ตอนที่ 60 — เงาสะท้อนในรอยสลักและทางเดินที่ไร้แสง
ความมืดมิดในสุสานแห่งกระแสธารไม่ใช่ความมืดที่ว่างเปล่า แต่มันคือความมืดที่หนาหนักและมีน้ำหนักราวกับกำมะหยี่เปียกชื้น รินรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่โอบล้อมร่างกาย ทุกครั้งที่เธอหายใจเข้า อากาศที่ผ่านปอดกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังสูดดมละอองน้ำที่เย็นจัดจนแสบทรวง แสงสีทองที่เคยเจิดจ้าจากรอยสักบนผิวหนังของเธอ บัดนี้หม่นแสงลงเหลือเพียงประกายริบหรี่คล้ายหิ่งห้อยที่กำลังจะสิ้นใจ มันไม่ได้สว่างไสวเพื่อนำทางอีกต่อไป แต่มันกำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มแปลกแยกจากความเป็นมนุษย์
"ริน... อย่ามองกลับไป" เสียงของชายปริศนาที่อยู่ข้างกายเธอแหบพร่าและสั่นเครือ เขาไม่ได้สวมหน้ากากแล้วในตอนนี้ ใบหน้าที่รินเห็นผ่านแสงสลัวนั้นดูซูบตอบและเต็มไปด้วยรอยแผลจากการต่อสู้ แต่ดวงตาของเขากลับจ้องมองไปยัง 'ร่างที่มีรอยสักคล้ายเธอ' ซึ่งเพิ่งจางหายไปในนิมิตเมื่อครู่ด้วยความหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
รินไม่ได้ตอบคำถามของเขา นิ้วมือของเธอสั่นระริกขณะลูบไล้ไปตามรอยสลักสีทองที่ลามเลียจากข้อมือขึ้นมาถึงลำคอ ความรู้สึกมันไม่ใช่แค่การสัมผัสผิวหนัง แต่มันเหมือนเธอกำลังสัมผัสกับกระแสน้ำที่ไหลวนอยู่ใต้ผิวหนัง รอยสักเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแผนที่อีกต่อไป แต่มันกำลัง 'เขียน' ตัวเองใหม่ เส้นสายที่เคยเป็นเส้นทางเดินเรือของปู่เถาว์บัดนี้บิดเบี้ยว กลายเป็นสัญลักษณ์โบราณที่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา
"มันไม่ใช่แค่ทางน้ำแล้ว" รินกระซิบ เสียงของเธอฟังดูเหมือนเสียงน้ำไหลผ่านโขดหินมากกว่าเสียงมนุษย์ "มันกำลังเปลี่ยนฉัน... ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายของฉันกำลังกลายเป็นภาชนะที่ว่างเปล่า เพื่อให้บางอย่าง... บางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าไหลเข้ามาเติมเต็ม"
ชายปริศนาคว้าไหล่เธอไว้ แรงบีบของเขาหนักแน่นแต่มันกลับให้ความรู้สึกห่างไกล "เราต้องไปจากที่นี่ ก่อนที่แสงสีทองนั่นจะเรียกพวกมันมามากกว่านี้ สุสานแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเก็บศพ แต่มันมีไว้เพื่อกักขัง 'รอยสลัก' ที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกเบื้องบน"
พวกเขาเริ่มออกเดินไปตามทางเดินที่ขนาบข้างด้วยเสาหินโบราณที่ผุกร่อน สภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากโถงคริสตัลที่เคยดูโอ่อ่า กลายเป็นทางเดินแคบๆ ที่มีน้ำไหลซึมออกมาจากผนังหินตลอดเวลา กลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำและกลิ่นคาวจางๆ ของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกโชยเข้าจมูก ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นหินที่ลื่นปร้างให้ความรู้สึกไม่มั่นคง ราวกับว่าพื้นดินที่พวกเขายืนอยู่นั้นไม่ใช่พื้นดิน แต่เป็นหลังของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังหลับใหล
ทันใดนั้น แสงสีทองบนผิวหนังของรินก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่แสงที่ให้ความอบอุ่น มันคือแสงที่ส่งสัญญาณเตือนภัย รอยสักที่หน้าอกของเธอเริ่มแผ่ความร้อนรุ่มจนเธอต้องทรุดตัวลงกับพื้น
"ริน! เกิดอะไรขึ้น!" ชายปริศนาพุ่งเข้ามาประคองเธอ
"มัน... มันเห็นฉัน" รินกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปตามเส้นประสาทเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง "เงาพวกนั้น... พวกมันไม่ได้ตามล่าเรา แต่มันตามล่า 'แสง' ในตัวฉัน!"
สิ้นคำพูดของเธอ จากความมืดมิดเบื้องหน้า เงาร่างที่บิดเบี้ยวหลายสิบเงาก็เริ่มก่อตัวขึ้น พวกมันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน เป็นเพียงกลุ่มก้อนของน้ำที่มืดมิดและขุ่นคลัก แฝงไปด้วยดวงตาสีขาวโพลนที่จ้องมองมาอย่างหิวกระหาย สิ่งเหล่านี้คือ 'เงาบรรพกาล' ที่ถูกกระตุ้นด้วยพลังงานจากรอยสักของเธอ พวกมันเคลื่อนที่ผ่านน้ำและอากาศได้อย่างรวดเร็วราวกับพายุหมุน
ชายปริศนาชักอาวุธที่ดูเหมือนเศษซากของเครื่องมือเดินเรือโบราณออกมา แสงจากอาวุธของเขาหม่นแสงและดูอ่อนแรงเมื่อเทียบกับความมืดที่โถมเข้ามา "หลบไปข้างหลังฉัน!"
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสียงปะทะของพลังงานและเสียงคำรามของกระแสน้ำ ชายปริศนาพยายามต้านทานเงาเหล่านั้น แต่ละครั้งที่เขาฟาดฟัน เงาเหล่านั้นจะแตกตัวออกเป็นหยดน้ำเล็กๆ ก่อนจะรวมตัวกันใหม่ในจุดที่ใกล้รินมากขึ้น รินพยายามจะใช้ 'วิถีแห่งทางน้ำ' เพื่อสร้างกำแพงป้องกัน แต่น่ากลัวตรงที่ทุกครั้งที่เธอสั่งการน้ำ น้ำเหล่านั้นกลับไม่ฟังคำสั่งเธอ แต่มันกลับไหลเข้าหาตัวเธอ ราวกับว่าน้ำต้องการจะกลับคืนสู่ต้นกำเนิด
"ริน! อย่าพยายามควบคุมมัน! ให้มันไหลผ่านไป!" ชายปริศนาตะโกนสั่งขณะที่เขากำลังถูกเงาร่างหนึ่งรัดตรึงแขนไว้
รินหลับตาลง เธอพยายามทำตามที่เขาบอก เธอเลิกพยายามที่จะเป็น 'เจ้าของ' กระแสน้ำ แต่พยายามจะเป็นเพียง 'ช่องทาง' เธอปล่อยให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความเป็นมนุษย์ที่เธอยึดถือค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ
ทันทีที่เธอทำเช่นนั้น รอยสักสีทองก็ระเบิดพลังออกมา แต่มันไม่ใช่พลังสีทองที่นุ่มนวลเหมือนครั้งก่อน แต่มันคือแสงสีทองที่เจือด้วยสีดำสนิท พลังนั้นพุ่งออกจากตัวเธอเป็นคลื่นกระแทกวงกว้าง กระแทกเอาเงาบรรพกาลเหล่านั้นจนสลายไปในทันที แต่มันไม่ได้หยุดแค่นั้น แรงระเบิดนั้นทำให้ผนังสุสานเริ่มปริแตก และสิ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในผนังหินก็เริ่มปรากฏออกมา
รินลืมตาขึ้นด้วยความตื่นตระหนก สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่แค่ทางเดินที่พังทลาย แต่มันคือ 'ประตู' ขนาดมหึมาที่ทำจากวัสดุคล้ายกระดูกสัตว์ทะเลโบราณ ซึ่งกำลังค่อยๆ เปิดออกจากการกระแทกของพลังเธอ และจากหลังประตูนั้น มีบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการได้กำลังเคลื่อนไหวอยู่
มันไม่ใช่แค่เงา แต่มันคือเสียง... เสียงกระซิบที่ดังมาจากก้นบึ้งของโลก เสียงที่เรียกชื่อเธอ ไม่ใช่ในฐานะ 'ริน' นักเดินเรือสาว แต่เรียกเธอในฐานะ 'ผู้ถือครองกุญแจที่ถูกลืม'
"ริน... หนีไป..." เสียงของชายปริศนาแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ร่างของเขากำลังถูกแรงดึงดูดจากประตูที่เปิดออกนั้นดูดกลืนเข้าไป "มันไม่ใช่แค่การเปิดประตู... แต่มันคือการเชิญชวน..."
รินพยายามจะเอื้อมมือไปหาเขา แต่ร่างกายของเธอกลับหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นล่ามไว้ รอยสักบนแขนของเธอเริ่มขยายตัวออกไปเป็นเส้นสายที่ยาวเหยียด เชื่อมต่อกับประตูโบราณนั้นโดยตรง เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้พลังอีกต่อไป แต่เธอกำลังกลายเป็น 'ส่วนหนึ่ง' ของกลไกที่กำลังจะปลดปล่อยบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งบรรพกาลที่เธอเคยพบมาทั้งหมด
แสงสีทองจากรอยสักเริ่มกลืนกินแสงสว่างสุดท้ายในดวงตาของเธอ ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่กำลังรอคอยการตื่นขึ้นของบางสิ่งที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของเดลต้าไปตลอดกาล
--- รินพยายามใช้พลังวิถีแห่งทางน้ำเพื่อป้องกันตัวจากเงาบรรพกาล แต่การปล่อยพลังกลับไปเปิดประตูโบราณในสุสานแห่งกระแสธาร ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมและทำให้เธอเริ่มสูญเสียการควบคุมตัวตนไปอย่างสมบูรณ์