← All chapters

The Glass Library

Chapter 80Free

ตอนที่ 80 — รอยจารึกที่ถูกลืมและจุดเริ่มต้นของความจริงที่เลือนหาย

ความเงียบในโลกใบใหม่นี้ไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยความสมบูรณ์แบบที่น่าขนลุก บรอนเวนลืมตาขึ้นบนพื้นหินอ่อนที่เรียบเนียนจนแทบจะสะท้อนเงาของท้องฟ้าสีครามที่ดูนิ่งสงบเกินกว่าจะเป็นเรื่องจริง เธอพยายามจะยันกายขึ้น แต่ความรู้สึกที่ปลายนิ้วกลับไม่ใช่สัมผัสของผิวหนังที่คุ้นเคย แต่มันคือความรู้สึกหนืดเหนียวและไหลลื่นราวกับกำลังกดลงไปบนแผ่นกระดาษที่ชุ่มไปด้วยหมึก เมื่อเธอก้มลงมองมือทั้งสองข้าง หัวใจของเธอก็เต้นรัวด้วยความตระหนก รอยอักขระต้นแบบที่เคยเป็นเพียงเส้นสายจางๆ ใต้ผิวหนัง บัดนี้ได้ขยายตัวและกลืนกินเส้นเลือดของเธอไปจนหมดสิ้น เส้นเลือดที่เคยเป็นสีแดงบัดนี้กลายเป็นสีดำสนิทและเรียงตัวกันเป็นพยัญชนะโบราณที่ขยับเขยื้อนได้ราวกับสิ่งมีชีวิต

"อย่าเพิ่งพยายามฝืนมัน... มันยังไม่ถึงเวลาที่จะให้คุณกลายเป็นประโยคที่สมบูรณ์"

เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดินที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เขาไม่ได้เดินเข้ามาหาเธอ แต่ยืนสงบนิ่งอยู่ใต้แสงสว่างที่ดูนวลตาจนผิดธรรมชาติ บรอนเวนพยายามจะเอ่ยปากถาม แต่ลำคอของเธอกลับแห้งผากและมีรสขมของหมึกจางๆ ไหลวนอยู่ในลำคอ เธอรู้ดีว่าเขากำลังเตือนถึงอะไร ความสมบูรณ์แบบของโลกใบนี้คือกับดัก หากเธอปล่อยให้กระบวนการนี้ดำเนินต่อไป เธอจะไม่ใช่ 'บรอนเวน บรรณารักษ์ผู้รักอิสระ' อีกต่อไป แต่เธอจะเป็นเพียง 'พจนาพรรณนา' บทหนึ่งในพงศาวดารที่กลุ่มคนชุดขาวเขียนขึ้นเพื่อสร้างโลกที่ไร้รอยตำหนิ

"ฉันต้องไปที่หอสมุดเก่า"

เธอเค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านี้ มันแหบพร่าและขาดห้วง บรอนเวนพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อควบคุมอักขระที่กำลังกัดกินตัวตน เธอใช้ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นกระดาษเก่า กลิ่นฝุ่น และความวุ่นวายในหอสมุดแก้วมาเป็นสมอเรือยึดเหนี่ยวจิตใจเอาไว้ ทันทีที่เธอจดจ่อกับความทรงจำเหล่านั้น รอยหมึกบนแขนก็เริ่มหยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราว แต่มันกลับส่งความเจ็บปวดแสบสันราวกับเข็มพันเล่มทิ่มแทงลงในกระดูก

ชายชุดเทาเดินก้าวออกมาจากเงา แสงสว่างรอบตัวเขาดูเหมือนจะบิดเบี้ยวเมื่อเข้าใกล้ตัวเธอ "หอสมุดเก่าไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยสำหรับสิ่งแปลกปลอมอย่างคุณ บรอนเวน กลุ่มคนชุดขาวไม่ได้แค่ต้องการเขียนทับประวัติศาสตร์ แต่พวกเขาต้องการลบช่องว่างระหว่าง 'สิ่งที่ควรเป็น' กับ 'สิ่งที่เป็นอยู่' หากคุณไปที่นั่นด้วยสภาพนี้ คุณจะกลายเป็นจุดด่างพร้อยที่พวกเขาจะรีบกำจัดทิ้งทันทีที่พบเห็น"

บรอนเวนกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดทำให้เธอเห็นภาพหลอนของแสงวิเศษที่กำลังกรีดร้องอยู่ภายใต้ปากกาแห่งแสง มันเป็นภาพที่สยดสยองเกินกว่าจะพรรณนาได้ แสงที่ควรจะนำทางกลับกลายเป็นคมมีดที่กรีดกินความจริงไปทีละแผ่น "ถ้าฉันไม่ไป... ฉันจะหายไปโดยที่ไม่มีใครจำได้เลยใช่ไหม?"

ชายชุดเทานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความเศร้าที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย "นั่นคือทางเลือกของคุณ จะเป็นความจริงที่เจ็บปวด หรือจะเป็นความลวงที่สวยงามจนคุณลืมแม้กระทั่งชื่อของตัวเอง"

บรอนเวนตัดสินใจลุกขึ้นยืน ร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่าน พื้นหินอ่อนที่เคยเรียบเนียนกลับทิ้งรอยจารึกสีดำจางๆ ไว้เบื้องหลัง มันคือร่องรอยของตัวตนที่กำลังเลือนหาย เธอต้องรีบไปก่อนที่รอยเท้าเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฉากทัศน์ที่ถูกกำหนดไว้

การเดินทางผ่านเมืองที่ดูเหมือนสวรรค์แต่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ในทุกอณูทำให้เธอเหนื่อยล้า ผู้คนบนท้องถนนเดินสวนกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูคล้ายคลึงกันจนน่าขนลุก ทุกคนดูเหมือนถูกเขียนขึ้นด้วยพิมพ์เขียวเดียวกัน ไม่มีใครแสดงความโกรธ ความเศร้า หรือแม้แต่ความสับสน ทุกอย่างดูราบรื่นและสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบจนน่าสะอิดสะเอียน บรอนเวนต้องใช้ผ้าคลุมเก่าๆ ปกปิดมือที่กลายเป็นหมึกของเธอเอาไว้ และเดินก้มหน้าผ่านฝูงชนที่ไร้ความรู้สึกเหล่านั้น

ขณะที่เธอกำลังจะถึงเขตชายแดนของเมืองที่เชื่อมต่อกับหอสมุดเก่า แรงสั่นสะเทือนประหลาดก็เกิดขึ้นใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่แผ่นดินไหวตามธรรมชาติ แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังขยับแผ่นกระดาษขนาดมหึมาอยู่ใต้โลกใบนี้ บรอนเวนทรุดตัวลงกับพื้น ความเจ็บปวดจากอักขระใต้ผิวหนังทวีความรุนแรงขึ้นจนเธอแทบหมดสติ ทันใดนั้น เธอก็เห็นแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นที่ขอบฟ้า มันไม่ใช่แสงอาทิตย์ แต่เป็นแสงจากปากกาแห่งแสงวิเศษที่กำลังจารึกความจริงชุดใหม่ลงบนฟากฟ้า

"มันเริ่มแล้ว..." ชายชุดเทาปรากฏกายขึ้นข้างกายเธออีกครั้ง คราวนี้เขามีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง "พวกเขาเริ่ม 'ล้างกระดาน' ในส่วนที่ยังไม่มีการเขียนทับสมบูรณ์ บรอนเวน คุณต้องรีบแล้ว หากคุณไปไม่ถึงหอสมุดเก่าก่อนที่แสงนี้จะพาดผ่านตัวคุณ... คุณจะกลายเป็นเพียงช่องว่างสีขาวในหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า"

บรอนเวนพยายามพยุงร่างที่สั่นเทาขึ้นมา เธอมองไปที่ท้องฟ้าที่กำลังถูกอาบด้วยแสงสีขาวอันบริสุทธิ์แต่เย็นเยียบ ความจริงที่เธอพยายามรักษาไว้กำลังถูกท้าทายด้วยความสมบูรณ์แบบที่ไร้หัวใจ เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่มันคือการต่อสู้เพื่อสิทธิในการมีตัวตน แม้ตัวตนนั้นจะเต็มไปด้วยรอยตำหนิและหยาดหมึกก็ตาม เธอต้องเดินหน้าต่อไป แม้ว่าก้าวต่อไปอาจจะเป็นก้าวสุดท้ายของความเป็นมนุษย์ก็ตาม

--- บรอนเวนตื่นขึ้นมาในโลกที่สมบูรณ์แบบอย่างผิดธรรมชาติพร้อมกับร่างกายที่กลายเป็นหมึกและอักขระ เธอต้องเร่งเดินทางไปยังหอสมุดเก่าเพื่อรักษาตัวตนก่อนที่จะถูกกลุ่มคนชุดขาวเขียนทับและลบเลือนไปจากความจริง