ตอนที่ 74 — เสียงกระซิบของผืนน้ำและเงาที่เริ่มคืบคลาน
ความเงียบสงัดที่ตามมาหลังพายุพลังงานสงบลงนั้นไม่ใช่ความสงบที่แท้จริง แต่มันคือความเงียบที่หนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยมวลน้ำมหาศาล รินรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากภายในกระดูกและเส้นเลือดของเธอเอง รอยสักสีทองที่เคยเป็นเพียงลวดลายประดับผิวหนัง บัดนี้มันดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ มันวาววับและเต้นตุบตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่รุนแรงจนแทบจะทะลุอก แสงสีทองนั้นไม่ได้สว่างไสวอย่างบริสุทธิ์อีกต่อไป แต่มันกลับดูขุ่นมัวและมีประกายสีครามเข้มเจือปน ราวกับกระแสน้ำที่ถูกกวนด้วยโคลนตมแห่งความมืด
“ริน! อย่าเพิ่งปล่อยตัวไปตามกระแส!” เสียงตะโกนของชายหน้ากากดังฝ่าความสับสนวุ่นวายขึ้นมา เขาพยายามยื่นมือที่สั่นเทามาคว้าต้นแขนของเธอไว้ แต่สัมผัสที่เขาสัมผัสได้กลับไม่ใช่ผิวหนังมนุษย์ มันกลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบและลื่นไหลเหมือนผิวน้ำที่ไหลผ่านมือไปอย่างรวดเร็ว รินมองลงไปที่แขนของตัวเองด้วยความตระหนก เส้นสายสีทองกำลังแผ่ขยายลัดเลาะไปตามเส้นเลือด ราวกับรากไม้ที่กำลังชอนไชลงสู่ดินที่เปียกชุ่ม เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด แต่มันคือความรู้สึกแปลกแยก... ความรู้สึกที่ว่า 'ตัวตน' ของเธอกำลังถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่เก่าแก่กว่า
“ฉัน... ฉันคุมมันไม่ได้แล้ว...” รินพยายามจะตอบ แต่เสียงที่หลุดออกมาจากลำคอของเธอกลับกลายเป็นเสียงซ่าของกระแสน้ำที่ไหลผ่านโขดหิน สายตาของเธอพร่าเลือน ภาพของห้องจารึกที่พังทลายและเศษศิลาที่หลุดลอยอยู่ในความว่างเปล่าเริ่มบิดเบี้ยวไปมา ราวกับเธอกำลังมองผ่านผิวน้ำที่ขุ่นมัว ทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ไม่ได้เป็นของเธอก็ถาโถมเข้ามาในหัว มันไม่ใช่ภาพความทรงจำที่ชัดเจน แต่เป็น 'ความรู้สึก' ของกระแสน้ำที่ไหลผ่านก้นบึ้งของโลกมานานนับพันปี ความกดดันของมวลน้ำ ความเย็นที่กัดกินทุกสิ่ง และความโดดเดี่ยวที่ยาวนานจนกาลเวลาไม่มีความหมาย
“ฟังฉันนะ!” ชายหน้ากากกระชากไหล่เธอให้หันมาสบตา แม้ดวงตาของเขาจะยังถูกซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก แต่รินสัมผัสได้ถึงความตื่นตระหนกที่แผ่ออกมา “รอยสักนี้ไม่ใช่แค่กุญแจ แต่มันคือสมอเรือ! ถ้าเธอไม่หยุดมันตอนนี้ มันจะลากเธอและทุกอย่างที่เหลืออยู่ลงไปสู่จุดที่ไม่มีใครกลับมาได้อีก!”
รินพยายามรวบรวมสมาธิที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เธอพยายามนึกถึงภาพของเรือนแพที่อบอุ่น กลิ่นเครื่องเทศจากตลาดน้ำ และสัมผัสของแสงแดดยามเช้าที่ตกกระทบผิวน้ำในเดลต้า เพื่อดึงตัวเองกลับมาสู่ความเป็นมนุษย์ แต่ยิ่งเธอพยายามยึดเหนี่ยวความจริงมากเท่าไหร่ พลังสีทองก็ยิ่งตอบสนองต่อความขัดแย้งนั้นอย่างรุนแรงขึ้น แสงสีทองระเบิดออกมาจากรอยสัก กระแทกใส่ความว่างเปล่ารอบตัวจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกที่ผลักดันทั้งเธอและชายหน้ากากให้ลอยละล่องไปตามแรงเหวี่ยงของมิติ
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น รินมองเห็นบางอย่าง... ในความมืดมิดที่ลึกที่สุดซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวเธอ มันไม่ใช่เพียงแค่เงา แต่มันคือ 'ดวงตา' ดวงที่สองที่ไม่ได้มาจากสิ่งบรรพกาลเพียงอย่างเดียว แต่มันดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับรอยสักบนผิวหนังของเธอโดยตรง มันคือดวงตาที่มองเห็นผ่านตัวเธอ มองเห็นผ่านวิญญาณของเธอ และกำลังรอคอยจังหวะที่เธอจะหลอมรวมกับมันอย่างสมบูรณ์
“ปู่... ปู่ตาเรือเถาว์...” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในโสตประสาทของเธอ มันไม่ใช่เสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านกระแสน้ำในร่างของเธอ “อย่าปล่อยให้กระแสน้ำนำทางเจ้าไปสู่ก้นบึ้งที่ไร้ทางออก... จงเป็นทางน้ำ... แต่อย่าให้ทางน้ำนั้นกลายเป็นหลุมพราง...”
คำเตือนของปู่ทำให้รินสะดุ้งสุดตัว เธอรู้สึกได้ถึงความจริงที่น่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ในแผนที่และในตัวเธอ แผนที่ที่ปู่พยายามจะสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่เพื่อนำทางไปหาคลองคำสาป แต่มันคือ 'การกักขัง' รอยสักนี้คือชิ้นส่วนสุดท้ายของผนึกที่ปู่เคยพยายามสร้างไว้เพื่อปิดกั้นสิ่งที่อยู่ใต้บาดาล และบัดนี้ เธอกลับเป็นคนที่กำลังทำลายผนึกนั้นด้วยมือของเธอเองโดยไม่ตั้งใจ
ความจริงนี้ทำให้ความหวาดกลัวเข้าจู่โจมจนเธอแทบสิ้นสติ แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติที่ขอบสายตา แสงสีทองของเธอกำลังสร้าง 'กระแสหมุนวน' ขนาดเล็กขึ้นรอบๆ ตัว รอยสักไม่ได้แค่กัดกินเธอ แต่มันกำลังสร้าง 'ทางผ่าน' ใหม่ขึ้นมาในความว่างเปล่านี้
“มันกำลังสร้างทางไป...” รินพึมพำกับตัวเองด้วยความหวังที่ปนเปไปกับความกลัว “มันไม่ได้แค่จะกลืนกินฉัน แต่มันกำลังพยายามจะ 'สร้าง' เส้นทางใหม่ขึ้นมา...”
ชายหน้ากากมองดูแสงสีทองที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายกับกระแสน้ำที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่น “นั่นไม่ใช่ทางรอด ริน! นั่นคือปากทางของมัน! หากเธอเดินตามกระแสน้ำนี้ไป เธอจะไม่ได้กลับไปหาครอบครัว หรือกลับไปหาโลกเบื้องบนอีกเลย!”
เขากำลังพูดความจริง แต่รินไม่มีทางเลือกอื่น แรงดึงดูดจากความมืดกำลังกระชากร่างของเธอลงไปสู่เบื้องล่างที่ลึกกว่าเดิม ขณะที่แสงสีทองกำลังพยายามดึงเธอไปสู่ทิศทางที่ต่างออกไป ราวกับเธอกำลังถูกฉีกออกเป็นสองทาง ระหว่าง 'ความเป็นมนุษย์' ที่กำลังสูญสลาย และ 'เทพเจ้าแห่งกระแสน้ำ' ที่กำลังถือกำเนิดขึ้น
ในจังหวะที่พายุพลังงานกำลังจะถึงจุดสูงสุด รินเห็นเงาร่างของกลุ่มคลื่นม่านบังปรากฏขึ้นที่ขอบของมิติ พวกมันไม่ได้มาเพื่อช่วย แต่พวกมันกำลังพยายามจะ 'ขี่' กระแสน้ำสีทองนี้เพื่อตามเธอมาให้ทัน การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในมิติที่กำลังพังทลายกลายเป็นสงครามระหว่างแสงและเงาที่ไม่มีวันจบสิ้น โดยมีวิญญาณของนักเดินเรือสาวเป็นเดิมพันเพียงหนึ่งเดียว
รินหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกของน้ำไหลผ่านทุกอณูของผิวหนัง เธอตัดสินใจที่จะไม่ต่อต้านมันอีกต่อไป แต่จะ 'นำทาง' มันแทน เธอจะใช้ความเป็นทางน้ำของเธอเป็นประภาคาร เพื่อชี้นำตัวเองผ่านความมืดมิดนี้ โดยไม่สนว่าปลายทางจะเป็นสวรรค์หรือนรกที่ก้นบึ้งที่สุดของโลก Alcoron ก็ตาม
--- รินพบความจริงที่น่าตกใจว่ารอยสักของเธอคือชิ้นส่วนสุดท้ายของผนึกที่ปู่พยายามสร้างขึ้น และเธอกำลังถูกพลังนี้ดึงดูดเข้าสู่การสร้างเส้นทางมิติใหม่ท่ามกลางการไล่ล่าของกลุ่มคลื่นม่านบัง