← All chapters

The Glass Library

Chapter 78Free

ตอนที่ 78 — รอยจารึกที่ร่วงหล่นและประตูสู่ความจริง

ความรู้สึกสุดท้ายคือความว่างเปล่าที่รุนแรงเสียจนสมองพร่าเลือน บรอนเวนรู้สึกเหมือนถูกกระชากผ่านอุโมงค์ที่ไร้น้ำหนัก ร่างกายของเธอไม่ได้สัมผัสถึงแรงโน้มถ่วง แต่สัมผัสถึงแรงฉุดกระชากของอักขระที่ฝังลึกอยู่ในกระแสเลือด มันไม่ใช่ความเจ็บปวดแบบแผลสด แต่มันคือความรู้สึกเหมือนเส้นใยไหมที่ร้อนผ่าวพยายามจะถักทอขึ้นใหม่ท่ามกลางความมืดมิด เสียงอื้ออึงในหูเปลี่ยนจากเสียงกรีดร้องของมิติที่กำลังปริแตก กลายเป็นเสียงกระซิบแผ่วเบาของกระดาษนับล้านแผ่นที่พลิกคว่ำพลิกหงายอยู่ในความมืด

เธอลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองกำลังร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งของรอยแยกที่เปิดออกท่ามกลางซากปรักหักพังของความจริงที่บิดเบี้ยว แสงสว่างที่นี่ไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์ แต่มันคือแสงสลัวสีม่วงครามที่เรืองรองออกมาจากรอยแตกของชั้นบรรยากาศที่แตกสลาย ราวกับเป็นรอยรั่วของหมึกที่หกเลอะบนผืนผ้าใบแห่งจักรวาล บรอนเวนพยายามตะเกียกตะกายคว้าอากาศ แต่มือของเธอกลับดูแปลกไป แสงสว่างวูบวาบที่ปลายนิ้วบอกให้รู้ว่าอักขระต้นแบบได้แทรกซึมเข้าไปในผิวหนังจนกลายเป็นลวดลายสีทองจางๆ ที่เต้นเร้าไปตามจังหวะหัวใจ

"อย่าพยายามฝืนแรงดึงดูดนั่น!" เสียงหนึ่งตะโกนก้องมาจากเบื้องบน บรอนเวนเงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านหมึกที่กำลังม้วนตัว เห็นเงาร่างของชายชุดเทากำลังร่วงหล่นลงมาเช่นกัน เขากำลังใช้เข็มจารึกมิติแทงทะลุอากาศเพื่อสร้างแท่นรองรับที่ชั่วคราว แต่มันดูไม่มั่นคงนัก

“คุณ!” บรอนเวนพยายามตะโกน แต่เสียงของเธอกลับกลายเป็นเพียงกลุ่มอักขระที่แตกกระจายออกมาจากลำคอ เธอตกใจกับภาพที่เห็น—ตัวตนของเธอไม่ได้เป็นเพียงเสียงอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกเขียนขึ้นสดๆ รอยแยกแห่งความจริงกำลังดูดกลืนทุกอย่างที่มันสัมผัส และเธอก็เป็นหนึ่งในเหยื่อที่กำลังถูกจารึกให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโกลาหลนี้

ร่างของเธอปะทะเข้ากับแท่นแสงสีม่วงที่ชายชุดเทาสร้างขึ้น แรงกระแทกนั้นทำให้สติของเธอวูบไปชั่วขณะ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองนอนหอบหายใจอยู่ในพื้นที่ที่ดูเหมือนซากวิหารโบราณที่สร้างจากแก้วและกระดาษ พื้นดินไม่ใช่ดิน แต่เป็นชั้นของหน้ากระดาษที่หนาทึบและแข็งราวกับหิน กลิ่นของหมึกเก่าและกระดาษที่ชื้นแฉะคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

“เราปลอดภัย... ชั่วคราว” ชายชุดเทากล่าวพลางยันตัวขึ้น เขาดูเหนื่อยล้ากว่าครั้งไหนๆ ใบหน้าของเขาดูซูบผอมลงและดวงตาแฝงความวิตก “แต่รอยแยกนี้ไม่ได้เปิดขึ้นเพื่อนำทางเรา แต่มันเปิดขึ้นเพราะความไม่สมดุลที่กลุ่มคนชุดขาวสร้างไว้ ยิ่งคุณใช้พลังอักขระต้นแบบเพื่อต้านทานมากเท่าไหร่ รอยแยกก็จะยิ่งขยายตัวกว้างขึ้นเท่านั้น”

บรอนเวนพยายามลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกทำให้เธอต้องชะงัก เมื่อเธอก้มลงมองตามความรู้สึก เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว อักขระสีทองที่ผิวหนังของเธอไม่ได้แค่เต้นเร้า แต่มันกำลังขยายตัวและแทรกซึมลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนัง ราวกับรากไม้ที่กำลังชอนไชเข้าไปในเนื้อเยื่อจริง ๆ มันกำลังกลืนกินตัวตนทางกายภาพของเธอเพื่อเปลี่ยนให้เป็นข้อมูลที่สามารถจารึกได้

“มันกำลังกินฉัน...” เธอพึมพำ เสียงของเธอยังคงมีความแห้งผากเหมือนกระดาษทราย

“มันไม่ได้กินคุณ บรอนเวน แต่มันกำลัง ‘แปลง’ คุณ” ชายชุดเทาขยับเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอ แต่สายตาของเขากลับจ้องมองไปที่รอยแยกที่ยังคงขยับไหวอยู่เบื้องหลัง “ในโลกที่ถูกเขียนทับ ความจริงที่แท้จริงคือสิ่งแปลกปลอม คุณคือความผิดพลาดที่สวยงามที่สุดในพงศาวดารที่สมบูรณ์แบบของพวกเขา หากคุณต้องการจะรักษาตัวตนไว้ คุณต้องหา ‘จุดศูนย์กลาง’ ของการจารึกนี้ให้เจอ ที่นั่นคือที่เดียวที่ความจริงดั้งเดิมยังคงอยู่ก่อนที่จะถูกลบเลือน”

บรอนเวนพยายามรวบรวมสติ เธอต้องคิดให้ไวเหมือนที่เคยทำในสำนักอาลักษณ์ แต่ตอนนี้ตรรกะของเธอกำลังปะทะกับความจริงที่ไม่อาจอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์ หากโลกนี้คือหนังสือ และเธอคืออักขระที่กำลังจะกลายเป็นหมึก เธอก็ต้องหา 'หน้ากระดาษ' ที่ยังไม่ได้ถูกเขียนทับเพื่อซ่อนตัว

ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าสีขาวสะอาดตาก็พุ่งทะลุผ่านเพดานกระดาษขึ้นมา มันไม่ใช่แสงที่อบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้า แต่มันคือแสงที่ไร้ความรู้สึก ไร้เงา และไร้ความเมตตา มันคือแสงจากปากกาแห่งแสงวิเศษที่กลุ่มคนชุดขาวใช้สร้างความจริงใหม่ บรอนเวนสัมผัสได้ถึงการมาถึงของพวกมัน—ไม่ใช่ในฐานะมนุษย์ แต่ในฐานะ 'ผู้ลบเลือน'

“พวกมันมาแล้ว” ชายชุดเทากล่าวเสียงต่ำ มือของเขากระชับเครื่องมือในมือแน่น “และคราวนี้ พวกมันไม่ได้มาเพื่อเขียนทับ แต่มาเพื่อล้างกระดานส่วนที่มันไม่ต้องการ”

พื้นกระดาษใต้เท้าของบรอนเวนเริ่มสั่นสะเทือน อักขระที่ปลายนิ้วของเธอเริ่มเรืองแสงสีแดงเข้มข้นขึ้น ราวกับมันรับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่แรงดึงดูดจากความว่างเปล่า แต่มันคือแรงดึงดูดที่พยายามจะดึงเธอลงไปสู่รอยแยกเบื้องล่างที่กำลังขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับปากของอสุรกายที่หิวโหย

“บรอนเวน! จับมือฉันไว้!” ชายชุดเทาตะโกน แต่เสียงของเขาถูกกลืนหายไปในเสียงกัมปนาทของมิติที่กำลังฉีกขาด

บรอนเวนเอื้อมมือออกไป แต่ก่อนที่นิ้วของเธอจะสัมผัสกับเขา รอยแยกใต้เท้าเธอก็ระเบิดออก ความมืดมิดที่แท้จริงพุ่งขึ้นมาโอบล้อมเธอไว้ พร้อมกับความรู้สึกสุดท้ายที่รุนแรง—ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นหมึกในหอสมุดแก้ว ความทรงจำเกี่ยวกับแสงที่ถูกทรมาน และความรู้สึกว่าตัวตนของเธอกำลังถูกขีดฆ่าออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างไม่ใยดี

--- บรอนเวนถูกดึงเข้าสู่รอยแยกแห่งความจริงท่ามกลางการไล่ล่าของกลุ่มคนชุดขาว เธอพบว่าร่างกายของเธอกำลังถูกอักขระต้นแบบกลืนกินจนกลายเป็นหมึก และกำลังถูกแรงดึงดูดของมิติฉุดกระชากลงสู่ความว่างเปล่าที่ไม่อาจคาดเดาได้