← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 86免費

ตอนที่ 86 — เขื่อนกักเก็บน้ำที่พังทลายกลางมรสุม

“คุณเห็นไหม? แรงดันน้ำที่ฐานเขื่อนมันไม่นิ่งเหมือนเมื่อวานแล้ว” คามินเอ่ยเสียงสั่นพลางชี้ไปที่รอยร้าวขนาดเล็กบนคานไม้ที่ค้ำยันโครงสร้างเหล็กชั่วคราว เขาพยายามรักษาความนิ่งของน้ำเสียง แต่ปลายนิ้วที่เปียกชื้นและสั่นเทานั้นหลอกกันไม่ได้

นายหัวเดชายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือตรวจการณ์ลำใหญ่ สายตากวาดมองแนวคันดินที่พยายามสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นลำคลองสายหลัก ลมมรสุมเริ่มพัดหอบเอาความชื้นและกลิ่นโคลนตมเข้ามาปะทะใบหน้าจนต้องขมวดคิ้ว “มันก็แค่ความแปรปรวนตามฤดูกาล คามิน อย่าทำให้เรื่องมันดูใหญ่โตเกินจริงไปหน่อยเลย ถ้าเราปิดทางน้ำจุดนี้ได้ตามกำหนด สิทธิ์การเดินเรือทั้งหมดในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำนี้จะตกอยู่ในมือเราแต่เพียงผู้เดียว”

“แต่น้ำมันไม่ได้มาตามฤดูกาลนี่ครับนายหัว มันมาเร็วเกินไป เหมือนมันกำลังพยายามจะดันทางของเราให้แตกออก” คามินพยายามชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของระดับน้ำที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า ก่อนจะพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดวิสัยในช่วงบ่าย

“เลิกพูดเรื่องทฤษฎีไร้สาระ แล้วไปสั่งคนงานให้เสริมกระสอบทรายที่คันกั้นน้ำฝั่งตะวันออกซะ!” นายหัวเดชาสั่งการเสียงเด็ดขาด น้ำเสียงของเขาไม่ได้แฝงความโกรธ แต่เป็นความเย็นชาที่กดดันจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก “เรามีสัญญาจ้างกับสมาคมการค้าทางทะเลรออยู่ ถ้าเขื่อนนี้เสร็จก่อนมรสุมลูกใหญ่จะมา เราจะเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าใน Alcoron ไปตลอดกาล”

เสียงเครื่องยนต์เรือตรวจการณ์คำรามก้องสู้กับเสียงคลื่นที่เริ่มกระทบกราบเรือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นายหัวเดชามองไปยังแผ่นไม้ที่ถูกสลักรอยรอยน้ำขึ้นลงไว้ เขารู้ดีว่าชาวเรือแถบนี้กำลังเริ่มตั้งคำถาม การที่ระดับน้ำลดลงผิดปกติทำให้คนเดินเรือเริ่มกังวลว่ามันคือสัญญาณจาก 'คำทำนายแห่งดวงดาว' หรือไม่? พวกหมอผีริมน้ำเริ่มกระซิบกระซาบกันถึงราชินีที่จะมาจุติเพื่อรวมโลกเป็นหนึ่ง แต่สำหรับเดชา สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการผูกขาดกระแสน้ำนี้ไว้ในมือ

“นายหัวครับ! ดูนั่น!” เสียงตะโกนจากนายช่างคุมงานดังฝ่าเสียงลมขึ้นมา

ทันใดนั้น ผิวน้ำที่เคยดูนิ่งสงบกลับปั่นป่วนเหมือนมีสัตว์ร้ายอยู่ข้างใต้ แรงกระแทกมหาศาลซัดเข้าใส่โครงสร้างเขื่อนที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ เสียงไม้ลั่นดัง ‘เปรี๊ยะ’ สนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงดินถล่มที่พังทลายคันกั้นน้ำชั่วคราวลงอย่างรวดเร็ว มวลน้ำสีโคลนทะลักออกทางรอยแตก ราวกับเขื่อนไม่ได้ทำหน้าที่กักเก็บ แต่มันกำลังกลายเป็นเครื่องมือในการระเบิดทำลายระบบนิเวศรอบข้าง น้ำที่ไหลทะลักออกมาไม่ได้ไหลไปตามคลอง แต่กลับไหลย้อนเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูกและเรือนแพของชาวบ้านที่อยู่ริมตลิ่งด้านบน

“มันพังแล้ว! เขื่อนแตก!” เสียงตะโกนระงมไปทั่วพื้นที่ก่อสร้าง

นายหัวเดชายืนนิ่ง สายตามองดูน้ำโคลนที่พัดเอาเครื่องจักรหนักและโครงสร้างเหล็กราคาแพงลอยไปตามกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก “สั่งระงับการก่อสร้าง! ไปเอาเรือมาช่วยค้ำยันไว้ก่อน!” เขาตะโกนสั่ง แต่เสียงของเขาถูกกลืนหายไปในเสียงคำรามของมรสุม

“มันสายไปแล้วครับนายหัว!” คามินตะโกนตอบพลางพยายามยึดเสากระโดงเรือไว้ “น้ำที่ไหลออกมามันกำลังทำลายรากไม้และร่องน้ำเดิมทั้งหมด ถ้าเราไม่หยุดกั้นน้ำตอนนี้ เราจะไม่ได้ทั้งทางน้ำและไม่ได้ทั้งแผ่นดินที่เหลืออยู่ด้วย!”

น้ำท่วมฉับพลันพุ่งเข้าปะทะเรือตรวจการณ์จนลำเรือเอียงวูบ นายหัวเดชาต้องคว้าขอบเรือไว้แน่น เขามองเห็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า: สวนผลไม้ของชาวบ้านถูกน้ำพัดหายไปในพริบตา โครงสร้างไม้ของเรือนแพที่เคยตั้งอยู่อย่างสงบสงบ บัดนี้กลายเป็นเศษซากลอยล่องอยู่ในกระแสน้ำที่บ้าคลั่ง การพยายามควบคุมธรรมชาติเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า กำลังย้อนกลับมาทำลายทุกอย่างที่เขาสร้างขึ้น

ในขณะที่เขากำลังพยายามประคองสถานการณ์ เสียงสัญญาณสื่อสารจากวิทยุเรือก็ดังแทรกขึ้นมา เป็นเสียงจากกลุ่มนักลงทุนจากเมืองหลวงที่อยู่ไกลออกไป

“นายหัวเดชา ได้ยินไหม? รายงานสถานการณ์ล่าสุดมาเดี๋ยวนี้! เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำในรายงานพยากรณ์อากาศแล้ว ทำไมโครงการก่อสร้างเขื่อนถึงยังไม่ส่งสัญญาณความคืบหน้าตามกำหนดการ? นี่เป็นการผิดสัญญาครั้งใหญ่ หากความคืบหน้าล่าช้าเกินสัปดาห์หน้า เราจะระงับเงินทุนงวดถัดไปและพิจารณาถอนสิทธิ์การร่วมทุนทันที!”

นายหัวเดชากำหมัดแน่นจนข้อนนิ้วเป็นสีขาว ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่ซ่อนไม่มิด เขาเหลือบมองความพินาศของเขื่อนที่เขาสร้างขึ้น และมองดูระดับน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติในทิศทางที่ไม่มีใครเคยคาดคิด

“ฟังนะ... เรากำลังเผชิญกับสภาวะทางธรรมชาติที่คาดไม่ถึง...” เขาพยายามจะแก้ตัว แต่สายตาของเขากลับจ้องมองไปที่รอยแยกขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นบนก้นคลอง ซึ่งดูเหมือนว่ามันไม่ใช่แค่รอยแยกจากดินถล่ม แต่มันดูเหมือนทางเข้าสู่บางสิ่งที่ลึกและมืดมิดกว่าเดิม

ทันใดนั้น เรือตรวจการณ์ลำอื่นที่คอยคุมเข้มพื้นที่อยู่รอบนอกก็เริ่มเปลี่ยนทิศทาง พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่กำลังถอยห่างออกจากพื้นที่ก่อสร้างอย่างรวดเร็ว ราวกับรู้ว่าสิ่งที่กำลังจะตามมาไม่ใช่แค่น้ำท่วม แต่เป็นความล้มเหลวของอำนาจที่พวกเขารับผิดชอบอยู่

“นายหัว! ดูนั่น! รอยสลักบนแผ่นไม้ที่หลุดออกมาจากซากเขื่อน!” คามินชี้ไปที่เศษไม้ชิ้นหนึ่งที่ลอยมาติดกราบเรือ

นายหัวเดชามองตาม แสงสว่างวูบหนึ่งจากฟ้าแลบเผยให้เห็นรอยสลักโบราณบนเศษไม้นั้น มันดูคล้ายกับสัญลักษณ์ในบันทึกที่พวกหมอผีเคยกล่าวถึง... สัญลักษณ์ที่บอกว่าความวุ่นวายนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ไม่มีใครกล้าเผชิญหน้า

--- นายหัวเดชาเผชิญกับความล้มเหลวเมื่อเขื่อนที่สร้างเพื่อผูกขาดการค้าถูกน้ำมรสุมพัดจนพังทลาย ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศและทำให้เขาสูญเสียความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุน