← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 75免費

ตอนที่ 75 — รอยจารึกที่เริ่มเต้นตามชีพจร

ความเย็นเยียบของความว่างเปล่าไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมผิวหนัง แต่มันกลับแทรกซึมผ่านรอยสักสีทองที่กำลังแผ่ขยายลามเลียไปตามเส้นเลือดของริน ความรู้สึกนั้นไม่ได้เหมือนการถูกบาด แต่มันเหมือนการถูกหลอมละลายด้วยน้ำร้อนที่เย็นจัด รินหอบหายใจเอาความว่างเปล่าเข้าปอด ทุกครั้งที่ลมหายใจเข้าออก พลังงานมหาศาลจากรอยแยกมิติจะกระชากวิญญาณของเธอให้หลุดลอยไปทีละนิด ท่ามกลางความโกลาหลที่มิติรอบกายกำลังฉีกขาดจนกลายเป็นเศษเสี้ยวของแสงและเงา เธอเห็นเงาร่างของชายหน้ากากที่พยายามยื่นมือมาหาเธอ มือของเขาดูห่างไกลเหลือเกิน ราวกับว่ามีมหาสมุทรแห่งความว่างเปล่าคั่นกลางไว้

“ริน! อย่าปล่อยให้มันกลืนกินเธอ! จงไหลไปกับมัน... อย่าเป็นเพียงผู้ถูกกระชาก แต่จงเป็นกระแสน้ำที่นำทาง!” เสียงตะโกนของเขาแหบพร่าและขาดช่วงหายไปในพายุแห่งแสง แต่คำเตือนนั้นกลับก้องอยู่ในหัวของเธอ ผสานกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคย... เสียงของปู่เถาว์ที่ดังมาจากที่ที่ไกลแสนไกล

“มันไม่ใช่กรงขัง ริน... แต่มันคือเส้นทาง... เจ้าต้องเป็นทางน้ำ...”

รอยสักบนแขนของเธอเริ่มเต้นตุบตามจังหวะหัวใจ แต่มันไม่ได้เต้นด้วยจังหวะของมนุษย์ มันเต้นด้วยจังหวะของคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดสาดเข้าหาชายฝั่ง รินหลับตาลงอย่างไม่อาจเลี่ยง เธอเลิกที่จะพยายาม 'ต้าน' แรงดึงดูดที่พยายามจะฉีกกระชากร่างกายเธอออกเป็นชิ้นๆ เธอเลิกที่จะพยายาม 'ต้าน' ความมืดที่พยายามจะกลืนกินตัวตนของเธอ แทนที่จะต่อต้าน เธอตัดสินใจ 'ยอมรับ' เธอปล่อยให้พลังงานสีทองไหลเวียนผ่านร่างกายไปตามเส้นเลือด เปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อน เปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นทิศทาง

ในวินาทีที่เธอยอมจำนนต่อกระแสพลัง ร่างกายของเธอไม่ได้แตกสลายอย่างที่คิด แต่มันกลับ 'ลื่นไหล' ร่างกายของรินเริ่มมีความโปร่งแสงประหลาด ราวกับว่าเซลล์ทุกเซลล์ของเธอได้กลายเป็นโมเลกุลของน้ำที่อัดแน่นด้วยแสงสีทอง เธอไม่ได้กำลังดิ่งลงสู่ความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เธอกำลัง 'ไหล' ไปตามเส้นทางที่รอยสักบนผิวหนังชี้บอก รอยสักเหล่านั้นไม่ใช่แค่ลวดลาย แต่มันคือแผนที่ที่มีชีวิต มันกำลังขยายตัวออกเป็นเส้นทางน้ำที่สว่างไสวท่ามกลางความมืดมิดของรอยแยกมิติ

“พระเจ้าช่วย...” เสียงพึมพำของชายหน้ากากดังขึ้น เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนกเหมือนเก่า แต่ดวงตาภายใต้หน้ากากนั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง “เธอ... เธอกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนผังนี่จริงๆ...”

รินไม่ได้ตอบคำถามเขา เพราะเธอไม่มีความรู้สึกถึง 'ตัวตน' ที่ชัดเจนอีกต่อไป เธอเป็นเพียงความรู้สึกของการเคลื่อนที่ เป็นความรู้สึกของการไหลผ่านช่องว่างระหว่างมิติ เธอเห็นภาพความทรงจำของปู่เถาว์ไหลผ่านไปราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกฉายอย่างรวดเร็ว—ภาพปู่ที่กำลังสลักรอยสักนี้ลงบนผืนผ้าใบแห่งโชคชะตา ภาพของคลองคำสาปที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังปีศาจ แต่สร้างขึ้นเพื่อ 'กักเก็บ' พลังงานที่จะใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผนึกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า และภาพสุดท้ายที่เห็นคือปู่ที่กำลังร้องไห้ขณะที่เขาสลักลายเส้นสุดท้ายลงบนแผนที่ที่กลายเป็นผิวหนังของเขาเอง

ความจริงเริ่มปรากฏชัดขึ้นในมโนสำนึกที่กำลังพร่าเลือน แผนที่ของปู่ไม่ใช่แค่เข็มทิศ แต่มันคือ 'บันทึกการสร้าง' และรอยสักของเินคือ 'ชิ้นส่วนสุดท้าย' ที่ถูกส่งต่อมาตามสายเลือด เพื่อรอคอยเวลาที่โลกเบื้องบนและเบื้องล่างจะมาบรรจบกัน

แต่ความตื่นรู้ไม่ได้มาพร้อมกับความสงบ กลุ่มคลื่นม่านบังไม่ได้หยุดเพียงแค่การไล่ล่า พวกมันเริ่มใช้พลังงานที่หลงเหลือจากวิหารที่พังทลายในการสร้าง 'สมอ' เพื่อดึงรั้งรอยแยกมิติให้คงอยู่ รินเห็นเงาร่างสีดำขนาดมหึมาที่เคยพยายามจะกลืนกินเธอ บัดนี้มันไม่ได้จู่โจมแบบบุ่มบ่าม แต่มันกำลัง 'ถักทอ' เข้ากับกระแสพลังงานสีทองที่รินกำลังสร้างขึ้น พวกมันกำลังพยายามจะใช้พลังของเธอเพื่อสร้าง 'ประตู' ที่ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นประตูที่เปิดค้างไว้ตลอดกาล

“ริน! ระวัง!” ชายหน้ากากพุ่งเข้ามาคว้ามือของเธอไว้ได้ทันก่อนที่กระแสพลังงานจะเหวี่ยงเธอออกไปสู่นอกเส้นทางน้ำที่เธอกำลังสร้างขึ้น

แรงปะทะทำให้สติของรินวูบดับไปชั่วขณะ เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เธอกำลังลอยอยู่เหนือผิวน้ำที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าเบื้องบนไม่ใช่สีเลือดหรือสีดำ แต่มันคือสีทองสลับเทาหม่น ราวกับเป็นท้องฟ้าที่อยู่ในมหาสมุทรลึก และสิ่งที่อยู่เบื้องล่างไม่ใช่ดินหรือหิน แต่เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมโบราณขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะเป็นซากของนครอควาเลียที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในมิติที่บิดเบี้ยว

รินพบว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ในระยะสายตา เธอเห็นเงาร่างของเรือนแพและชุมชนเรือนแพที่ดูคุ้นตา... แต่มันไม่ใช่เรือนแพที่เธอเคยรู้จัก มันคือเรือนแพที่สร้างจากอัญมณีและแสงสว่าง ลอยล่องอยู่ในกระแสน้ำมิติที่ไหลวนอย่างเป็นระเบียบ และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเธอมองเห็นเงาของ 'กลุ่มคลื่นม่านบัง' ที่กำลังพยายามสร้างฐานที่มั่นในดินแดนแห่งนี้ พวกมันกำลังใช้พลังจากรอยสักที่หลุดลอยออกมาจากตัวเธอไปสร้างเป็นป้อมปราการน้ำ

“เรามาถึงแล้ว...” ชายหน้ากากกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ดินแดนรอยต่อ... ที่ที่แผนที่ของปู่เธอไม่ได้บอกไว้ แต่มันคือจุดหมายที่แท้จริง”

รินพยายามจะขยับตัว แต่ความรู้สึกหนักอึ้งกลับถาโถมเข้ามา รอยสักบนแขนของเธอไม่ได้เป็นเพียงแสงสว่างอีกต่อไป แต่มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและเริ่ม 'กิน' แสงสีทองรอบๆ ตัวเธอเข้าไป รอยสักกำลังตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมใหม่ มันไม่ได้ต้องการแค่เป็นทางน้ำ แต่มันกำลังพยายามจะ 'สร้าง' โลกใบนี้ขึ้นมาใหม่ตามเจตจำนงที่ซ่อนอยู่ภายใน

และในตอนนั้นเอง รินก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น—ท่ามกลางกลุ่มเรือนแพอัญมณีที่ลอยล่อง มีเงาร่างหนึ่งที่ยืนเด่นสง่าอยู่บนยอดหอคอยน้ำที่สูงเสียดฟ้า ร่างนั้นสวมชุดนักเดินเรือที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดยิ่งนัก และที่สำคัญที่สุด... รอยสักบนมือของร่างนั้น กำลังเปล่งแสงสีทองที่เหมือนกับของเธอทุกประการ!

“นั่น... ไม่ใช่ปู่...” รินกระซิบออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ เมื่อเห็นว่าร่างนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างมนุษย์ แต่เคลื่อนไหวตามจังหวะการไหลของกระแสน้ำมิติ

ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกำลังคืบคลานเข้ามาหาเธอ... หากรอยสักนี้คือชิ้นส่วนสุดท้าย แล้วคนที่ถือครองชิ้นส่วนอื่นอยู่คือใคร? และสิ่งที่ปู่พยายามจะทำ... คือการผนึก หรือคือการปลุกอะไรบางอย่างให้ตื่นขึ้นกันแน่?

เงาดำจากกลุ่มคลื่นม่านบังเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามารุมล้อมเรือนแพที่เธอกำลังลอยอยู่อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงเตือน แต่มันคือเสียงหัวเราะที่เยือกเย็น

“มาเถิด... เจ้ากุญแจที่รัก... มาเติมเต็มความสมบูรณ์ให้แก่เรา...”

--- รินยอมรับพลังจากรอยสักโดยเปลี่ยนตัวเองให้เป็น 'ทางน้ำ' เพื่อหลบหนีแรงดึงดูดมิติ นำพาเธอและชายหน้ากากมาถึงดินแดนรอยต่ออันลึกลับที่มีสถาปัตยกรรมอัญมณีลอยล่อง และเธอได้พบกับบุคคลปริศนาที่มีรอยสักแบบเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญของแผนการที่ปู่ซ่อนไว้