← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 61免費

ตอนที่ 61 — พรมแดนที่สูญสิ้นและเสียงสะท้อนจากความว่างเปล่า

ความมืดมิดไม่ได้มาในรูปแบบของความว่างเปล่า แต่มันมาในรูปแบบของแรงดันมหาศาลที่บีบอัดทุกโสตประสาท รินรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วถูกประกอบขึ้นใหม่ด้วยเศษเสี้ยวของกระแสน้ำที่เย็นเยียบจนถึงกระดูก เสียงกรีดร้องของมิติที่พังทลายยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท เป็นเสียงหวีดหวิวที่ยาวนานและไร้จุดสิ้นสุด ราวกับเสียงของวิญญาณนับพันที่กำลังถูกดูดกลืนลงสู่หลุมดำ

เมื่อเปลือกตาที่หนักอึ้งเริ่มขยับ สิ่งแรกที่รินสัมผัสได้ไม่ใช่แสงสว่าง แต่เป็นความรู้สึกของการ 'ไม่ดำรงอยู่' ร่างกายของเธอเบาหวิวราวกับปุยเมฆ แต่ในขณะเดียวกันก็หนักอึ้งด้วยน้ำหนักของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด รอยสักบนผิวหนังของเธอไม่ได้เพียงแค่เปล่งแสง แต่มันกำลัง 'เต้น' มันขยับเขยื้อนไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยน แสงสีทองที่เคยสว่างไสวบัดนี้กลายเป็นสีเหลืองอำพันที่หม่นแสงและขุ่นมัว ราวกับน้ำในลำคลองที่ถูกกวนจนขุ่นคลักด้วยตะกอนดิน

เธอลืมตาขึ้น พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในสุสานแห่งกระแสธารที่คุ้นเคยอีกต่อไป พื้นที่รอบกายดูเหมือนจะเป็นรอยต่อระหว่างความจริงและความฝัน มันคือโถงกว้างที่ไร้เพดานและไร้พื้นดินที่มั่นคง มีเพียงกระแสน้ำวนขนาดมหึมาที่ไหลวนเป็นเกลียวคลื่นอยู่รอบตัวเธอ ราวกับว่าเธอเกาะอยู่บนหลังของสัตว์ร้ายที่กำลังหลับใหลในมหาสมุทรแห่งความว่างเปล่า ประตูโบราณที่เธอเผลอเปิดออกเมื่อครู่ บัดนี้กลายเป็นปากเหวขนาดใหญ่ที่ขยับขยายออกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และสิ่งที่ไหลออกมาจากประตูนั้น ไม่ใช่เพียงน้ำ แต่มันคือ 'ความทรงจำที่บิดเบี้ยว' ของโลกใบนี้

“ริน...”

เสียงกระซิบนั้นไม่ได้ดังมาจากข้างนอก แต่มันดังมาจาก ข้างใน รินสะดุ้งสุดตัว พยายามจะตะเกียกตะกายหาที่ยึดเหนี่ยว แต่ไม่มีแม้แต่เศษหินหรือกิ่งไม้ มือของเธอสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าที่หนืดข้นราวกับน้ำมัน รอยสักที่แขนขวาเริ่มลามขึ้นมาถึงลำคอ ความรู้สึกแสบร้อนเหมือนถูกเหล็กเผาไฟนาบลงบนผิวหนังทำให้เธอต้องกัดฟันกรอด เธอพยายามจะเรียกชื่อชายหน้ากาก แต่ลำคอของเธอกลับแห้งผากและไร้เสียง

ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านน้ำวน มันไม่ใช่ร่างของคน แต่เป็นเงาสะท้อนที่พร่าเลือนของตัวเธอเอง—รินในชุดนักเดินเรือที่ขาดวิ่น ดวงตาของเงาร่างนั้นไม่ใช่สีน้ำตาลอ่อนอย่างที่เธอเป็น แต่เป็นสีทองสว่างจ้าจนน่ากลัว เงาร่างนั้นขยับริมฝีปาก พูดด้วยน้ำเสียงที่ซ้อนทับกันระหว่างเสียงของเธอและเสียงของปู่เถาว์

“เจ้าไม่ได้เป็นผู้เปิดประตู... แต่เจ้าคือประตูที่กำลังเปิดออก”

ความกลัวที่เย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง รินพยายามจะใช้ 'วิถีแห่งทางน้ำ' เพื่อสร้างเกราะกำบัง แต่ทันทีที่เธอพยายามจะดึงพลังจากรอยสัก เธอกลับพบว่ามันไม่ใช่การดึงพลังออกมา แต่มันคือการปล่อยให้บางสิ่ง ไหลเข้า มาในตัวเธอ พลังสีทองพุ่งพล่านผ่านเส้นเลือด เปลี่ยนกระแสเลือดให้กลายเป็นแสงสว่าง รินรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอไม่ใช่เนื้อหนังอีกต่อไป แต่เป็นเพียงภาชนะที่บรรจุน้ำวนเอาไว้ข้างใน เธอเห็นภาพนิมิตของนครลอยน้ำที่ล่มสลาย เห็นผู้คนถูกกลืนกินโดยคลื่นสีทอง และเห็นมือขนาดมหึมาที่เอื้อมขึ้นมาจากก้นบึ้งเพื่อไขว่คว้าหาแสงสว่างสุดท้าย

“หยุดนะ!” เธอตะโกนในใจ พยายามจะบีบอัดพลังนั้นกลับคืน แต่ยิ่งเธอขัดขืน รอยสักก็ยิ่งแผ่ขยายออกไปเหมือนรากไม้ที่หิวกระหาย มันชอนไชเข้าไปในมวลกล้ามเนื้อ เข้าไปในจิตวิญญาณ และกำลังจะลุกลามไปถึงแก่นกลางของความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างของชายหน้ากากก็พุ่งผ่านม่านน้ำวนเข้ามา เขาดูอ่อนแรงและบาดเจ็บ แสงสีทองที่แผ่ออกมาจากตัวรินกำลังผลักไสเขาออกไป ราวกับว่าตัวตนของเธอในตอนนี้คือศัตรูของทุกสรรพสิ่ง

“ริน! ตั้งสติ!” เขาตะโกน พยายามจะเอื้อมมือมาคว้าแขนของเธอ แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับผิวหนังที่มีรอยสัก แสงสีทองก็ระเบิดออกเป็นวงกว้าง แรงอัดมหาศาลซัดร่างของเขาให้กระเด็นออกไป รินมองเห็นเขาจมหายไปในกระแสน้ำวนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและ... ความเศร้าสร้อย

รินพยายามจะขยับตัว แต่ร่างกายของเธอกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม เธอไม่ได้ยืนอยู่บนอะไรเลย แต่เธอ คือ กระแสน้ำ เธอรู้สึกถึงความเย็นของน้ำทุกหยดที่ไหลผ่านมิติ รู้สึกถึงความเจ็บปวดของประตูโบราณที่กำลังถูกฉีกออก และเหนือสิ่งอื่นใด เธอเริ่มได้ยินเสียงหัวใจของ 'บางสิ่ง' ที่อยู่ลึกลงไปใต้ก้นบึ้งของความว่างเปล่า มันไม่ใช่เสียงหัวใจของมนุษย์ แต่มันคือเสียงจังหวะของโลกที่กำลังจะตื่นขึ้น

แสงสีทองที่เคยดูอบอุ่น บัดนี้กลับกลายเป็นสีที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด มันคือสีของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะดับแสง และเป็นสีของเปลวไฟที่เผาผลาญทุกอย่างให้กลายเป็นเถ้าถ่าน รินรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะของเธอเริ่มหลุดลอย ความทรงจำเกี่ยวกับอาส้ม เกี่ยวกับเรือนแพ เกี่ยวกับกลิ่นฝนที่ท่าเรือมรสุม เริ่มเลือนลางและกลายเป็นเพียงภาพฝันที่ห่างไกล

เธอเริ่มแยกไม่ออกว่า ความเจ็บปวดที่เธอรู้สึกอยู่ตอนนี้ คือความเจ็บปวดของเธอเอง หรือเป็นความเจ็บปวดของสิ่งบรรพกาลที่กำลังถูกปลดปล่อยออกมากันแน่

ในความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่าง รินเห็นดวงตาสีทองคู่หนึ่งจ้องมองมาจากความลึกที่ไร้ก้นบึ้ง มันไม่ใช่ดวงตาของปู่ ไม่ใช่ดวงตาของชายหน้ากาก แต่มันคือดวงตาที่เฝ้ามองการล่มสลายของยุคสมัยมาเนิ่นนาน และมันกำลังยิ้มให้กับเธอ

เสียงหัวใจของสิ่งนั้นเต้นรัวขึ้น... ตึก... ตึก... ตึก... และในจังหวะสุดท้ายที่สติของรินกำลังจะดับวูบ เธอก็รับรู้ได้ว่า ประตูที่เธอเปิดออกนั้น ไม่ได้นำไปสู่ทางออก... แต่มันนำไปสู่การเริ่มต้นของจุดจบที่แท้จริง

--- รินสูญเสียการควบคุมตนเองท่ามกลางมิติที่บิดเบี้ยว พลังสีทองจากรอยสักเปลี่ยนสภาพร่างกายของเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำมิติ และนำพาเธอไปสู่การเผชิญหน้ากับ 'บางสิ่ง' ที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวซึ่งกำลังตื่นขึ้นจากก้นบึ้ง