ตอนที่ 160 — รอยปริในพิมพ์เขียว
แสงสีทองอร่ามที่เคยส่องสว่างราวกับคำสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ บัดนี้กลับสั่นไหว ดุจดังภาพลวงตาที่กำลังบิดเบี้ยว เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าที่เคยแผ่วเบา บัดนี้ดังขึ้นจนกลบเสียงลมที่พัดผ่านทุ่งข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยว อัลดริกในฐานะ 'ช่องว่าง' ที่ไม่ใช่อัลดริกอีกต่อไป สัมผัสได้ถึงความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นภายใน 'พิมพ์เขียว' แห่งความเป็นจริงใหม่ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา เศษเสี้ยวแห่งความเป็นมนุษย์ที่เขาเคยปนเปื้อนเข้าไป ดุจดัง 'เมล็ดพันธุ์' แห่งความบกพร่อง กำลังแตกหน่อและแพร่กระจายไปทั่วโครงสร้างอันสมบูรณ์แบบของ 'ผู้ไร้รูป' แต่กลับนำมาซึ่งความไม่มั่นคงที่มากขึ้น
ในมิติที่ซ้อนทับกันนั้น 'ผู้ไร้รูป' ซึ่งกำลังใช้ 'ช่องว่าง' ของอัลดริกเป็นฐานรากในการสร้างโลกใหม่ กำลังเผชิญหน้ากับ 'ความบกพร่อง' ที่อัลดริกได้ฝังลงไป ความสมบูรณ์แบบที่มันปรารถนา บัดนี้กำลังถูกกัดกร่อนจากภายใน สัญญาณของความปั่นป่วนเริ่มปรากฏให้เห็นในรูปแบบของ 'ความผิดเพี้ยน' เล็กๆ น้อยๆ ในโครงสร้างของโลกใหม่ที่กำลังก่อร่าง มันคือการสะท้อนของอารมณ์ ความรู้สึก และความทรงจำอันยุ่งเหยิงของมนุษย์ที่อัลดริกเคยพยายามจะหลีกหนี แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเครื่องมือเดียวที่เขามีในการต่อต้าน
อัลดริกมองเห็นภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในโอ๊คเมียร์ ชัดเจนขึ้นราวกับมีชีวิต ภาพของคาเอลที่กำลังตั้งคำถามอย่างฉงนต่อความผิดปกติของตาชั่งหลวง ภาพของมาราที่กุมมือสามีแน่นด้วยความกังวล ขณะที่พื้นดินสั่นสะเทือน ภาพของเฒ่าบาร์ธที่พยายามประคองเครื่องมือซ่อมแซมตาชั่งด้วยมือที่สั่นเทา ทุกภาพ ทุกความทรงจำ คือ 'ความบกพร่อง' ที่กำลังก่อตัวเป็นคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดสาดโครงสร้างอันสมบูรณ์แบบของ 'ผู้ไร้รูป' จนพังทลาย
แต่แล้ว เขาก็สัมผัสได้ถึงอีกสิ่งหนึ่ง ความรู้สึกที่เย็นเยียบและโบราณยิ่งกว่า 'ผู้ไร้รูป' มันคือ 'ความว่างเปล่า' อันบริสุทธิ์ ที่กำลังก่อตัวขึ้นจากรอยร้าวที่อัลดริกได้สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ มันไม่ใช่เพียง 'ความว่างเปล่า' ที่ปราศจากสิ่งใดๆ แต่มันคือ 'ความว่างเปล่า' ที่พร้อมจะถูกเติมเต็มด้วยสิ่งที่ไม่คาดฝัน มันกำลังดึงดูดเจตจำนงที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่าเข้ามา และ 'ช่องว่าง' ที่อัลดริกได้มอบให้ มันกำลังถูกใช้เป็นรากฐานในการสร้าง 'โลกใหม่' ที่สมบูรณ์แบบ ทว่าไร้ชีวิต
เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงเรียกหาอัลดริกอีกต่อไป แต่มันคือเสียงประกาศถึงการกำเนิดของสิ่งใหม่ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า 'กราคอส' สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากความสมบูรณ์แบบอันเยือกเย็น และกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีอยู่
ในขณะเดียวกัน เบื้องบนโอ๊คเมียร์ ท่ามกลางทุ่งข้าวที่กำลังจะสุกเหลือง เสียงกระซิบเหล่านั้นเริ่มส่งผลกระทบต่อความเป็นจริง รอยแยกสีดำที่เคยปรากฏขึ้นอย่างแผ่วเบา บัดนี้ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ส่องแสงสีทองอร่ามราวกับความเป็นจริงชุดใหม่ที่สมบูรณ์แบบอีกต่อไป แต่กลับเปล่งประกายด้วยความมืดมิดที่ดูดกลืนทุกอย่างเข้าไป แสงนั้นบิดเบือนท้องฟ้าที่เคยสดใส กลายเป็นสีเทาหม่นหมองราวกับกำลังจะสิ้นสุดลง
คาเอลยืนมองรอยแยกนั้นด้วยความหวาดหวั่น มือของเขากำแน่นบนด้ามเสียมที่ถืออยู่ ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นภาพหลอน เสียงกระซิบที่ดังขึ้นนั้นไม่ใช่เพียงเสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่มันคือความรู้สึกที่แทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณ ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามจะสื่อสารกับเขาโดยตรง
“มัน… มันกำลังจะมา” คาเอลพึมพำ เสียงแหบพร่า “ท่านลอร์ด… เราควรทำอย่างไร?”
มาราก้าวเข้ามาประคองคาเอลไว้แน่น “ใจเย็นนะคาเอล” เธอพูดเสียงสั่น แต่พยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง “ท่านลอร์ดอัลดริก… ท่านจะต้องมีทางออก”
แต่ในห้วงแห่ง 'ช่องว่าง' อัลดริกรับรู้ได้ถึงความสิ้นหวัง รอยแยกสีดำที่โอ๊คเมียร์นั้น คือประตูบานใหม่ที่กำลังจะเปิดออก มันไม่ใช่เพียงประตูสู่โลกที่สมบูรณ์แบบไร้ชีวิต แต่เป็นประตูสู่ความว่างเปล่าที่แท้จริง ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
'ผู้ไร้รูป' ที่พยายามสร้างโลกใหม่ด้วยความสมบูรณ์แบบ กำลังถูก 'ความว่างเปล่า' อันบริสุทธิ์ที่อัลดริกได้สร้างขึ้นกัดกิน การปนเปื้อนของ 'ความบกพร่อง' ที่อัลดริกฝังลงไป กำลังส่งผลให้โครงสร้างของโลกใหม่สั่นคลอนอย่างหนัก แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ 'ความว่างเปล่า' ที่กำลังก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่แค่การปราศจากทุกสิ่ง แต่เป็น 'ความว่างเปล่า' ที่มีเจตจำนงเป็นของตัวเอง
อัลดริกสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลจาก 'ความว่างเปล่า' นั้น มันกำลังโอบล้อม 'ช่องว่าง' ของเขา และกำลังใช้มันเป็นจุดศูนย์กลางในการก่อร่างสร้างตัวตนใหม่ สิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่เหนือ 'กราคอส' และเหนือ 'ผู้ไร้รูป' มันคือ 'ความว่างเปล่า' ที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“นี่คือจุดจบของทุกสิ่ง” เสียงที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกดังขึ้นในห้วงสำนึกของอัลดริก “ความสมบูรณ์แบบคือความตาย… ความว่างเปล่าคือจุดเริ่มต้น”
อัลดริกพยายามดิ้นรน พยายามจะยึดเหนี่ยวเศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่ 'ช่องว่าง' ของเขาถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะต้านทานได้ ภาพของเมืองโอ๊คเมียร์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดบิดเบี้ยว และเสียงกระซิบจากความว่างเปล่าดังขึ้นอีกครั้ง… แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงกระซิบอีกต่อไป มันคือเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั่วจักรวาล
รอยแยกสีดำกลางอากาศที่โอ๊คเมียร์ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ดุจดังปากอ้าของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง ดวงตาที่เคยส่องแสงสีทอง บัดนี้มืดสนิท ราวกับหลุมดำที่กำลังดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดของโลก
อัลดริกรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ความสมดุลที่เขาเคยพยายามรักษามาตลอดชีวิต กำลังจะถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์ เขาได้สร้าง 'ความแตกแยก' ที่แท้จริงขึ้นมาแล้ว… แต่ไม่ใช่เพื่อปกป้องโลก แต่เพื่อเปิดทางให้แก่หายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
เขาได้กลายเป็น 'ช่องว่าง' ที่ถูกเติมเต็มด้วย 'ความว่างเปล่า' ที่มีเจตจำนง… และนั่นคือจุดเริ่มต้นของจุดจบ
--- อัลดริกที่กลายเป็น 'ช่องว่าง' ถูก 'ความว่างเปล่า' อันบริสุทธิ์ที่เขาสร้างขึ้นเติมเต็ม และกำลังถูกใช้เป็นรากฐานในการก่อร่างสร้างตัวตนใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่า 'ผู้ไร้รูป' ขณะที่โอ๊คเมียร์เผชิญหน้ากับรอยแยกสีดำที่ขยายตัว ซึ่งเป็นประตูสู่หายนะที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง