เอเลียสพยายามเข้ามาช่วยประคองแท่นผลึก แต่ฉันผลักเขาออกเบาๆ “ไม่ได้! ถ้าหยุดตอนนี้ รอยแยกจะถล่มและกลืนเราเข้าไป!”

ฉันรวบรวมสมาธิทั้งหมด กดพลังงานครั้งสุดท้ายลงไปในจุดที่แสงสะท้อนของกาลเวลาตัดกับเงาสีดำ ฉันใช้หลักการสมดุลที่มาสเตอร์เอเดรียนทิ้งไว้ในแบบแปลนมาเป็นตัวกำกับ ฉันไม่ได้พยายามจะกำจัดสีดำ แต่ฉันกำลังสอนให้มัน ‘สะท้อน’ แสง

เปรี้ยง!

แสงสว่างวาบจนมองไม่เห็นสิ่งใด เสียงระเบิดของมิติไม่ได้ดังเหมือนการทำลายล้าง แต่ดังเหมือนเสียงพลิกหน้ากระดาษขนาดมหึมา เมื่อฉันลืมตาขึ้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่รอยแยกที่บ้าคลั่งอีกต่อไป

มันคือโดมโปร่งแสงขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือพื้นห้องสมุด ภายในโดมนั้นไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันเต็มไปด้วย ‘ข้อมูล’ ที่ลอยละล่องอยู่เหมือนดวงดาวในจักรวาล มีทั้งภาพจำลองของดวงดาวที่ไม่มีในแผนที่โลก มีเส้นสายของเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น และมีโครงสร้างทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่อาลักษณ์คนใดจะเคยจดบันทึก

“พระเจ้า...” เอเลียสพึมพำ เขาลดมือลงและมองดูความอัศจรรย์ตรงหน้าด้วยสายตาที่สั่นเครือ “นี่มัน... ข้อมูลที่ไร้ที่มา แต่มันกลับมีความเป็นระเบียบอย่างน่าประหลาด”

บรอนเวนเดินเข้าไปใกล้ขอบโดม เธอมองดูวงแหวนข้อมูลที่หมุนวน “มันไม่ใช่แค่ห้องเก็บของ แต่มันคือหน้าต่างสู่สิ่งที่เราไม่เคยรู้จัก”

ฉันทรุดตัวลงนั่งข้างแท่นผลึกที่ตอนนี้เย็นชืดลงแล้ว เหงื่อไหลโซมกาย แต่หัวใจกลับพองโต “ห้องแห่งการสำรวจ... ฉันทำสำเร็จแล้ว ฉันสร้างสถานที่ที่จะทำให้เราเรียนรู้เรื่องจักรวาลได้โดยไม่ต้องกลัวการล่มสลายของมิติ”

แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะยิ้มออกมา ข้อมูลชิ้นหนึ่งที่ลอยอยู่ตรงหน้าฉันกลับเปลี่ยนสีเป็นสีแดงเข้ม มันสั่นไหวรุนแรงและเริ่มฉายภาพของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่กำลังล่มสลาย ภาพนั้นไม่ได้เป็นเพียงบันทึก แต่มันกำลังขยับและส่งเสียงเรียกชื่อของฉันออกมาจากภายในโดมนั้น

“เซเลสเทน... ช่วยข้าด้วย...” เสียงนั้นไม่ได้มาจากอากาศ แต่ดังมาจากข้างในหัวของฉันเอง

--- เซเลสเทนใช้แสงสะท้อนของกาลเวลาและพลังจากรอยแยกมิติสร้าง 'ห้องแห่งการสำรวจ' เพื่อกักเก็บข้อมูลลึกลับจากจักรวาล แต่เธอกลับพบภาพนิมิตปริศนาที่เรียกชื่อเธอจากภายในข้อมูลนั้น