← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 97Free

ตอนที่ 97 — การทดลองสร้างสนามพลังผลึกที่โรงกลึงริมน้ำ

“ถ้าฟันเฟืองตัวนี้ไม่ล็อกเข้าที่ กลไกทั้งหมดก็เป็นแค่กองไม้ผุๆ” คามินบ่นพึมพำกับตัวเอง เสียงค้อนเคาะเหล็กของเขาดังสะท้อนกับผนังไม้กระดานของโรงกลึงริมน้ำที่สั่นไหวตามจังหวะคลื่นมรสุม มือของเขาเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องสีดำสนิท ขณะที่สายตากำลังเพ่งมองชุดกลไกเฟืองทองเหลืองที่ซับซ้อนซึ่งเขากำลังพยายามดัดแปลงให้รับแรงกดดันจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวได้มากขึ้น

“นายจะขัดใจโชคชะตาไปถึงเมื่อไหร่ คามิน?” รินเดินเข้ามาในโรงกลึงพร้อมกับถาดน้ำชา กลิ่นควันไฟจากเตาฟืนและกลิ่นคาวเค็มของดินโคลนลอยฟุ้งเข้ามาทางช่องลม เธอวางถาดลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยพิมพ์เขียว “พวกกลุ่มทุนใหม่นั่นเริ่มส่งเรือสำรวจมาจอดหน้าปากคลองแล้วนะ พวกเขาไม่ได้มาเพื่อค้าขายเหมือนนายหัวเดชา แต่มาพร้อมกับเอกสารสิทธิ์ผูกขาดเส้นทางน้ำที่เขียนด้วยหมึกสีทองเสียจนดูเหมือนเวทมนตร์”

คามินไม่ได้เงยหน้าขึ้น เขาขยับแว่นสายตาแล้วใช้ปลายนิ้วปาดเหงื่อที่หัวคิ้ว “ถ้าเรายังใช้แค่แรงดันน้ำแบบเดิม พวกเขาก็แค่เอาเรือเหล็กลำใหญ่ๆ มาจอดขวาง แล้วใช้เครื่องยนต์ไอน้ำพ่นน้ำไล่เราออกไปจากลำคลอง เราต้องมีอะไรที่มากกว่าแค่คานงัดหรือใบพัดไม้”

เขามองไปยังสมุดบันทึกเก่าคร่ำครึที่วางอยู่มุมโต๊ะ มันเป็นบันทึกของเถาว์... วิญญาณที่เหลือทิ้งไว้เพียงตัวอักษร ลายเส้นที่เขียนด้วยความนุ่มนวลในสมุดเล่มนั้นมักจะบอกถึงความลับของธรรมชาติเสมอ คามินเปิดหน้ากระดาษที่รินเพิ่งหยิบมาวางไว้เมื่อครู่ เขาไล่สายตาไปตามข้อความที่เขียนถึง 'ความสมดุลระหว่างธาตุและแรงขับ'

“เมื่อสายน้ำไม่ได้ไหลเพียงเพื่อหล่อเลี้ยง แต่ไหลเพื่อปกป้อง จงมองหาหัวใจที่สั่นไหวในหินใต้น้ำ”

“หัวใจที่สั่นไหวงั้นเหรอ...” คามินทวนคำในใจ เขาหันไปมองตู้กระจกนิรภัยที่ตั้งอยู่ใจกลางโรงกลึง ภายในนั้นมีก้อนผลึกใสสีครามขนาดเท่ากำปั้น มันคือผลึกแร่ที่หลงเหลือจากการขุดล้างในเขตเหมืองเก่าทางตอนเหนือ ผลึกนี้มีคุณสมบัติแปลกประหลาดคือมันจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อมีวัตถุที่มีมวลหนาแน่นเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ในระยะประชิด

“ริน ลองดูนี่” คามินเรียกเธอ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่พยายามสะกดไว้ “ถ้าฉันสามารถเปลี่ยนจังหวะการสั่นสะเทือนของผลึกนี้ ให้กลายเป็นแรงผลักทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่สอดประสานกับกระแสน้ำได้ เราจะไม่ใช่แค่เรือไม้ที่ลอยไปมาตามน้ำ แต่นี่คือเกราะป้องกัน”

รินขมวดคิ้วพลางเดินเข้ามาใกล้ “นายกำลังจะบอกว่า นายจะสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นขึ้นมางั้นเหรอ? คามิน นายเสียสติไปแล้วหรือเปล่า เครื่องจักรพวกนั้นมันทำจากเหล็กกล้าหนาเตอะนะ ไม่ใช่ใบไม้แห้งที่ลอยตามลม”

“มันไม่ใช่กำแพง แต่มันคือการบิดเบือนทิศทางของกระแสงาน” คามินอธิบายอย่างรวดเร็ว เขาหยิบสายลวดทองแดงพันรอบฐานผลึก แล้วเชื่อมต่อเข้ากับชุดฟันเฟืองที่เขาเพิ่งปรับปรุงเสร็จ “ถ้าเราทำให้ผลึกสั่นในความถี่ที่สอดคล้องกับความหนาแน่นของโลหะ มันจะสร้างสนามแรงต้านที่ผลักดันวัตถุที่มีมวลสูงออกไป แต่ยอมให้เรือไม้หรือสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ผ่านไปได้ตามปกติ”

เขาเริ่มหมุนคันโยกไม้ที่เชื่อมต่อกับชุดฟันเฟือง เสียงไม้เสียดสีกับเหล็กดัง เอี๊ยด... เอี๊ยด... อย่างต่อเนื่อง คามินพยายามควบคุมจังหวะให้สม่ำเสมอเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์ มือของเขาสั่นเทาเมื่อต้องปรับคันโยกให้เข้ากับแรงสั่นสะเทือนที่เริ่มส่งออกมาจากผลึก

“เร็วขึ้นอีก คามิน! เร็วขึ้น!” รินตะโกนเชียร์ ขณะที่ลมมรสุมด้านนอกเริ่มพัดแรงขึ้นจนทำให้เรือแพรอบๆ เริ่มโยกคลอน

ครืนนนนน!

เสียงคำรามดังมาจากตัวผลึก มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากวัตถุ แต่เป็นเสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของอากาศรอบๆ ผลึกสีครามเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมา มันค่อยๆ ขยายวงกว้างขึ้นจนครอบคลุมเครื่องจักรกลของคามิน คามินต้องใช้พละกำลังทั้งหมดในการประคองคันโยกไว้ไม่ให้หลุดมือ แรงต้านจากสนามพลังนั้นรุนแรงจนเขารู้สึกเหมือนกำลังพยายามดันกำแพงหินที่มองไม่เห็น

“มัน... มันกำลังทำงาน!” คามินตะโกนแข่งกับเสียงสั่นสะเทือน “มันกำลังสร้างพื้นที่จำเพาะ!”

ทันใดนั้นเอง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นก็ดังมาจากทางหน้าโรงกลึง มีเศษเหล็กและหินขนาดเล็กที่ถูกคลื่นซัดมาปะทะกับขอบสนามพลังงานที่คามินสร้างขึ้น แทนที่มันจะกระแทกเข้ากับตัวโรงกลึง เศษเหล่านั้นกลับถูกดีดกระเด็นออกไปเหมือนถูกพ่นด้วยแรงดันมหาศาล แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นชั่วครู่ก่อนจะคงที่อยู่ในระดับที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

รินยื่นมือออกมาหวังจะสัมผัส แต่เมื่อปลายนิ้วของเธอเข้าใกล้ขอบเขตของแสง เธอรู้สึกได้ถึงความอุ่นและแรงดันมหาศาลที่ผลักมือของเธอคืนกลับมาอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “มันเป็นไปได้จริงๆ ด้วย... มันปกป้องเราได้จริงๆ” เธออุทานด้วยความตกตะลึง

คามินทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโรงกลับ หอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อไหลโชกไปทั้งตัว แต่ดวงตาของเขากลับเป็นประกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “มันไม่ใช่แค่ป้องกันได้... แต่มันคือการปฏิเสธการบุกรุกจากสิ่งแปลกปลอมที่มีมวลสูง ถ้ากลุ่มทุนส่งเรือเหล็กลำยักษ์เข้ามา หรือส่งเครื่องจักรขุดเจาะทางน้ำเข้ามา สนามพลังนี้จะผลักพวกมันออกไปเหมือนผลักเศษขยะออกจากผิวน้ำ”

รินมองไปที่ผลึกที่กำลังส่องแสงนิ่งสงบอยู่ตรงหน้า ความกังวลเรื่องกลุ่มทุนใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเปลี่ยนเส้นทางน้ำดูเหมือนจะเบาบางลงไปชั่วขณะ แต่เธอก็รู้ดีว่าสงครามนี้เพิ่งเริ่มต้น “นายสร้างเกราะป้องกันให้กับเดลต้าได้แล้วคามิน แต่จำไว้ว่าเกราะนี้ป้องกันได้แค่เครื่องจักร ไม่ได้ป้องกันความโลภในใจคน”

คามินยิ้มบางๆ พลางมองไปที่สมุดบันทึกของเถาว์ที่วางอยู่ข้างๆ เขาไม่ได้มองแค่นวัตกรรมใหม่ที่เขาเพิ่งสร้างขึ้น แต่มองถึงอนาคตที่พวกเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องหวาดระแวงแรงกระแทกจากโลกภายนอกอีกต่อไป

ทันใดนั้น เสียงระฆังสัญญาณจากหอคอยเฝ้าระวังริมน้ำก็ดังขึ้นรัวๆ เสียงนั้นไม่ใช่สัญญาณแจ้งเตือนพายุ แต่เป็นสัญญาณแจ้งเตือนการมาถึงของกองเรือขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านด่านตรวจน้ำเข้ามาสู่ใจกลางเดลต้า แสงไฟจากหัวเรือเหล็กจำนวนมากส่องสว่างวาบพาดผ่านลำน้ำ ทิ้งรอยคลื่นขนาดใหญ่ที่กำลังมุ่งตรงมายังโรงกลึงของเขา

--- คามินประสบความสำเร็จในการทดลองสร้างสนามพลังงานจากผลึกแร่ที่สามารถผลักดันวัตถุที่มีมวลสูงออกไปได้ และเป็นการสร้างเกราะป้องกันทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญให้กับวิถีชีวิตของชาวเดลต้า