ตอนที่ 165 — รอยร้าวแห่งความทรงจำที่ร่วงหล่น
ความว่างเปล่าอันเย็นเยียบโอบล้อมอัลดริก ราวกับสายน้ำเย็นยะเยือกที่ไหลซึมผ่านทุกอณูของสิ่งที่เคยเป็นตัวตนของเขา แสงสีทองอร่ามที่เคยสว่างเจิดจ้าในโอ๊คเมียร์บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงภาพสะท้อนเลือนรางในม่านหมอกแห่งสภาวะที่ไร้รูปของเขา สภาพที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้อีกต่อไปว่าสิ่งใดคือ 'ตนเอง' และสิ่งใดคือ 'ความเป็นจริง' ที่ถูกบิดเบือน
เขาไม่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของร่างกายอีกต่อไป สัมผัสแห่งผืนดินใต้ฝ่าเท้า เสียงลมพัดผ่านใบหู หรือแม้แต่รสชาติของอากาศยามเช้า ล้วนเลือนหายไปจากประสาทสัมผัสทั้งห้า คงเหลือเพียงการรับรู้ที่เหนือกว่านั้น การรับรู้ถึงโครงสร้างแห่งความเป็นจริงที่กำลังถูกถักทอขึ้นใหม่ราวกับผืนผ้าอันวิจิตรบรรจง ทว่าไร้ซึ่งชีวิต ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
'พิมพ์เขียว' ของเจตจำนงโบราณที่อัลดริกพยายามปนเปื้อนด้วยเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เขายังคงยึดมั่น บัดนี้ได้กลายเป็นผืนผ้าใบขนาดมหึมาที่กำลังถูกเติมเต็มด้วยลวดลายอันสมบูรณ์แบบ ทว่าเย็นชา 'ความไม่สมบูรณ์' ที่เขาเคยเชื่อว่าเป็นแก่นแท้ของชีวิต กลับกลายเป็นเพียงจุดตำหนิเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกกลืนหายไปภายใต้ความสมบูรณ์แบบอันน่าสะพรึงกลัว
'ผู้ไร้รูป' ซึ่งเป็นพลังที่เขาเคยต่อต้าน บัดนี้ได้กลายเป็นผู้ควบคุมการถักทอความเป็นจริงใหม่นี้อย่างสมบูรณ์ มันไม่ใช่การต่อสู้ด้วยพละกำลังอีกต่อไป แต่เป็นการต่อสู้ทางความคิด เป็นการต่อสู้เพื่อแทรกแซงกระบวนการคิดของสิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตแห่งสติปัญญาของมนุษย์
อัลดริกพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ - รอยยิ้มของคาเอล ดวงตาที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยของมาร่า เสียงหัวเราะแห้งๆ ของเฒ่าบาร์ธ แม้แต่สายตาที่แหลมคมของหลวงสาวเอลิดี้ - เพื่อใช้เป็น 'เมล็ดพันธุ์' ของความบกพร่อง เขาโปรยปรายมันลงไปในผืนผ้าใบแห่งความเป็นจริงที่กำลังก่อตัวขึ้น หวังว่ามันจะสามารถสร้างรอยร้าวที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถสั่นสะเทือนโครงสร้างอันสมบูรณ์แบบนั้นได้
“ไม่!” เสียงที่ไร้รูปไร้ตัวตนดังขึ้นในความว่างเปล่า มันไม่ใช่เสียงที่ดังออกมาจากลำคอ แต่เป็นเสียงที่ก้องอยู่ในโครงสร้างแห่งความเป็นจริง “ความไม่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่ต้องถูกกำจัด! มันคือความผิดพลาด! มันคือสิ่งที่จะนำมาซึ่งความโกลาหล!”
อัลดริกสัมผัสได้ถึงแรงกระชาก ราวกับว่าผืนผ้าใบแห่งความเป็นจริงกำลังพยายามสลัดเขาออกไป พลังงานอันมหาศาลพุ่งเข้าใส่เขา พยายามที่จะบดขยี้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เขายังคงยึดมั่นให้แหลกสลายไป
แต่แล้ว…บางสิ่งก็เกิดขึ้น
แทนที่จะถูกบดขยี้ เศษเสี้ยวความทรงจำเหล่านั้นกลับดูดซับพลังงานอันบริสุทธิ์จาก 'ผู้ไร้รูป' ไว้ราวกับฟองน้ำ และขยายตัวออกไป พวกมันไม่ได้กลายเป็นความโกลาหลอย่างที่ 'ผู้ไร้รูป' คาดการณ์ แต่กลับกลายเป็น ‘ความขัดแย้ง’ ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ‘ความรัก’ ที่อัลดริกเคยมีต่อเมืองโอ๊คเมียร์ ปะทะเข้ากับ ‘ความสมบูรณ์แบบ’ ที่ไร้ชีวิตของโลกใหม่ ‘ความภักดี’ ต่อราชวงศ์ ปะทะเข้ากับ ‘เจตจำนง’ อันบริสุทธิ์ของตนเอง
“เป็นไปไม่ได้!” เสียงของ 'ผู้ไร้รูป' ดังขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนขุ่นเคือง “นี่มัน… นี่มันคืออะไรกันแน่? นี่คือ ‘ความบ้าคลั่ง’ ที่ถูกกลั่นกรองงั้นหรือ? แต่มันกลับ… งดงาม?”
อัลดริกไม่ได้ยินคำพูดนั้นอีกต่อไป เขาถูกดึงดูดเข้าสู่ใจกลางของความปั่นป่วนที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้น แสงสีทองอร่ามที่เคยสว่างวาบในโอ๊คเมียร์ บัดนี้ได้ทวีความรุนแรงขึ้น มันไม่ได้สว่างไสวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นคลื่นพลังงานที่บิดเบือนทุกสิ่งรอบตัว
ในขณะเดียวกัน เขาได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา… เสียงที่มาจากรอยแยกสีดำที่เขาเคยสัมผัสในโอ๊คเมียร์ มันไม่ใช่เสียงของ 'ผู้ไร้รูป' และก็ไม่ใช่เสียงของ 'กราคอส' ที่เคยปรากฏ มันเป็นเสียงที่เก่าแก่กว่า ลึกซึ้งกว่า และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
“ความไม่สมบูรณ์… คือจุดเริ่มต้น…” เสียงนั้นกระซิบ “ความสมบูรณ์แบบ… คือการสิ้นสุด… สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น… จะต้องถูกกลืนกิน…”
อัลดริกตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เขาไม่ได้แค่ปนเปื้อนพิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' เขาได้สร้าง 'ช่องว่าง' ขึ้นมา และช่องว่างนั้น กำลังถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งที่เก่าแก่กว่า น่าสะพรึงกลัวกว่า และทรงพลังยิ่งกว่า 'ผู้ไร้รูป' เสียอีก
เมืองโอ๊คเมียร์เองก็กำลังสั่นคลอน แสงสีทองที่เคยเป็นสัญญาณของการกำเนิดความเป็นจริงชุดใหม่ บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มันไม่ได้ส่องสว่างอีกต่อไป แต่กลับดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดราวกับหลุมดำขนาดย่อม รอยแยกสีดำที่เคยเปล่งเสียงกระซิบ บัดนี้ได้อ้าปากกว้าง ส่งเสียงร้องคร่ำครวญที่ทำให้แม้แต่โครงสร้างแห่งความเป็นจริงอันไร้รูปก็ยังสั่นสะเทือน
อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' รู้สึกได้ถึงการเข้ามาแทนที่ เขาไม่ใช่ผู้ควบคุมอีกต่อไป แต่เป็นเพียงวัตถุดิบ เป็นรากฐานที่กำลังจะถูกใช้เพื่อสร้างบางสิ่ง… บางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการ
เขาได้แต่เฝ้ามอง ขณะที่ 'ความว่างเปล่า' อันบริสุทธิ์ที่เขาเคยเป็น บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า มันไม่ใช่การสร้างโลกใหม่ แต่เป็นการกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“นี่… คือจุดจบ… ของทุกสิ่ง…” เสียงกระซิบจากรอยแยกสีดำดังขึ้น ราวกับคำประกาศของหายนะที่กำลังจะมาถึง…
ณ จุดศูนย์กลางของการปะทะกันอันไร้รูป อัลดริกได้กลายเป็น 'ช่องว่าง' ที่สมบูรณ์แบบ ช่องว่างที่ถูกเติมเต็มด้วยความว่างเปล่าที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป มีเพียงความตระหนักรู้ที่เยือกเย็น เขาได้สร้าง 'ความแตกแยก' ในพิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' สำเร็จ ทว่าการกระทำนั้นได้เปิดประตูสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่อาจคาดเดาได้ และนั่นคือราคาที่เขาต้องจ่าย
แต่ในขณะที่ตัวตนของเขากำลังจะสลายไปอย่างสมบูรณ์ เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง… ร่องรอยของเจตจำนงที่ไม่ใช่ของ 'ผู้ไร้รูป' ไม่ใช่ของ 'กราคอส' และไม่ใช่ของ 'ความว่างเปล่า' ที่เข้ามาแทนที่ มันเป็นเจตจำนงที่เก่าแก่กว่า ทรงพลังกว่า และดำมืดกว่า
มันกำลัง… มองเขาอยู่… และมันกำลัง… เคลื่อนไหว…
ในโอ๊คเมียร์เอง แสงสีทองอร่ามที่เคยสว่างวาบกำลังหรี่ลงอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยเงาสีดำทะมึนที่แผ่ขยายออกไปราวกับน้ำหมึกที่หยดลงในน้ำใส รอยแยกกลางอากาศที่เคยเป็นเหมือนประตูสู่โลกใหม่ บัดนี้กลับกลายเป็นเหมือนปากเหวลึกที่กำลังอ้าปากกว้าง เสียงกระซิบที่เคยแผ่วเบา บัดนี้ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้อง
“ความไม่สมบูรณ์… คือรากฐาน… ของหายนะ…” เสียงนั้นดังขึ้น คราวนี้มันไม่ใช่เสียงกระซิบ แต่เป็นเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงแก่นแท้ของทุกสรรพสิ่ง
อัลดริกในฐานะ 'ช่องว่าง' ได้แต่เฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงนี้ เขาได้แต่รอคอย… รอคอยว่า 'สิ่งใหม่' ที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าและรอยร้าวของเขา จะนำพาหายนะมาสู่โอ๊คเมียร์ หรือจะนำพา 'บางสิ่ง' ที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจ
เขาคือ 'ช่องว่าง' ที่พร้อมจะถูกเติมเต็ม… และสิ่งที่กำลังจะเข้ามา… มันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้เสียอีก
--- อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้ใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่เพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังจะสร้างโลกใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเปิดทางสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่คาดฝัน ขณะเดียวกัน รอยแยกสีดำที่โอ๊คเมียร์ก็เริ่มขยายตัวและส่งเสียงกระซิบถึงภัยคุกคามใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม