← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 19Free

ตอนที่ 19 — เสียงเพรียกจากแกนกลาง

ความมืดในห้องโถงใต้ดินไม่ได้เป็นเพียงการขาดหายไปของแสง แต่มันคือมวลสารที่หนักอึ้งและเย็นเยียบ ราวกับว่าอากาศรอบตัวอัลดริกได้กลายเป็นของเหลวสีดำที่คอยบดบังประสาทสัมผัสของเขาไว้ เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากพื้นดิน แต่มันสั่นสะท้านมาจากภายในกระดูกของเขาเอง เสียง ครืด... ครืด... ที่เคยฟังดูเหมือนเครื่องจักรที่ฝืดเคือง บัดนี้มันเปลี่ยนเป็นเสียงคำรามต่ำที่ลึกและทรงพลังยิ่งขึ้น ทุกครั้งที่จังหวะนี้ดังขึ้น ร่างกายของเขาจะถูกเหวี่ยงไปตามแรงกระชากของแรงดึงดูดที่ไม่อาจคาดเดาได้

อัลดริกพยายามยันกายขึ้นจากพื้นโลหะที่เย็นจัดจนผิวหนังแทบจะติดหนึบกับพื้นผิว เขาใช้มือที่สั่นเทาคลำหาทางเดินท่ามกลางเศษซากที่ร่วงหล่นจากการสั่นสะเทือนครั้งก่อน แสงสีฟ้าจางๆ ที่ลอดออกมาจากรอยแยกของกลไกโบราณไม่ได้ให้ความรู้สึกของความหวัง แต่มันคือแสงของพลังงานบริสุทธิ์ที่กำลังเดือดพล่าน มันสว่างวาบเป็นระยะ คล้ายกับแสงจากสายฟ้าที่ถูกกักขังไว้ใต้เปลือกโลก และในทุกครั้งที่แสงนั้นสว่างขึ้น เขาก็จะเห็นความจริงที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นอีกระดับ

มันไม่ใช่แค่ห้องโถงเครื่องจักร แต่มันคือ 'อวัยวะ' ของโลก กลไกโลหะที่เขาเห็นก่อนหน้านี้—สายใยโลหะที่ดูเหมือนเส้นเลือด—บัดนี้มันกำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะแรงกระแทก มันเชื่อมต่อกับผนังหินและฐานรากของโอ๊คเมียร์อย่างแนบแน่น ราวกับว่าเมืองทั้งเมืองถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเปลือกนอกที่ห่อหุ้มหัวใจดวงนี้ไว้ และหากหัวใจดวงนี้หยุดเต้น หรือเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง เมืองทั้งเมืองก็คงไม่ต่างจากเปลือกไข่ที่ถูกบดละเอียด

“อัลดริก! ตอบข้า! ท่านยังอยู่ตรงนั้นไหม!” เสียงของเอลิดี้ดังแว่วมา มันฟังดูไกลห่างราวกับมาจากอีกโลกหนึ่ง เธอติดอยู่บนชะง่อนหินเหนือแอ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ แสงจากตะเกียงของเธอที่วูบวาบอยู่เบื้องบนดูเหมือนดาวดวงเล็กๆ ที่กำลังจะดับลง

“ข้า... ยังอยู่...” อัลดริกพยายามตะโกนตอบ แต่เสียงของเขากลับถูกความถี่ต่ำของเครื่องจักรกลืนหายไป เขาสำลักความเย็นที่แผ่ออกมาจากแกนกลาง พลางมองไปที่จุดที่เขาเคยสัมผัสเมื่อครู่ รอยไหม้ที่เป็นรูปตราประทับลึกลับนั้นยังคงอยู่ แต่มันดูเหมือนจะกำลัง 'ขยับ' ได้ มันไม่ใช่แค่รอยไหม้ แต่มันคือรหัสบางอย่างที่ถูกเขียนลงบนเนื้อโลหะด้วยความร้อนมหาศาล

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ก็ระเบิดขึ้น แต่มันไม่ใช่การสั่นแบบสุ่ม มันคือการกระแทกที่หนักแน่นและจงใจ ราวกับมีใครบางคนกำลังตอกลิ่มขนาดมหึมาลงไปในใจกลางของกลไกนี้ อัลดริกเสียหลักล้มคว่ำลงไปบนพื้นโลหะที่บัดนี้เริ่มร้อนระอุขึ้นอย่างกะทันกัน แสงสีฟ้าที่เคยสงบนิ่งพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิตที่กำลังเดือดพล่าน

“ไม่... มันกำลังจะเปลี่ยนไป!” เอลิดี้ตะโกนสุดเสียง ใบหน้าของเธอที่มองลงมาจากเบื้องบนบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “จังหวะของมัน... มันไม่ใช่การเต้นของหัวใจแล้ว อัลดริก! มันคือเสียงของการทำลายล้าง!”

ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าชนประสาทสัมผัสของเขา เมื่อแกนกลางโลหะที่หมุนวนเริ่มเร่งความเร็วขึ้นจนมองเห็นเป็นเพียงวงแหวนแห่งแสงสีแดงที่พร่าเลือน แรงดึงดูดที่เคยกระชากเขาไปมาบัดนี้กลายเป็นแรงดูดมหาศาลที่พยายามจะลากทุกสิ่งในรัศมีนี้เข้าสู่จุดศูนย์กลาง อัลดริกเห็นเศษหิน เศษเหล็ก และแม้แต่ก้อนดินที่แตกกระจาย ถูกดูดเข้าไปในแกนกลางนั้นราวกับถูกพายุหมุนกลืนกิน

และที่ร้ายแรงที่สุด... เขาเห็นชิ้นส่วนโลหะประหลาดที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงกุญแจหรือเศษขยะที่ขัดขวางกลไก บัดนี้มันกำลังถูกดึงกลับเข้าสู่ร่องรอยเดิมของมันด้วยแรงมหาศาล มันไม่ใช่การกลับเข้าที่เพื่อความสมบูรณ์ แต่มันคือการ 'ปิดตาย' กลไกนี้จากภายใน แรงกระแทกจากการที่ชิ้นส่วนนั้นพุ่งเข้าสู่ตำแหน่งเดิมส่งคลื่นกระแทก (shockwave) ออกมาจนอัลดริกตัวลอยขึ้นจากพื้น

ในวินาทีที่เขารู้สึกว่าร่างกายกำลังจะถูกฉีกกระชากออกจากกัน อัลดริกเหลือบไปเห็นบางอย่างที่แกนกลางนั้น ในขณะที่แสงสีแดงสว่างวาบที่สุด เขาเห็น 'รูปร่าง' บางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในวงแหวนแสง มันไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือเงาของบางสิ่งที่ดูคล้ายกับสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากเหล็กและแสงสว่าง และมันกำลัง 'ลืมตาขึ้น'

“เอลิดี้! หนีไป!” อัลดริกตะโกนสุดกำลัง แต่เขารู้ดีว่ามันสายเกินไป ความร้อนที่แผ่ออกมาเริ่มทำให้ชั้นบรรยากาศในห้องโถงบิดเบี้ยว อัลดริกหลับตาลงแน่น เตรียมรับแรงกระแทกที่จะมาถึง พร้อมกับคำถามที่ดังก้องในใจ... หากสิ่งนี้คือตาชั่งที่แท้จริงของโลก แล้วใครกันที่เป็นคนถือด้ามตาชั่งนี้ไว้ และพวกเขากำลังจะทำอะไรกับเรา?

--- อัลดริกเผชิญกับสภาวะวิกฤตเมื่อกลไกโบราณเปลี่ยนจากจังหวะชีพจรเป็นแรงดูดมหาศาลที่ทำลายล้าง และเขาได้เห็นนิมิตของบางสิ่งที่คล้ายสิ่งมีชีวิตกำลังตื่นขึ้นจากแกนกลางโลหะ