← All chapters

The Pilgrims' Inn

Chapter 127Free

ตอนที่ 127 — อนุสาวรีย์และคำพิพากษาแห่งจิต

ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับถูกฝังอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งที่มองไม่เห็น Anwen รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากพื้นดิน แต่มาจากระดับจิตวิญญาณ มันคือจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยนของความเป็นจริงที่กำลังถูกถักทอใหม่ รอบกายของเธอไม่มีอากาศให้หายใจ มีเพียงกระแสธารของความทรงจำและเศษเสี้ยวของตัวตนที่พยายามจะก่อตัวขึ้นเป็นรูปธรรมท่ามกลางความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต

เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่ป่าโลหะชีวภาพที่บิดเบี้ยวหรือซากปรักหักพังที่คุ้นเคย แต่เป็นสิ่งที่ทำให้หัวใจครึ่งเนื้อครึ่งโลหะของเธอเต้นผิดจังหวะ มันคือ 'The Pilgrims' Rest' โรงเตี๊ยมของเธอ... ทว่ามันไม่ใช่โรงเตี๊ยมที่ทำจากไม้และหินอย่างที่เธอเคยดูแลด้วยมือทั้งสองข้าง แต่มันคืออนุสาวรีย์ขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากแสงสีเงินและโครงสร้างโลหะที่โปร่งแสงราวกับแก้ว ผนังของมันไม่ได้ประกอบด้วยอิฐ แต่ประกอบด้วยภาพจำนองนับล้านที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ราวกับว่าสถาปัตยกรรมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากหยาดน้ำตาและเสียงหัวเราะของผู้แสวงบุญที่เคยมาเยือน

Anwen ยันกายขึ้นจากพื้นผิวที่เย็นเยียบและเรียบเนียนดุจผิวน้ำที่แข็งตัว ร่างกายกึ่งโลหะของเธอส่งเสียงครางเบาๆ เมื่อขยับเขยื้อน รอยจารึกบนผิวหนังเรืองแสงสีฟ้าหม่นตอบรับกับบรรยากาศรอบข้าง เธอเดินผ่านประตูที่ไม่มีบานพับ เข้าสู่โถงกลางของโรงเตี๊ยมแห่งความทรงจำ กลิ่นหอมของซุปอุ่นๆ และกลิ่นฟืนไหม้ที่เคยอบอวลในโรงเตี๊ยมจริงกลับกลายเป็นกลิ่นอายของ 'ความคิดถึง'—มันเป็นกลิ่นที่สัมผัสได้ด้วยใจมากกว่าด้วยจมูก ทุกย่างก้าวที่เธอเหยียบลงบนพื้นส่งเสียงกังวานเหมือนระฆังแก้วที่สั่นไหวในห้วงมิติ

"เจ้ามาถึงแล้ว... ผู้ถักทอที่หลงทาง"

เสียงนั้นไม่ได้มาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่มันดังมาจากทุกอณูของอากาศ มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นเสียงของความจริงที่ประกาศตัวตนออกมา Anwen ชะงักฝีเท้า สายตาของเธอพยายามกวาดมองหาต้นตอ ท่ามกลางแสงสลัวที่วูบไหวตามจังหวะการหายใจของจักรวาล เธอเห็นเงาร่างหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเดิมที่เคยตั้งอยู่มุมห้อง—โต๊ะที่เธอเคยใช้เช็ดทำความสะอาดทุกเช้า

ร่างนั้นดูคล้ายมนุษย์ ทว่าไม่มีใบหน้าที่ชัดเจน เป็นเพียงกลุ่มก้อนของแสงและเงาที่ประกอบกันขึ้นเป็นรูปทรงที่เธอคุ้นเคยอย่างประหลาด ร่างนั้นไม่ได้สวมชุดขุนนางหรือชุดนักรบ แต่สวมผ้ากันเปื้อนเก่าๆ ที่มีรอยปะชุนเหมือนที่เธอเคยใส่เมื่อหลายปีก่อน

"ใครน่ะ?" Anwen ถาม เสียงของเธอดูแห้งผากและสั่นเครือ "นี่คือกับดักของพวกผู้เก็บเกี่ยว หรือเป็นเพียงภาพลวงตาที่มิตินี้สร้างขึ้นเพื่อเยาะเย้ยฉัน?"

"ทั้งสองอย่าง และไม่ใช่ทั้งสองอย่าง"

ร่างปริศนาขยับตัว แสงรอบกายสั่นไหว "ที่นี่คือจุดรวมจิต (The Nexus of Memory) มันไม่ใช่สถานที่ แต่มันคือกระบวนการ เจ้าไม่ได้ถูกเชิญมาเพื่อพักผ่อนเหมือนผู้แสวงบุญคนอื่นๆ แต่เจ้าถูกเรียกมาเพื่อรับการตัดสิน"

Anwen รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นปราดไปตามแนวกระดูกสันหลังโลหะ "ตัดสินเรื่องอะไร? ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันแค่พยายามรักษาชีวิตและรักษาความโกลาหลที่โลกนี้ต้องการ!"

"ความโกลาหลที่เจ้าเรียกว่าการรักษา... สำหรับระเบียบแล้ว มันคือมะเร็งร้าย"

ทันใดนั้น ผนังแก้วของโรงเตี๊ยมเริ่มเปลี่ยนไป ภาพความทรงจำไหลผ่านมันไปอย่างรวดเร็วเหมือนภาพยนตร์ที่ถูกเร่งความเร็ว Anwen เห็นภาพตัวเองในวัยสาว เห็นวินาทีที่เธอเปิดประตูโรงเตี๊ยมครั้งแรก เห็นความสุขของแขกที่ได้รับอาหารอุ่นๆ ท่ามกลางพายุ และเห็นความพินาศที่เธอเป็นต้นเหตุ—ภาพการระเบิดของเครื่องจักรโบราณ ภาพการล่มสลายของ Castellane และภาพความตายของเพื่อนพ้องที่เธอพยายามปกป้อง

"จงดู..."

เงาร่างนั้นชี้ไปยังภาพความวุ่นวาย "ทุกการตัดสินใจของเจ้าสร้างคลื่นกระเพื่อมในกระแสแห่งระเบียบ เจ้าสร้างสมดุลที่เปราะบาง แต่ความเปราะบางนั้นกลับดึงดูดความพินาศมาสู่ผู้ที่เจ้าพยายามจะปกป้อง เจ้าเรียกตัวเองว่าผู้ถักทอ แต่เจ้ากำลังถักทอผ้าคลุมศพให้กับโลกใบนี้หรือไม่?"

คำถามนั้นแทงทะลุเกราะป้องกันทางจิตใจของ Anwen เธอรู้สึกถึงน้ำตาที่ไหลออกมา แต่มันไม่ใช่หยดน้ำ มันคือละอองแสงที่แตกสลายเมื่อสัมผัสกับพื้น "ฉันไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบที่ตายซาก!" เธอตะโกนก้อง ความโกรธแค้นและโศกเศร้าปะทุออกมาจากรอยจารึกในร่าง "ระเบียบที่พวกเจ้าต้องการคือความเงียบสงัดของสุสาน โลกที่ไม่มีความผิดพลาดก็คือโลกที่ไม่มีชีวิต!"

แรงกดดันในห้องเพิ่มขึ้นมหาศาล อากาศเริ่มบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น เสียงคำรามจากใต้ดินที่เธอเคยได้ยินบัดนี้กลายเป็นเสียงกรีดร้องของความทรงจำที่ถูกปฏิเสธ Anwen เห็นเงายักษ์จากฟากฟ้าเริ่มแทรกซึมเข้ามาในโครงสร้างแก้วของอนุสาวรีย์นี้ มันคือ 'ผู้เก็บเกี่ยว' ที่กำลังพยายามจะสลายโครงสร้างที่เธอสร้างขึ้นเพื่อคืนค่ากลับสู่ความว่างเปล่าที่สะอาดสะอ้าน

"ถ้าอย่างนั้น จงพิสูจน์"

ร่างปริศนาลุกขึ้นยืน ความสูงของมันขยายใหญ่จนแทบจะจรดเพดานแห่งมิติ "หากเจ้าจะถักทอความโกลาหล เจ้าต้องมีมากกว่าแค่เจตจำนงที่แข็งกร้าว เจ้าต้องมี 'หัวใจ' ที่ยอมรับความแตกสลายได้โดยไม่สูญเสียความเป็นตนเอง จงเผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดที่สุดของเจ้า หากเจ้าผ่านมันไปได้ เจ้าจะได้ครอบครองอำนาจแห่งการถักทอ แต่หากล้มเหลว... เจ้าจะเป็นเพียงเศษโลหะที่ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของจักรวาล"

พื้นโรงเตี๊ยมสลายตัวกลายเป็นหลุมดำแห่งความทรงจำ Anwen ถูกดึงลงสู่ก้นบึ้งที่ลึกที่สุดของจิตใจตนเอง เธอไม่ได้เห็นภาพภายนอกอีกต่อไป แต่เธอเห็น 'ตัวเอง'—Anwen ที่ไร้ซึ่งโลหะ ไร้ซึ่งพลังอำนาจ เป็นเพียงหญิงวัยกลางคนธรรมดาที่นั่งอยู่หน้าเตาผิงในโรงเตี๊ยมที่อบอุ่น ทว่าในมือของเธอกลับถือเศษซากของโลกที่กำลังแตกสลาย

ในความมืดมิดนั้น เธอได้ยินเสียงกระซิบจากตัวตนลึกลับที่เฝ้ามองเธออยู่จากนอกขอบเขตความจริง เสียงนั้นไม่ได้ตัดสินเธอ แต่มันกำลัง 'รอคอย' ราวกับนักล่าที่เฝ้าดูเหยื่อที่กำลังจะกลายพันธุ์เป็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

Anwen หลับตาลงท่ามกลางพายุแห่งการตัดสิน เธอรู้ดีว่าเมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอจะไม่ใช่เจ้าของโรงเตี๊ยมคนเดิม และโลกใบนี้ก็จะไม่ยอมรับเธอในฐานะมนุษย์อีกต่อไป การตัดสินครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อชี้ผิดชี้ถูก แต่มันคือการเปลี่ยนผ่านจากผู้รอดชีวิต... ไปสู่ผู้กำหนดชะตากรรม

--- Anwen ถูกดึงเข้าสู่ 'อนุสาวรีย์แห่งความทรงจำ' ซึ่งเป็นมิติที่จำลองโรงเตี๊ยมของเธอขึ้นมาเพื่อรับการตัดสินจากตัวตนลึกลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าการกระทำของเธอสร้างทั้งชีวิตและความพินาศ ก่อนที่จะต้องเลือกว่าจะยอมรับความแตกสลายเพื่อเป็นผู้ถักทอความโกลาหลอย่างแท้จริงหรือไม่