← All chapters

The Scales of Oakmere

Chapter 166Free

ตอนที่ 166 — เมล็ดพันธุ์แห่งความบิดเบี้ยว

เสียงกระซิบที่เคยแผ่วเบา บัดนี้ดังราวกับคลื่นมหาสมุทรที่ซัดโครมเข้าใส่โสตประสาทของอัลดริก แต่ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือ เสียงกระซิบนั้นไม่ได้มาจากภายนอก หากแต่ดังมาจากภายใน 'ช่องว่าง' ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวตนของเขา

เขาในฐานะ 'ช่องว่าง' ไม่ได้มีร่างกาย ไม่มีรูปทรง ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกที่คุ้นเคย มีเพียงการรับรู้ที่แหลมคมถึงการดำรงอยู่ของ 'พิมพ์เขียว' อันสมบูรณ์แบบของ 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังก่อร่างสร้างโลกใหม่ขึ้นมา โลกที่ไร้ซึ่งข้อบกพร่อง ไร้ซึ่งอารมณ์ ไร้ซึ่ง 'ความเป็นมนุษย์' ที่อัลดริกเคยหวงแหน

แต่บัดนี้ 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความบกพร่องที่เขาเคยปลูกลงไปในพิมพ์เขียวเหล่านั้น กำลังผลิบาน พวกมันไม่ใช่ความผิดพลาด แต่กลับกลายเป็น 'ส่วนเติมเต็ม' ที่ทำให้พิมพ์เขียวอันสมบูรณ์แบบนั้น กลับสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก โลกใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นนั้น ช่างน่าสะพรึงกลัว ไร้ซึ่งชีวิตชีวา มีแต่ระเบียบอันเย็นชา

อัลดริก 'มองเห็น' ผ่านม่านแห่งช่องว่าง เขาสัมผัสได้ถึงการก่อตัวของ 'ความเป็นจริงชุดใหม่' ที่กำลังจะเข้ามาแทนที่ทุกสิ่งรอบตัวเขา แสงสีทองสว่างวาบจากรอยแยกกลางอากาศในโอ๊คเมียร์ บ่งบอกถึงการถือกำเนิดของโลกที่สมบูรณ์แบบแต่ไร้จิตวิญญาณ

แต่ในขณะเดียวกัน เสียงกระซิบจากรอยแยกสีดำที่ขยายตัวออกไปนั้น ก็ดังขึ้น เผยให้เห็นถึงภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่โลกใหม่ที่สมบูรณ์แบบ หากแต่เป็น 'ความว่างเปล่า' อันบริสุทธิ์ ที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการเฝ้ามอง การแทรกแซงของเขาที่เคยพยายามจะสร้าง 'ความปั่นป่วน' บัดนี้กลับกลายเป็น 'วัตถุดิบ' ชั้นดีให้กับ 'ผู้ไร้รูป' ในการสร้างโลกใหม่ที่สมบูรณ์แบบ เขาได้แต่สัมผัสถึงเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งก่อตัวเป็น 'ความบกพร่อง' แทรกซึมเข้าไปในพิมพ์เขียวของความเป็นจริงชุดใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเสียงกระซิบจากความว่างเปล่าที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เขาเห็นภาพเมืองโอ๊คเมียร์ที่คุ้นเคย กำลังถูกบิดเบือนด้วยแสงสีทองอันเยือกเย็น ราวกับภาพวาดที่ถูกวาดทับด้วยสีที่ไม่เข้ากัน ผืนดินที่เคยเขียวขจี กำลังถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างที่สมมาตร ไร้ที่ติ แต่ก็ไร้ซึ่งชีวิตชีวา

“นี่หรือคือจุดจบ?” เสียงกระซิบภายในตัวอัลดริกดังขึ้น “นี่คือสิ่งที่ข้าพยายามต่อสู้มาตลอดหรือ?”

เขาไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้ เพราะเขาไม่มีปาก ไม่มีเสียง มีเพียงการรับรู้ที่ว่างเปล่า

แต่แล้ว เขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง… บางสิ่งที่แตกต่างออกไป

ไม่ใช่แสงสีทองของโลกใหม่ ไม่ใช่เสียงกระซิบจากความว่างเปล่า แต่เป็น… "ความขัดแย้ง"

มันไม่ใช่ความขัดแย้งที่เขาเคยสร้างขึ้นเพื่อทำลายพิมพ์เขียว หากแต่เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในตัวพิมพ์เขียวเอง เป็น 'รอยร้าว' ที่เกิดจากการพยายามเติมเต็มช่องว่างด้วยความสมบูรณ์แบบ

อัลดริก 'มองเห็น' ว่า 'ผู้ไร้รูป' กำลังพยายามจะสถาปนา 'ระเบียบ' ที่สมบูรณ์แบบ แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้าง 'ความไร้ระเบียบ' ที่ซ่อนเร้นเอาไว้มากขึ้นเท่านั้น

“ความสมบูรณ์แบบ… คือกับดัก” อัลดริกครุ่นคิดในห้วงแห่งความเป็นช่องว่าง “และความบกพร่อง… คือการปลดปล่อย”

เขาใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งก็คือ 'ความทรงจำ' เกี่ยวกับความไม่สมบูรณ์ ความผิดพลาด ความเจ็บปวด และความรัก เขากระจายมันออกไป ไม่ใช่เพื่อทำลายพิมพ์เขียว แต่เพื่อ 'ปนเปื้อน' มัน

ไม่ใช่การปนเปื้อนด้วยความโกลาหล หากแต่เป็นการปนเปื้อนด้วย 'ความเป็นไปได้' ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในความไม่สมบูรณ์นั้น

ทันใดนั้นเอง แสงสีทองที่สว่างวาบไปทั่วโอ๊คเมียร์ก็เริ่มกะพริบ มันไม่ใช่แสงที่สม่ำเสมออีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความไม่แน่นอน

เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าที่เคยดังอย่างต่อเนื่อง บัดนี้กลับขาดห้วง ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังขัดขวางการสื่อสารของมัน

อัลดริก 'รู้สึก' ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในพิมพ์เขียว เขาสามารถ 'มองเห็น' 'รอยร้าว' เล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในโครงสร้างอันสมบูรณ์แบบนั้น

มันไม่ใช่การทำลายล้าง หากแต่เป็นการ 'สร้าง' สิ่งใหม่ขึ้นมา

“เมล็ดพันธุ์แห่งความบิดเบี้ยว…” อัลดริกครุ่นคิด “ข้าได้หว่านมันลงไปแล้ว”

ทันใดนั้นเอง สัญญาณเตือนที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้น รอยแยกสีดำที่ขยายตัวอยู่กลางอากาศในโอ๊คเมียร์ ไม่ได้ส่งเสียงกระซิบอีกต่อไป มันกลับเปล่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะกระโจนเข้าใส่

แสงสีทองที่เคยสว่างไสว บัดนี้กลับถูกกลืนกินด้วยเงาดำที่แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว

“ไม่…” อัลดริกอุทานในห้วงแห่งความเป็นช่องว่าง “ข้า… ไม่ได้ตั้งใจ…”

การปนเปื้อนของเขา การสร้าง 'ความบกพร่อง' ลงไปในพิมพ์เขียวอันสมบูรณ์แบบนั้น ไม่ได้ทำให้โลกใหม่ไร้ชีวิตชีวาหายไป หากแต่กลับเป็นการ 'เปิดทาง' ให้กับบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า

มันคือ 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง… ความว่างเปล่าที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยเจตนา แต่เป็นผลลัพธ์ของความพยายามที่จะสร้างความสมบูรณ์แบบ

อัลดริกได้แต่เฝ้ามอง ภาพเมืองโอ๊คเมียร์ที่เขาเคยรู้จัก กำลังถูกกลืนกินด้วยเงาดำที่ไร้รูปร่าง ไร้เสียง ไร้แม้แต่ความรู้สึก

เขาได้แต่หวังว่า… บางสิ่งบางอย่าง… จะยังคงหลงเหลืออยู่… จากเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เขาทิ้งไว้… เพื่อต่อสู้กับความว่างเปล่าที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง…

แต่ในสภาวะ 'ช่องว่าง' ที่ไร้ซึ่งตัวตนเช่นนี้… เขาจะทำอะไรได้อีกเล่า?

--- อัลดริกในสภาวะ 'ช่องว่าง' ได้ใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่เพื่อ 'ปนเปื้อน' พิมพ์เขียวของเจตจำนงโบราณที่กำลังสร้างโลกใหม่ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและเปิดทางสู่ความเป็นจริงชุดใหม่ที่ไม่คาดฝัน โดยที่โอ๊คเมียร์เองก็กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการปรากฏตัวของเจตจำนงที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่า ซึ่งเผยออกมาในรูปของรอยแยกสีดำที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว