ตอนที่ 116 — รอยสลักบนพื้นหินรอบผลึกแก้วหลัก
เสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นหินในห้องใต้ดินของสำนักอาลักษณ์ดังสะท้อนเป็นจังหวะที่น่ารำคาญ เอเลียสขยับแว่นสายตาพลางจ้องมองผลึกแก้วหลักที่ลอยเด่นอยู่กลางห้อง แสงสีครามเข้มที่แผ่ออกมาจากมันไม่ได้นิ่งสงบเหมือนทุกครั้ง แต่มันกระเพื่อมไหวเหมือนผิวน้ำที่ถูกรบกวนด้วยพายุ
“มันกำลังกินพลังงานเข้าไปมากกว่าเดิม” เซเลสเทนพูดรัวเร็วพลางก้มหน้ามองแผงควบคุมผลึกแก้วขนาดเล็กในมือ “เอเลียส ดูค่าความเข้มข้นของแสงนี่สิ ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง แรงดันเวทมนตร์จะทำให้โครงสร้างของ Castellane ทั้งหมดร้าวแน่ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องคำทำนายแล้ว แต่มันคือระเบิดเวลา!”
เอเลียสถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ลง เขาพยายามกดความหงุดหงิดที่มีต่อความไร้ระเบียบของกระแสพลังงานลงไป “ฉันรู้ เซเลสเทน การดึงเส้นด้ายแห่งคำทำนายออกจากแกนกลางผลึกไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ด้วยการถอนหายใจ” เขาก้าวเข้าไปใกล้ฐานผลึก “เราต้องตัดขาดการเชื่อมโยงระหว่างตัวผลึกกับกระแสคำทำนายที่กำลังไหลวนอยู่ข้างใน นั่นคือทางเดียวที่จะหยุดการสะสมพลังงานที่ผิดปกติได้”
“แต่มันต้องใช้พลังงานมหาศาลนะ!” เซเลสเทนแย้ง เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “ถ้าเราพยายามดึงมันออกดื้อๆ พลังงานที่ถูกตัดขาดจะกระเด็นย้อนกลับมาทำลายระบบอาลักษณ์แสงทั้งหมด เราไม่มีแหล่งพลังงานสำรองที่ใหญ่พอจะรองรับแรงกระแทกนั้นได้เลย”
“แล้วเธอจะให้ฉันยืนดูมันระเบิดงั้นหรือ?” เอเลียสสวนกลับทันควัน เขาเดินวนรอบฐานผลึก พยายามมองหาจุดเชื่อมต่อที่อาจเป็นจุดอ่อน “ถ้าเราไม่ตัดมันตอนนี้ บันทึกประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่เอลเดอร์เมียร์สั่งสมมาจะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน”
บรอนเวนเดินเข้ามาในรัศมีแสง เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ขยับนิ้วเรียวยาวที่เปื้อนหมึกสีดำจากการเขียนทับบันทึกเมื่อครู่ เธอชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่งของห้องใต้ดินซึ่งมีรอยร้าวขนาดใหญ่พาดผ่าน “ดูนั่นสิ เอเลียส เลิกมองหาทฤษฎีในตำรา แล้วมองดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้า”
เอเลียสขมวดคิ้ว เขาเดินตามนิ้วของบรอนเวนไป แสงจากผลึกแก้วหลักสาดส่องไปกระทบกับผนังหินที่ชื้นแฉะ แสงนั้นทำให้เห็นลวดลายบางอย่างที่ถูกสลักไว้ลึกเข้าไปในเนื้อหิน มันไม่ใช่รอยร้าวตามธรรมชาติ แต่มันคือชุดสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนและดูแปลกประหลาด
“สัญลักษณ์พวกนี้...” เอเลียสพึมพำ เขาโน้มตัวลงไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงความเย็นของหิน “มันไม่ใช่รูปแบบของอาลักษณ์แสงทั่วไป มันดูเหมือน... รอยสลักที่ถูกทิ้งไว้ตั้งแต่ยุคก่อนการสร้าง Castellane”
“มันไม่ใช่แค่รอยสลัก” บรอนเวนกล่าวสั้นๆ ตามสไตล์ของเธอ “มันคือแผนผัง”
เอเลียสเริ่มใช้มือลูบไปตามร่องลึกของสัญลักษณ์นั้น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเมื่อพบว่าทิศทางของเส้นสายเหล่านี้สอดคล้องกับกระแสพลังงานที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในผลึกแก้วอย่างน่าประหลาด หากเขาใช้สัญลักษณ์เหล่านี้เป็นโครงข่ายในการถ่ายเทพลังงาน แทนที่จะพยายามต้านทานมัน เขาอาจจะสามารถ 'เบี่ยงเบน' กระแสคำทำนายออกไปได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานมหาศาลจากภายนอก
“เซเลสเทน เตรียมผลึกแก้วสำรองมาให้ฉัน” เอเลียสสั่งการ เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดขาดและเคร่งครัด “เราจะไม่ใช้แรงดึง แต่เราจะใช้การ 'จัดระเบียบใหม่' ผ่านรอยสลักพวกนี้”
“แต่มันเสี่ยงมากนะ!” เซเลสเทนตะโกนขณะรีบกุลีกุจอไปที่ชั้นวางอุปกรณ์ “ถ้าสัญลักษณ์พวกนี้ไม่ใช่กุญแจ แต่เป็นคำสาปล่ะ?”
“ถ้ามันเป็นคำสาป เราก็แค่ต้องสลักมันให้ลึกขึ้น” เอเลียสตอบพลางหยิบเหล็กสลักคมกริบออกมาจากเข็มขัดเครื่องมือ เขาคุกเข่าลงบนพื้นหินที่เย็นเยียบ รอบๆ ฐานของผลึกแก้วหลักที่กำลังสั่นสะเทือน
เขาวางปลายเหล็กลงบนพื้นหินที่ยังว่างเปล่าข้างๆ สัญลักษณ์โบราณนั้น แสงสีครามจากผลึกแก้วสาดกระทบใบหน้าของเขาจนดูซีดเผือด เขาเริ่มออกแรงกด ลากเส้นแรกลงบนพื้นหินอย่างมั่นคง เสียงเหล็กครูดกับหินดังแสบแก้วหู ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องใต้ดินที่มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งสามคน
เอเลียสไม่ได้สนใจความเหนื่อยล้าหรือความสั่นเทาในมือ เขาต้องทำให้เส้นสายเหล่านี้เชื่อมต่อกับสัญลักษณ์บนผนังให้สมบูรณ์ เพื่อสร้างวงจรปิดที่จะกักขังและตัดขาดพลังงานคำทำนายออกจากแกนกลาง เขาเริ่มสลักสัญลักษณ์ชุดที่สอง ชุดที่สาม... ทุกครั้งที่เหล็กจิกผ่านเนื้อหิน แสงในห้องจะวูบวาบตามจังหวะการลงมือของเขา
เขารู้ดีว่านี่คือการเดิมพันครั้งสุดท้าย หากเขาสลักผิดแม้เพียงเส้นเดียว วงจรเวทมนตร์จะลัดวงจรและเปลี่ยนห้องใต้ดินนี้ให้กลายเป็นหลุมศพของพวกเขา แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
“อีกนิดเดียว...” เอเลียสกัดฟันพูดกับตัวเอง ขณะที่เหงื่อไหลซึมเข้าตา เขาเริ่มสลักวงกลมล้อมรอบฐานผลึกแก้วหลัก เพื่อสร้างเขตแดนที่จะกักเก็บแรงปะทะจากการตัดขาด
ทันใดนั้น ผลึกแก้วหลักก็ส่งเสียงครางต่ำออกมาเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกรบกวน แสงสีครามระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกจนเอเลียสต้องเกร็งแขนเพื่อไม่ให้เหล็กสลักหลุดมือ เส้นสลักที่เขากำลังทำอยู่เริ่มเรืองแสงสีทองจางๆ ตอบรับกับแรงสั่นสะเทือนนั้น
เขารู้ว่าเขากำลังเข้าใกล้ความสำเร็จ แต่เขาก็รู้ดีว่าเมื่อวงจรนี้สมบูรณ์ พลังงานที่ถูกตัดขาดจะพุ่งเข้าหาจุดที่อ่อนแอที่สุด และนั่นคือวินาทีที่เขาต้องตัดสินใจว่าจะควบคุมมัน หรือจะถูกมันกลืนกิน
--- เอเลียสค้นพบสัญลักษณ์โบราณในห้องใต้ดินที่สามารถใช้เป็นกุญแจในการเบี่ยงเบนพลังงานจากผลึกแก้วหลัก เขาจึงตัดสินใจใช้เหล็กสลักเพื่อสร้างวงจรเวทมนตร์บนพื้นเพื่อตัดขาดการเชื่อมโยงกับคำทำนาย