ตอนที่ 156 — การปรับปรุงที่มาของคำทำนาย
บรอนเวนยืนมองแผ่นภาพผลึกที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงาน แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกส่องกระทบใบหน้าคมคายของเธอ ทำให้เงาใต้โหนกแก้มเด่นชัดขึ้น มือข้างหนึ่งของเธอวางทาบลงบนแผ่นภาพที่มีตราสัญลักษณ์ของสำนักอาลักษณ์ ราวกับจะประทับตราความเป็นเจ้าของ “พวกมันยังคงยืนกรานที่จะเรียกว่า ‘คำทำนาย’ สินะ” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า.
เอเลียสถอนหายใจยาว เขาเดินไปมาอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นลานภายในของสำนักอาลักษณ์ “บรอนเวน นี่ไม่ใช่เวลามาถากถางคำศัพท์ที่พวกผู้ใหญ่ตั้งให้ การที่พวกเราพบใบเสร็จปลอม และการที่ ‘โครงการพิเศษ: เรือนกระจกแก้ว’ ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับ ‘ผู้พิทักษ์ผลึก’ มันเป็นเรื่องใหญ่กว่าแค่การถกเถียงเรื่องชื่อ” เขาหยุดเดิน หันมาเผชิญหน้ากับเธอ “แล้วไหนจะเรื่องที่เซเลสเทนเห็นภาพในเรือนกระจกนั่นอีก มันเหมือนกับว่า…เหมือนกับว่าเรากำลังมองเข้าไปในอดีตจริงๆ”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังพยายามทำความเข้าใจ เอเลียส” บรอนเวนหยิบแผ่นภาพผลึกแผ่นหนึ่งขึ้นมา มันเป็นบันทึกเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อสิบปีก่อน “คำทำนายที่ว่า ‘เงาทมิฬจะแผ่คลุม และความสับสนจะบังตา’ มันปรากฏขึ้นก่อนเหตุการณ์นั้นจริง แต่…ใครเป็นคนเขียนมัน? และเมื่อไหร่?” เธอวางแผ่นภาพลง แล้วหยิบอีกแผ่นที่เก่ากว่าขึ้นมา “นี่คือบันทึกเกี่ยวกับ ‘ปีศาจผลึก’ ที่เคยคุกคามเมืองของเราเมื่อร้อยปีก่อน คำทำนายก็มีอยู่เช่นกัน ‘แสงจะถูกกลืนกิน และมวลมนุษย์จะหลั่งน้ำตา’ แต่บันทึกที่มาถึงเรานั้น…มันถูกคัดลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะเลือนราง”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเอเลียส ดวงตาของเธอฉายแววครุ่นคิด “ฉันกำลังสงสัยว่า ‘คำทำนาย’ เหล่านี้มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจริงหรือเปล่า หรือว่ามีใครบางคน…หรือบางสิ่ง…กำลัง ‘เขียน’ มันขึ้นมา”
เซเลสเทนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง ถือแผ่นแผนที่ที่เธอเพิ่งค้นพบไว้ในมือ “อาจจะมีวิธีที่เราจะหาคำตอบได้” เธอกล่าว น้ำเสียงร่าเริงผิดปกติ แต่แววตาของเธอก็แฝงความกังวล “ฉันพบแผนที่เส้นทางลับในเรือนกระจกแก้ว มันมีสัญลักษณ์ของผลึกแก้วสีดำอยู่ตรงปลายทาง”
บรอนเวนเลิกคิ้ว “ผลึกแก้วสีดำ? ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน”
“ฉันก็เหมือนกัน” เอเลียสเสริม “แต่จากที่เซเลสเทนเล่าเกี่ยวกับพลังงานที่ผิดปกติในเรือนกระจกตอนกลางคืน และภาพเหตุการณ์ในอดีตที่สะท้อนบนผนังแก้ว…มันอาจจะเชื่อมโยงกัน”
“ผนังแก้วนั่น…” บรอนเวนทวนคำ “ถ้ามันบันทึกเหตุการณ์ได้จริง…และถ้ามันสามารถ ‘ปรับปรุง’ ข้อมูลได้เหมือนกับระบบคัดลอกของเรา…” ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างเฉียบพลัน
“ปรับปรุง?” เซเลสเทนถาม “หมายถึงยังไง?”
“คิดดูสิ” บรอนเวนเริ่มอธิบาย “ในอดีตที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่ถูกกล่าวถึงใน ‘คำทำนาย’ มักจะมีบันทึกใหม่ หรือการ ‘ปรับปรุง’ ระบบการคัดลอกหนังสือเกิดขึ้นตามมาเสมอ ฉันเคยคิดว่ามันเป็นเพียงความบังเอิญ หรือเป็นความพยายามของสำนักอาลักษณ์ที่จะรักษาความถูกต้องของบันทึก แต่…ถ้า ‘คำทำนาย’ เหล่านั้นถูกสร้างขึ้น หลังจาก การปรับปรุงระบบล่ะ? ถ้ามันไม่ใช่การคาดการณ์อนาคต แต่เป็นการ ‘สร้าง’ อดีตที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้สร้างต้องการ?”
เอเลียสอ้าปากค้าง “คุณกำลังจะบอกว่า…คำทำนายพวกนี้…อาจจะถูก ‘เขียน’ ขึ้นมา เพื่อให้ดูเหมือนเป็นการทำนายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว? เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำบางอย่าง?”
“หรือบางที…” บรอนเวนยื่นมือไปสัมผัสแผ่นภาพผลึกที่มีตราสัญลักษณ์ของสำนักอาลักษณ์ “บางที ‘คำทำนาย’ ที่แท้จริง อาจจะไม่ได้มาจากผลึกแก้วธรรมดา…แต่มาจาก ‘ผลึกแก้วสีดำ’ นั่นต่างหาก…และใครบางคนกำลังใช้ระบบของเราเพื่อ ‘ปรับปรุง’ บันทึกทางประวัติศาสตร์ของเราให้สอดคล้องกับ ‘คำทำนาย’ ที่พวกเขาต้องการให้ปรากฏ”
เธอหยิบแผ่นภาพผลึกที่มีคำทำนายเกี่ยวกับราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก ซึ่งเป็นบันทึกเก่าแก่ที่เธอเคยพบ “คำทำนายนี้…มันถูกค้นพบหลังจาก ‘การปรับปรุงใหญ่’ ครั้งล่าสุดของระบบคัดลอกของเราพอดี” เธอเน้นคำว่า ‘ปรับปรุง’ “และตอนนั้นเองที่ราชสำนักเริ่มมีอำนาจมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”
เซเลสเทนกะพริบตาปริบๆ “แล้ว…แผนที่นี่จะพาเราไปหาอะไร?”
“อาจจะพาเราไปหาคำตอบที่ว่าใครคือ ‘ผู้เขียน’ คำทำนายพวกนี้” บรอนเวนกล่าว “และทำไมพวกเขาถึงต้องการให้เราเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเขียน” เธอเงยหน้าขึ้นมองเอเลียสและเซเลสเทน “เราต้องไปที่นั่น เราต้องหาว่าผลึกแก้วสีดำนั้นคืออะไร และมันถูกใช้เพื่ออะไร”
“แต่ถ้าเราถูกพบ…” เอเลียสเริ่มแสดงความกังวล
“เราต้องเสี่ยง” บรอนเวนตอบอย่างหนักแน่น “การรู้ว่าคำทำนายอาจจะถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่การมองเห็นอนาคต แต่เป็นการมองเห็นการบิดเบือนอดีต…นั่นทำให้ฉันไม่อาจนิ่งดูดายได้อีกต่อไป” เธอหันไปมองแผนที่ในมือของเซเลสเทน “เราจะไปตามเส้นทางนี้”
เธอเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กที่วางอยู่ข้างๆ “และก่อนที่เราจะออกเดินทาง ฉันจะจดบันทึกสมมติฐานใหม่ของฉันไว้…ว่า ‘คำทำนาย’ นั้นอาจเป็นเพียงเครื่องมือในการควบคุม…ไม่ใช่การพยากรณ์” เธอเริ่มจรดปากกาลงบนหน้ากระดาษ “ถ้าเราต้องการจะนำความสมดุลกลับคืนมาสู่เอลเดอร์เมียร์ เราต้องเข้าใจว่าใครกำลังพยายามบิดเบือนมันตั้งแต่แรก”
เสียงฝีเท้าของทหารยามดังแว่วมาจากโถงทางเดินด้านนอก บรอนเวนชะงักไปเล็กน้อย เธอหันไปมองประตู “ดูเหมือนว่าจะมีคนสนใจ ‘การปรับปรุง’ ของเราเหมือนกัน” เธอพูดประชดประชัน “เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อม เราต้องไปก่อนที่พวกเขาจะมาถึง” เธอปิดสมุดบันทึก พับแผนที่เก็บเข้าที่ และลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ไปกันเถอะ”
พวกเขาทั้งสามคนรีบออกจากห้องทำงานอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังทางเดินลับที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือโบราณ ขณะที่พวกเขาเคลื่อนที่ผ่านความมืด ประตูห้องทำงานของบรอนเวนก็เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของทหารยามสองนายที่ก้าวเข้ามาในห้อง แต่สิ่งที่พวกเขามองเห็นกลับไม่ใช่บรอนเวน แต่เป็นเพียงแผ่นภาพผลึกที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะว่างเปล่า และแสงสีฟ้าอ่อนที่ยังคงส่องกระทบผนังห้องอย่างสม่ำเสมอ ทิ้งไว้เพียงความสงสัยว่าพวกเขาเพิ่งจะตามรอยใคร หรืออะไรกันแน่.
--- บรอนเวนเริ่มตั้งสมมติฐานว่า 'คำทำนาย' อาจไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ถูกสร้างขึ้นโดยการ 'ปรับปรุง' ระบบคัดลอกหนังสือ และพบว่าเหตุการณ์สำคัญมักจะเกิดขึ้นหลังจากมีการปรับปรุงระบบ พวกเขาจึงตัดสินใจตามแผนที่เส้นทางลับไปยังจุดที่มีสัญลักษณ์ผลึกแก้วสีดำเพื่อค้นหาความจริง