← All chapters

The Glass Library

Chapter 79Free

ตอนที่ 79 — เสียงเพรียกจากความว่างเปล่าและพันธนาการแห่งหมึก

ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่คือความว่างเปล่าที่เย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งไว้ในหยดหมึก บรอนเวนรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่ใช่ด้วยคมมีด แต่ด้วยแรงดึงดูดที่พยายามจะย่อยสลายทุกอณูของตัวตนให้กลายเป็นเพียงสัญลักษณ์บนหน้ากระดาษที่ไม่มีวันสิ้นสุด เธอพยายามจะกรีดร้อง แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากลำคอมีเพียงกลุ่มควันสีดำข้นที่ม้วนตัวอยู่ในอากาศ ราวกับว่าแม้แต่เสียงของเธอก็ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นพยัญชนะที่ไร้ความหมาย

ภาพรอบกายบิดเบี้ยวเหมือนเงาสะท้อนในกระจกที่ร้าวระแหง รอยแยกแห่งความจริงเบื้องหน้าเธอไม่ได้เป็นเพียงช่องว่างในมิติ แต่มันคือปากขนาดยักษ์ที่กำลังอ้ากว้างเพื่อกลืนกินความจริงชุดสุดท้ายที่เหลืออยู่ กลุ่มคนชุดขาวที่เคยไล่ล่าเธอเมื่อครู่ บัดนี้กลายเป็นเพียงเงาร่างที่พร่าเลือนซึ่งกำลังถูกกระแสธารแห่งความว่างเปล่าพัดพาหายไปในความมืดมิด แต่พวกเขายังไม่ยอมแพ้ แสงสว่างที่แผ่ออกมาจากปากกาแห่งแสงวิเศษยังคงสาดส่องแทรกผ่านความมืด พยายามจะจารึก 'ความสมบูรณ์แบบ' ลงไปในช่องว่างที่กำลังพังทลาย

“อย่าปล่อยให้มันกลืนกินความทรงจำของเจ้า!” เสียงของชายชุดเทาดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล มันไม่ใช่เสียงที่เรียกผ่านอากาศ แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านกระดูกและอักขระที่กำลังไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดของเธอ บรอนเวนพยายามเอื้อมมือออกไปคว้าหาที่ยึดเหนี่ยว แต่ปลายนิ้วของเธอกลับกลายเป็นเส้นหมึกสีดำที่ขยายตัวออกและจางหายไปในความว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่เธอพยายามจะขยับกาย อักขระต้นแบบในตัวจะตอบสนองด้วยการแผ่ซ่านความร้อนแรงออกมา ราวกับพวกมันกำลังพยายามจะสร้าง 'เกราะ' ขึ้นมาป้องกันตัวตนของเธอ แต่มันกลับกลายเป็นการเร่งปฏิกิริยาการกลายสภาพให้เร็วขึ้นไปอีก

ความทรงจำของเธอเริ่มพร่าเลือน... เธอจำได้ว่าเธอกำลังหลบหนี จำได้ว่าเธอกำลังต่อสู้ แต่ความรู้สึกถึงน้ำหนักของร่างกายกลับหายไป เหลือเพียงความรู้สึกถึงน้ำหนักของ 'ความหมาย' ที่เธอกำลังแบกรับไว้ บรอนเวนเริ่มตระหนักด้วยความตระหนกที่เย็นเยียบว่า เธอไม่ได้กำลังจมลงไปในหลุม แต่เธอกำลังถูก 'เขียนใหม่' ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของช่องว่างนี้ หากเธอไม่สามารถรักษาแก่นแท้ของความทรงจำไว้ได้ เธอจะไม่ใช่บรอนเวน บรรณารักษ์ผู้รักความจริงอีกต่อไป แต่จะเป็นเพียงรอยเปื้อนหมึกที่ไร้ชีวิตในพงศาวดารของผู้อื่น

ทันใดนั้น รอยแยกเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีขาวโพลนที่เกิดจากการปะทะกันของความจริงและคำลวงระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงกระแทกนั้นส่งร่างที่กึ่งโปร่งแสงของเธอให้ปลิวว่อนไปในกระแสของมิติที่กำลังล่มสลาย ในเสี้ยววินาทีแห่งความโกลาหลนั้นเอง เธอเห็นดวงตาอักขระยักษ์บนฟากฟ้าจ้องมองลงมา ราวกับผู้คุมกฎที่กำลังมองดูเศษขยะที่กำลังถูกกวาดทิ้งไป บรอนเวนรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ยื้อยุดความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นหมึกเก่าๆ ในหอสมุดแก้ว และสัมผัสของกระดาษที่ปลายนิ้ว เอาไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จิตวิญญาณที่กำลังแตกสลายจะทำได้

ความมืดมิดเข้าครอบคลำทุกอย่างอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกเหมือนการดิ่งตกจากที่สูงที่ไม่มีวันสิ้นสุด...

...แล้วสติของเธอก็กลับคืนมาพร้อมกับความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

บรอนเวนสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับถูกกระชากขึ้นมาจากบ่อน้ำลึก เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นแข็งที่เย็นจัดและเรียบเนียนจนผิดปกติ เมื่อเธอลืมตาขึ้น ความสว่างที่เห็นไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็นแสงนวลตาที่กระจายออกมาจากผนังและเพดาน รอบกายของเธอไม่ใช่ซากปรักหักพังที่เธอคาดหวัง แต่เป็นโถงทางเดินที่กว้างขวางและดูโอ่อ่า ผนังถูกสร้างขึ้นจากวัสดุที่ดูเหมือนแก้วแต่มีความขุ่นมัวคล้ายมุก และที่สำคัญที่สุด... ทุกอย่างมันสะอาดสะอ้านจนน่ากลัว

ไม่มีฝุ่นผง ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ ไม่มีเศษซากของหอจดหมายเหตุที่ถูกลืม ทุกอย่างดูเหมือนเพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ในชั่วข้ามคืนด้วยความประณีตสูงสุด บรอนเวนพยายามยันตัวขึ้น แต่ความเจ็บปวดที่แล่นริ้วมาจากปลายนิ้วทำให้เธอต้องชะงัก เธอต้องก้มลงมองมือของตัวเอง และหัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น

ใต้ผิวหนังที่เคยเป็นสีเนื้อ บัดนี้มีเส้นสายสีดำเข้มขยายตัวเป็นโครงข่ายอักขระที่ซับซ้อน มันไม่ได้ดูเหมือนรอยสัก แต่มันดูเหมือนมันกำลัง 'ไหล' อยู่ภายใต้ชั้นผิวหนัง ราวกับว่าเลือดของเธอถูกแทนที่ด้วยหมึกจารึกไปเสียแล้ว และเมื่อเธอพยายามจะขยับนิ้ว อักขระเหล่านั้นก็เคลื่อนไหวตามไปด้วยอย่างเป็นจังหวะ

“คุณตื่นแล้วหรือ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืดที่หัวมุมโถงทางเดิน

บรอนเวนสะดุ้งโหยง เธอรีบถดตัวหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังที่เย็นเยียบ ชายชุดเทายืนอยู่ตรงนั้น เขาดูเหมือนเดิมทุกประการ ยกเว้นแววตาที่ดูเหนื่อยล้าและลึกลับยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ได้เข้ามาหาเธอในทันที แต่เพียงแค่ยืนเฝ้ามองด้วยท่าทีที่อ่านไม่ออก

“ที่นี่... ที่ไหน?” บรอนเวนพยายามเค้นเสียงที่แหบพร่าออกมา เธอรู้สึกว่าเสียงของเธอเองก็ดูเหมือนจะมีน้ำหนักของหมึกปนอยู่ด้วย

“ที่ที่คุณควรจะอยู่ หากคุณต้องการจะมีตัวตนต่อไป” ชายชุดเทากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่มีร่องรอยของความกังวลซ่อนอยู่ “แต่มันไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยอย่างที่ตาเห็น บรอนเวน... โลกนี้คือผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบจากการเขียนทับ และคุณคือสิ่งแปลกปลอมเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่จากฉบับร่างเดิม”

บรอนเวนมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง โลกที่ดูสงบสุขและสมบูรณ์แบบนี้มันคืออะไรกันแน่? มันคือความจริง หรือเป็นเพียงภาพวาดที่ถูกจารึกขึ้นอย่างงดงามเพื่อหลอกตาผู้คน? เธอเริ่มตระหนักว่าความจริงที่เธอพยายามปกป้องอาจจะกำลังกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือน และตอนนี้ เธอเองนั่นแหละที่เป็นบทบันทึกที่ผิดเพี้ยนที่สุดในโลกใบนี้

--- บรอนเวนตื่นขึ้นมาในโลกใหม่ที่สมบูรณ์แบบอย่างผิดธรรมชาติ โดยพบว่าร่างกายของเธอได้หลอมรวมกับอักขระต้นแบบจนกลายเป็นหมึก และต้องเผชิญหน้ากับชายชุดเทาที่เตือนถึงอันตรายจากการเป็นสิ่งแปลกปลอมในโลกที่ถูกเขียนทับ