ตอนที่ 118 — แสงสว่างที่สั่นคลอนบนหน้ากระดาษ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูททหารกระทบพื้นหินดังสะท้อนมาจากโถงทางเดินด้านบน บรอนเวนขยับตัวหลบหลังชั้นวางตำราไม้โอ๊กหนาหนักที่สั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือน เธอเหลือบมองเอเลียสที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น มือของเขาสั่นเทาขณะพยายามใช้เหล็กสลักขีดเขียนเส้นวงจรเวทมนตร์ลงบนพื้นหินที่เย็นเฉียบ 'มันไม่พอ' เอเลียสพึมพำ เสียงของเขาแหบพร่า 'วงจรนี้ต้องการแรงขับเคลื่อนที่มากกว่าแค่การลากเส้น'
เซเลสเทนยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าของเธอซีดเผือดแต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น เธอวางฝ่ามือลงบนผลึกแก้วที่ส่องแสงหม่นแสงลง 'ฉันจะลองเชื่อมต่ออีกครั้ง' เซเลสเทนพูดรัวเร็วเหมือนคนกำลังจะขาดใจ 'ถ้าเราปรับจังหวะการไหลของแสงให้สอดคล้องกับความถี่ของรอยสลัก... ไม่สิ มันไม่ใช่เรื่องเทคนิคแล้ว มันต้องใช้... การยอมแลก' เธอหลับตาลง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเมื่อแสงจากผลึกแก้วพุ่งทะลักเข้าสู่รอยสลักบนพื้น ราวกับกระแสไฟฟ้าที่พยายามจะเติมเต็มรอยแยก
บรอนเวนไม่ได้ยืนดูเฉยๆ เธอขยับเข้าไปใกล้บันทึกโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะหินกลางห้อง สายตาของเธอจดจ้องไปที่ข้อความหนึ่งที่เพิ่งปรากฏขึ้นหลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน RY10 มันคือข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีทองจางๆ ที่ดูเหมือนจะขยับได้ 'คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก' บรอนเวนอ่านมันซ้ำในใจ เธอไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองของราชสำนัก แต่เธอสนใจในความหมายของคำว่า 'การฟื้นฟู' ที่ปรากฏขึ้นในหน้าถัดมา
'บรอนเวน! ช่วยดูหน่อยว่าวงจรมันเริ่มเสถียรหรือยัง!' เอเลียสตะโกนแข่งกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกที
บรอนเวนก้มลงมองวงจรที่เซเลสเทนเพิ่งอัดพลังเข้าไป 'มันกำลังหมุนวนเหมือนพายุทราย แต่มันยังไม่ตัดขาดจากแกนกลาง' เธอตอบตรงไปตรงมา 'ถ้าคุณไม่เบี่ยงเบนแรงดึงดูดของแสงออกไปตอนนี้ คำทำนายจะดึงพวกเราเข้าไปในวงจรแทนที่จะเป็นวงจรทำงาน'
เธอหันกลับมาที่หนังสือเล่มนั้น มือของเธอเอื้อมไปแตะขอบกระดาษที่สากและเก่าคร่ำคร่า เป้าหมายของเธอคือการ 'ยืนยัน' ว่าสิ่งที่เขียนอยู่นี้คือความจริง ไม่ใช่แค่การปั่นหัวของราชสำนักเพื่อสร้างความชอบธรรมในการปกครอง เธอต้องพิสูจน์ว่าการฟื้นฟูนี้มีอยู่จริง
'คุณต้องเชื่อในมัน บรอนเวน!' เซเลสเทนตะโกนขณะที่แสงจากผลึกแก้วเริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าจัด 'ถ้าคุณไม่เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น พลังงานจากอาลักษณ์แสงจะไม่ยอมรับมัน!'
บรอนเวนขมวดคิ้ว 'ความเชื่อเหรอ? ฉันเป็นอาลักษณ์ ไม่ใช่ผู้นำลัทธิ' เธอประชด แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่น่ารำคาญ เธอพยายามกดพลังงานผ่านปลายนิ้วลงไปในหน้ากระดาษ แต่หนังสือกลับนิ่งสนิทเหมือนซากศพที่ไร้วิญญาณ
'โธ่เว้ย!' เอเลียสสบถเมื่อรอยสลักบนพื้นเริ่มส่งเสียงดังเปรี๊ยะเหมือนดินแตก 'ทหารกำลังจะถึงประตูห้องใต้ดินแล้ว!'
บรอนเวนสูดหายใจลึก เธอเริ่มตระหนักว่าการยืนยันนี้ไม่ใช่การใช้ตรรกะ เธอต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอน เธอหลับตาลงและพยายามไม่มองที่ความโกลาหลรอบตัว แทนที่จะมองที่ความล้มเหลวตรงหน้า เธอเริ่มจินตนาการถึงสิ่งที่อยู่เหนือกว่าความโกลาหลนี้ เธอคิดถึงภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ไม่มีการแก่งแย่งอำนาจระหว่างสำนักอาลักษณ์กับราชสำนัก เธอคิดถึงภาพของแสงที่ไม่ได้ใช้เพื่อควบคุม แต่ใช้เพื่อส่องสว่างให้เห็นความจริง
ทันใดนั้น ความรู้สึกอุ่นวาบก็แล่นจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ หนังสือในมือของเธอเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ไม่ใช่การสั่นเพราะแรงระเบิด แต่เป็นการสั่นเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจ
'มันตอบสนอง!' เซเลสเทนอุทาน ดวงตาเบิกกว้าง 'บรอนเวน! แสงจากผลึกกำลังไหลไปที่หนังสือของคุณ!'
บรอนเวนไม่ตอบ เธอจดจ่ออยู่กับภาพอนาคตที่เธอต้องการเห็น—อนาคตที่ความสมดุลไม่ได้เป็นเพียงตัวอักษรในบันทึกเก่าแก่ แต่เป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง เธอขยายความรู้สึกนั้นออกไป ราวกับกำลังถักทอเส้นด้ายแห่งความเป็นไปได้เข้าด้วยกัน พลังงานจากผลึกแก้วที่เซเลสเทนทุ่มเทลงไปในวงจรของเอเลียส ดูเหมือนจะถูกดึงดูดเข้าหาหนังสือเล่มนี้ด้วย
'แสงกำลังรวมตัวกันที่จุดเดียว!' เอเลียสตะโกน เขาพยายามประคองวงจรเวทมนตร์ที่กำลังจะระเบิด
บนหน้ากระดาษ ข้อความคำว่า 'การฟื้นฟู' เริ่มเรืองแสงสีขาวบริสุทธิ์ มันไม่ได้ส่องแสงแบบสุ่มๆ แต่แสงนั้นเข้มข้นจนเห็นเป็นตัวอักษรนูนเด่นขึ้นมาจากเนื้อกระดาษ แสงนั้นสว่างจ้าจนบรอนเวนต้องหยีตา แต่มันไม่ใช่แสงที่แผดเผา มันเป็นแสงที่ให้ความรู้สึกเหมือนการเริ่มต้นใหม่
ปัง!
เสียงประตูไม้ด้านบนถูกกระแทกเปิดออก พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการของทหาร ทว่าก่อนที่ใครจะทันได้ก้าวเข้ามาในห้องใต้ดิน แสงสว่างจากหนังสือในมือของบรอนเวนก็ระเบิดออกเป็นวงกว้าง มันไม่ได้ทำลายล้าง แต่แรงกดดันของแสงนั้นทำให้ทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
บรอนเวนมองดูตัวอักษรที่ส่องสว่างอย่างรุนแรงนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เธอรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่แค่การค้นพบทางประวัติศาสตร์ แต่มันคือการสร้างเส้นทางใหม่ที่เธอเป็นคนกำหนดเอง
--- ท่ามกลางการบุกรุกของทหาร บรอนเวนใช้จินตนาการถึงอนาคตที่ต้องการเพื่อกระตุ้นพลังงานในหนังสือโบราณ จนทำให้คำทำนายเรื่องการฟื้นฟูส่องแสงสว่างจ้าและตอบสนองต่อเจตจำนงของเธอ