← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 96Free

ตอนที่ 96 — เสียงระฆังเรือที่ท่าเรือเก่า

เสียงน้ำกระทบกราบเรือดังกระทบหูแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเรือไม้ที่เปียกชื้น กลิ่นดินโคลนและไอเกลือจางๆ ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำที่กำลังลดระดับลงตามกฎแห่งกระแสน้ำที่เธอคุ้นเคย เธอหายใจเข้าลึก พยายามสลัดความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีเรือตรวจการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนทิ้งไป ทุกอย่างดูเงียบสงบเหลือเกิน เงียบเสียจนเธอเกือบจะเชื่อว่าความวุ่นวายทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นเพียงฝันร้าย

“กลับมาถึงเสียทีนะ” เสียงแหบพร่าของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นมาจากแฝงตัวอยู่ใต้ถุนเรือนแพ รินหันไปมอง เขาคือลุงมั่น คนพายเรือเก่าแก่ที่คอยส่งเสบียงให้เธอในช่วงที่ต้องหลบซ่อน “ทางน้ำฝั่งตะวันออกเปิดกว้างแล้ว ลุงบอกแล้วว่าไม่มีใครทำอะไรเราได้ถ้าชาวบ้านเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนคราวนั้น”

“มันจบแล้วจริงๆ ใช่ไหมลุง?” รินถามพลางกระชับสายคาดเอวที่บรรจุมีดเดินป่าเล่มคม เธอพยายามทำเสียงให้มั่นใจเหมือนตอนที่กำลังสั่งการลูกเรือ แต่ในใจกลับสั่นไหว “นายหัวเดชาถูกจับไปแล้ว แผนผังเขื่อนนั่นก็ถูกเผาทิ้งไปต่อหน้าต่อตาพวกมัน”

“จบสำหรับพวกหน้าเลือด แต่ไม่จบสำหรับพวกเราหรอกแม่หนู” ลุงมั่นหัวเราะในลำคอ พลางชี้ไปที่กลุ่มเรือนแพที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ “ดูนั่นสิ ชาวบ้านกลับมาต่อเติมแพกันตามปกติแล้ว ไม่มีเสียงตะโกนด่าทอ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์เรือตรวจการณ์ที่น่ารำคาก นั่นแหละคือความสงบที่แท้จริง”

รินมองตามปลายนิ้วของลุงมั่น เธอเห็นวิถีชีวิตที่ค่อยๆ กลับคืนมา การค้าขายริมน้ำเริ่มคึกคักอีกครั้ง แซะน้ำขึ้นมาเป็นจังหวะตามแรงพาย เรือบรรทุกสินค้าลำเล็กๆ วิ่งสวนกันไปมาในร่องน้ำแคบๆ อย่างเป็นระเบียบ เธอรู้สึกถึงความโล่งใจที่ไหลผ่านสันหลัง ความรู้สึกว่าภารกิจที่แทบจะแลกด้วยชีวิตนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

เธอนั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเดิมในเพิงพักเล็กๆ บนเรือ เปิดสมุดบันทึกที่ขอบกระดาษเริ่มเปื่อยยุ่ย สายตาเลื่อนไปหยุดที่ข้อความที่เถาว์ทิ้งไว้ให้ก่อนที่เขาจะสลายไปตามกาลเวลา 'ความสงบไม่ใช่จุดหมาย แต่มันคือลมหายใจที่ยาวขึ้นเพื่อเตรียมรับพายุลูกใหม่' ข้อความนั้นสั้นกระชับแต่กลับทำให้รินขมวดคิ้ว

“เถาว์... คุณหมายความว่ายังไง?” เธอพึมพำกับความว่างเปล่า

“ริน คุณดูเหม่อลอยไปนะ” เสียงนุ่มนวลของคามินดังขึ้นข้างตัว เขาเดินเข้ามาพร้อมกับถาดไม้ที่มีถ้วยน้ำชาควันฉุย “ไม้กระดานที่เพิ่งซ่อมไปดูแข็งแรงดีนะ ผมใช้เทคนิคการเข้าลิ่มแบบที่เรือสำเภาโบราณใช้ มันจะทนต่อแรงกระแทกของคลื่นมรสุมได้ดีกว่าเดิม”

รินยิ้มบางๆ “ฉันแค่รู้สึกว่าทุกอย่างมันดู... ง่ายไปหน่อย คามิน แผนการของนายที่ส่งรหัสผ่านประตูระบายน้ำนั่นมันยอดเยี่ยมมาก ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงไม่ได้กลับมานั่งจิบน้ำชาแบบนี้แน่”

คามินวางถ้วยชาลงแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม เขาลูบปลายนิ้วไปตามรอยไม้บนโต๊ะอย่างใช้ความคิด “โครงสร้างที่มั่นคงไม่ได้หมายความว่าจะไม่พังทลาย หากน้ำหนักที่กดทับมันเปลี่ยนทิศทางไปอย่างกะทันหัน”

“คุณกำลังจะบอกอะไรฉัน?” รินจ้องตาเขา “อย่ามาพูดเรื่องกลไกเรือเพื่อเลี่ยงการตอบคำถามนะคามิน”

คามินถอนหายใจ เขาไม่ได้หลบสายตาเหมือนทุกครั้ง “มีคนส่งข่าวมาจากสถานีการค้าทางเหนือครับ เขาไม่ได้มาเพื่อค้าขาย แต่มาเพื่อสำรวจเส้นทางเดินเรือใหม่ พวกเขาไม่ได้สนใจแค่การผูกขาดรายเล็กๆ เหมือนนายหัวเดชา แต่พวกเขากำลังมองหาทางเดินน้ำสายใหม่ที่จะตัดผ่านกลางเดลต้า เพื่อสร้างเส้นทางสายหลักที่เชื่อมต่อทั้งทวีปเข้าด้วยกัน”

หัวใจของรินกระตุกวูบ “กลุ่มทุนใหม่? พวกเขาไม่ได้มาเพื่อสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำ แต่มาเพื่อเปลี่ยนทิศทางน้ำทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?”

“ไม่ใช่แค่เปลี่ยนทิศทางครับริน” คามินลดเสียงลง “แต่พวกเขามาพร้อมกับ 'สิทธิพิเศษทางการค้า' จากสภากลาง พวกเขาได้รับอนุญาตให้วางทุ่นเหล็กและทำเครื่องหมายทางน้ำในเขตเดลต้า นี่คือการรุกรานรูปแบบใหม่ที่มาในคราบของกฎหมาย ไม่ใช่การลักลอบทำผิดแบบนายหัวเดชา”

รินลุกขึ้นยืนทันที ความสงบที่เคยรู้สึกเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความตึงเครียดที่แล่นพล่านไปตามเส้นเลือด เธอเดินออกไปที่หัวเรือ มองออกไปที่เส้นขอบฟ้าที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีส้มจัด แสงสุดท้ายของวันกำลังจะหมดไป

“พวกมันไม่ได้มาแค่เพื่อค้าขายสินค้าน่ะสิ” เสียงของชายอีกคนดังขึ้นจากด้านหลัง รินหันไปพบกับพ่อค้าท้องถิ่นที่เพิ่งนำสินค้ามาส่ง “พวกเขามีเรือธงขนาดใหญ่ ลำหนึ่งยาวเท่ากับเรือนแพทั้งแถบ และบนเรือลำนั้นมีตราประทับของสภากลางติดอยู่ชัดเจน พวกเขากำลังจะขีดเส้นแบ่งน้ำในเดลต้าของเรา”

รินกำหมัดแน่นจนข้อนขาว “นายหัวเดหาคือสัตว์ร้ายที่ล่าเหยื่อด้วยกรงเล็บ แต่พวกนี้คือสัตว์ร้ายที่ล่าเหยื่อด้วยสัญญาและตราประทับสินค้าน่ะสิ”

“คุณจะทำอย่างไรต่อ?” คามินเดินมาหยุดข้างๆ เขาไม่ได้ดูตกใจ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยการคำนวณทางวิศวกรรม “ถ้าเราจะขวางทางน้ำที่ถูกกำหนดโดยกฎหมาย เราต้องหาจุดอ่อนในโครงสร้างของกฎหมายนั้น เหมือนที่ผมหาจุดอ่อนในคานไม้”

รินหันกลับมาสบตากับคามิน แววตาของเธอไม่ได้มีความลังเลเหลืออยู่อีกต่อไป มันคือความเด็ดเดี่ยวของคนที่เคยผ่านพายุมาแล้วครั้งหนึ่ง “เราจะไม่รอให้เขาวางทุ่นเหล็กลงในน้ำหรอกคามิน เตรียมเรือเร็วให้พร้อม ฉันต้องกลับไปที่ชุมชนเรือนแพด้านบน เพื่อรวบรวมพวกชาวแพทั้งหมด เราจะไม่สู้ด้วยปืนหรือกำลังเพียงอย่างเดียว แต่เราจะสู้ด้วยสิทธิแห่งกระแสน้ำ”

เธอมองไปยังร่องน้ำที่กว้างใหญ่เบื้องหน้า ความเงียบสงบที่เพิ่งได้รับมาเป็นเพียงช่วงพักหายใจสั้นๆ ก่อนที่พายุลูกใหญ่กว่าเดิมจะพัดเข้าหาฝั่ง และครั้งนี้มันไม่ได้มาในรูปแบบของกระแสน้ำที่ผิดธรรมชาติ แต่มาในรูปแบบของอำนาจที่ถูกกฎหมายหนุนหลัง

“เตรียมไม้พายและเตรียมเชือกไว้ให้ดี” รินสั่งการด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะเทือนไปด้วยอำนาจ “เพราะการต่อสู้เพื่อรักษาลมหายใจของเดลต้า... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ เท่านั้น!”

เสียงระฆังเรือจากเรือสินค้าลำใหญ่ที่แล่นผ่านไปไกลๆ ดังสะท้อนก้องไปตามลำคลอง ราวกับเป็นเสียงเตือนภัยที่กำลังจะมาถึง

--- รินกลับมาถึงเดลต้าด้วยความรู้สึกว่าภารกิจสำเร็จสิ้นสุดลงแล้ว แต่เธอกลับได้รับรายงานว่ากลุ่มทุนใหม่ที่มีอำนาจทางกฎหมายกำลังจะเข้ามาเปลี่ยนเส้นทางน้ำในเดลต้า เธอจึงตระหนักว่าการต่อสู้เพื่อปกป้องวิถีชีวิตริมน้ำยังไม่จบลง