← All chapters

The Glass Library

Chapter 117Free

ตอนที่ 117 — รอยสลักบนพื้นหิน

“ถอยไปอีกนิด เอเลียส ถ้ามือคุณสั่นจนเหล็กสลักแฉลบไปโดนเส้นวงจรหลัก เราจะไม่ได้แค่สูญเสียตำรา แต่เราจะสูญเสียมือข้างนั้นไปด้วย” เซเลสเทนตะโกนแข่งกับเสียงครืนครานของผลึกแก้วหลักที่สั่นสะเทือนอยู่เหนือศีรษะ

แสงสีฟ้าจัดจ้าจากผลึกแก้วยักษ์สาดลงมายังห้องใต้ดินของ Castellane มันไม่ใช่แสงที่ให้ความอบอุ่น แต่มันคือแสงที่หนักอึ้งราวกับมีมวลน้ำกดทับลงมาบนบ่า เอเลียสไม่ตอบ เขาเพียงแต่ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เหงื่อเม็ดโตไหลผ่านแก้มลงมาหยดลงบนพื้นหินเย็นเยียบ เขากำลังใช้เหล็กสลักอาลักษณ์จารึกสัญลักษณ์โบราณลงบนพื้น เพื่อสร้างวงจรเวทมนตร์ที่จะเบี่ยงเบนพลังงานมหาศาลออกจากคำทำนายที่กำลังกัดกินความจริงของเอลเดอร์เมียร์

“มันแรงเกินไป...” เซเลสเทนพึมพำ มือของเธอสั่นเทาขณะที่พยายามประคองผลึกแก้วขนาดเล็กในมือ “พลังงานจากผลึกหลักมันไหลล้นเกินกว่าที่วงจรที่คุณกำลังสร้างจะรับไหว เอเลียส! ถ้าคุณไม่เร่งสลักให้เสร็จก่อนที่แรงดันแสงจะถึงจุดวิกฤต ทุกอย่างจะระเบิดออก!”

“ฉันรู้!” เอเลียสตวาดกลับ เสียงของเขาแหบพร่าจากการตรากตรำ “หยุดพูดเรื่องความเร็ว แล้วช่วยส่งพลังมาเสริมวงจรนี้ที!”

เซเลสเทนสูดหายใจลึก เธอขยับเข้าไปใกล้แผ่นหลังของเอเลียส พยายามรวบรวมแสงวิเศษจากผลึกขนาดเล็กในมือเพื่อส่งต่อให้เขา ทว่าทันทีที่เธอเริ่มถ่ายเทพลังงาน เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังพยายามเติมน้ำลงในมหาสมุทรด้วยช้อนคันเดียว พลังงานของเธอที่เคยไหลลื่นกลับถูกแรงดึงดูดมหาศาลจากผลึกแก้วหลักสูบหายไปในพริบตา

“ไม่ได้ผล...” เธอสบถ พยายามเค้นพลังออกมาจากปลายนิ้ว “ทำไมมันถึงว่างเปล่าแบบนี้? ผลึกของฉัน... มันไม่สามารถต้านทานแรงกดของผลึกหลักได้เลย!”

เอเลียสลากเหล็กสลักไปตามพื้นหิน เสียงโลหะครูดกับหินดังแสบแก้วหู ‘แคร่ก... แคร่ก...’ ทุกครั้งที่เขาสลักลงไป แสงจากผลึกหลักจะพุ่งเข้าจู่โจมรอยสลักนั้นทันที ราวกับมันพยายามจะลบเลือนสิ่งที่เขากำลังสร้างขึ้น

“เซเลสเทน! ถ้าไม่มีแรงเสริม วงจรนี้จะปิดไม่ลง!” เอเลียสตะโกน เขาต้องใช้แรงกดมหาศาลเพื่อฝืนสู้กับแรงผลักของเวทมนตร์

เซเลสเทนหลับตาลง เธอพยายามนึกถึงเทคนิคการปรับจูนความถี่ของผลึกแก้วที่เธอเรียนมา แต่นั่นกลับไม่ได้ช่วยอะไร เธอพยายามคิดถึงสูตรการไหลเวียนของแสง แต่มันก็ยังไม่พอ เธอเริ่มตระหนก หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความกลัวที่จะสูญเสียเอลเดอร์เมียร์ ความกลัวที่จะเห็นเอเลียสถูกแสงแผดเผาเริ่มถาโถมเข้ามา

ในจังหวะที่เธอกำลังจะถอดใจ ภาพใบหน้าของเอเลียสที่มักจะเคร่งครัดและเย็นชา แต่กลับแฝงไปด้วยความรับผิดชอบอันหนักอึ้งเพื่อรักษาความถูกต้องของอาลักษณ์ก็ผุดขึ้นมา เธอคิดถึงความพยายามของเขาที่จะปกป้องความจริงจากการบิดเบือนของราชสำนัก เธอคิดถึงความเสียสละที่เขามักจะแบกรับไว้เพียงลำพังโดยไม่เคยบ่น... ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความร้อนแรง แต่มันคือความนิ่งสงบที่เปี่ยมไปด้วยพลัง

ทันใดนั้น แสงในผลึกแก้วขนาดเล็กในมือเธอก็เปลี่ยนไป มันไม่ได้เป็นเพียงแสงสีฟ้าเย็นเยียบอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นแสงสีทองอ่อนโยนที่สั่นไหวตามจังหวะหัวใจของเธอ

“นี่มัน... อะไรกัน?” เธออุทานเบาๆ เมื่อพบว่าพลังงานที่ไหลออกมาจากตัวเธอนั้นรุนแรงและหนาแน่นขึ้นอย่างผิดปกติ ทุกครั้งที่เธอคิดถึงความปรารถนาที่จะปกป้องเขา และความต้องการที่จะสละทุกอย่างเพื่อให้งานนี้สำเร็จ พลังงานนั้นจะพุ่งทะยานขึ้น

“เอเลียส! รับนี่ไป!” เซเลสเทนไม่รอช้า เธอไม่ได้เพียงแค่ส่งแสงผ่านผลึกอีกต่อไป แต่เธอวางมือลงบนไหล่ของเขาและปล่อยให้กระแสพลังงานจากจิตวิญญาณของเธอไหลผ่านร่างของเขาไปสู่เหล็กสลัก

“อึก!” เอเลียสสะดุ้งเมื่อความร้อนแรงของแสงไหลผ่านกระดูกสันหลังของเขา มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือพลังงานที่บริสุทธิ์จนเขารู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะหลอมละลาย

“เร็วเข้า! อย่าหยุด!” เซเลสเทนตะโกน ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทาจากการเสียพลังงานอย่างมหาศาล ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตายังคงจ้องมองที่แผ่นหลังของเขาอย่างไม่ลดละ

ภายใต้การหนุนเนื่องของพลังงานที่เปี่ยมด้วยเจตจำนงของเซเลสเทน เหล็กสลักในมือเอเลียสก็เคลื่อนที่ไปบนพื้นหินด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ สัญลักษณ์โบราณถูกจารึกลงไปอย่างแม่นยำและลึกซึ้ง แสงสีทองจากเซเลสเทนช่วยประสานรอยแยกของพลังงานที่ผลึกหลักพยายามทำลายลง วงจรเวทมนตร์เริ่มเปล่งแสงสว่างวาบ ตอบรับกับการสลักที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

“อีกนิดเดียว... อีกนิดเดียว!” เอเลียสกัดฟันพูด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

เขาสลักเส้นสุดท้ายเชื่อมต่อวงจรเข้าด้วยกัน ในวินาทีนั้นเองที่แสงจากผลึกแก้วหลักที่กำลังจะระเบิดพุ่งเข้าหาพื้นห้องใต้ดิน แต่มันกลับถูกเบี่ยงทิศทางโดยวงจรที่เอเลียสสร้างขึ้น แสงมหาศาลถูกดูดซับและไหลวนไปตามรอยสลักที่เซเลสเทนช่วยเสริมพลังไว้

เซเลสเทนรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังถูกสูบออกไปจากร่าง เธอทรุดเข่าลงข้างๆ เอเลียส แต่เธอก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากไหล่ของเขา “ฉันจะให้คุณ... ทั้งหมดเลย... เอเลียส... เอาไปให้หมด...” เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงเรื่อยๆ แต่แววตายังคงแน่วแน่

ทันใดนั้น วงจรบนพื้นก็สว่างวาบขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสงบลง ทิ้งไว้เพียงรอยสลักที่เรืองแสงสีนวลตา แสงจากผลึกแก้วหลักที่เคยบ้าคลั่งเริ่มลดความรุนแรงลง และเปลี่ยนทิศทางการไหลเวียนไปสู่จุดที่เอเลียสกำหนดไว้ได้อย่างสมบูรณ์

เอเลียสวางเหล็กสลักลง มือของเขาสั่นเทาไม่แพ้กัน เขามองไปที่เซเลสเทนที่กำลังหอบหายใจอย่างหนัก “มัน... สำเร็จแล้ว”

แต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัวไปช่วยเธอ เสียงครืนครานจากส่วนลึกของอาคาร Castellane ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่เสียงจากการสั่นสะเทือนของผลึก แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่กำลังวิ่งตรงมายังห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงตะโกนของทหารรักษาการณ์ที่ดังใกล้เข้ามาทุกที

--- เซเลสเทนพยายามใช้พลังจากผลึกแก้วเสริมการสลักวงจรเวทมนตร์ของเอเลียสแต่ล้มเหลวในตอนแรก จนกระทั่งเธอค้นพบว่าพลังจะเพิ่มขึ้นเมื่อเธอใช้ความรู้สึกเสียสละนำทาง เธอจึงทุ่มเทพลังทั้งหมดช่วยให้เอเลียสสร้างวงจรเบี่ยงเบนพลังงานได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของทหารที่กำลังบุกเข้ามา