← 章節目錄

The Monsoon Pier

章節 27免費

ตอนที่ 27 — การฝ่าคลองคำสาปผ่านม่านน้ำนิ่ง

เสียงไม้กระดานเรือที่คามินเพิ่งซ่อมแซมด้วยยางไม้สดส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่คลื่นกระทบตัวเรือ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้รินต้องขมวดคิ้วจนเป็นปม สิ่งที่กวนใจเธอคือความเงียบที่ผิดปกติของสายน้ำเบื้องหน้า คลองคำสาปไม่ได้เงียบเพราะไร้ลม แต่มันเงียบเพราะ ‘น้ำนิ่ง’ ที่เข้มข้นจนเหมือนเรากำลังพายเรือเข้าไปในน้ำมันดิบ

“ริน... อย่าเพิ่งเร่งฝีพาย อย่ามองหาคลื่นที่ผิวน้ำ ให้มองหาทิศทางของตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามรากโกงกาง” เสียงกระซิบที่ดูเหมือนจะดังมาจากข้างในหูมากกว่าจะมาจากอากาศรอบตัวดังขึ้น มันเป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวลเหมือนลมพัดใบไม้ แต่กลับแฝงความเหนื่อยล้าอย่างที่รินไม่เคยได้ยินมาก่อน

“เถาว์? นายโอเคไหม?” รินลดจังหวะการพายลง มือที่จับไม้พายชื้นไปด้วยเหงื่อ “ทำไมแสงรอบตัวนายมันดูจางลงเหมือนตะเกียงขาดน้ำมันแบบนั้นล่ะ”

เถาว์ไม่ได้ตอบเป็นคำพูดในทันที รินมองเห็นเงาสลัวที่ซ้อนทับอยู่บนบรรยากาศรอบเรือ เขาไม่ได้เป็นรูปร่างชัดเจนเหมือนตอนแรก แต่ดูเหมือนกลุ่มควันสีจางที่พยายามจะคงรูปทรงมนุษย์เอาไว้ “ข้าแค่... รู้สึกเหมือนตัวอักษรในบันทึกที่ข้าเคยเขียนมันกำลังเลือนหายไป ริน... ยิ่งเราเข้าใกล้เขตน้ำนิ่ง พลังของข้าที่ยึดโยงกับความทรงจำของที่นี่มันยิ่งถูกกลืนไป”

“เราจะไปถึงจุดพักเรือก่อนที่นายจะจางหายไปได้ไหม?” รินถามเสียงเครียด พลางมองไปที่ทางแยกข้างหน้าซึ่งมีรากไม้พันกันยุ่งเหยิงเหมือนกับตาข่ายดักปลาขนาดมหึมา

“ต้องไป... แต่เจ้าต้องฟังข้าให้ดี” เถาว์พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “น้ำนิ่งตรงนี้มันมีกระแสน้ำวนใต้มองไม่เห็น มันคือกับดักของเหล่าพ่อค้าที่เคยสร้างเขื่อนกั้นทางน้ำไว้เมื่อร้อยปีก่อน มันไม่ได้หยุดแค่น้ำ แต่มันหยุดแม้กระทั่งจิตวิญญาณ”

รินพยักหน้า เธอหันไปมองคามินที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็คความแน่นของรอยต่อไม้ที่หัวเรือ “คามิน! เตรียมตัวให้ดีนะ ถ้าเรือสั่นแรงกว่านี้ ให้ยึดเสากระโดงไว้ให้แน่น อย่าปล่อยให้ท้ายเรือโดนกระแทก!”

“เข้าใจแล้วริน! ฉันจะคอยดูเรื่องรอยรั่วเอง!” คามินตะโกนตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา แต่รินเห็นมือของเขาที่สั่นเทาขณะหยิบขวานขึ้นมาถือไว้

“ริน... ทางซ้าย... เอียงพายไปทางซ้ายสามองศา... ตอนนี้!” เถาว์ตะโกนสั่ง

รินกระชากไม้พายไปทางซ้ายทันที เรือลำเล็กกระแทกเข้ากับรากไม้ที่ดูเหมือนกรงเล็บยักษ์ แต่มันกลับรอดมาได้ด้วยแรงเหวี่ยงที่เถาว์ชี้นำ ทว่าทันทีที่เรือพ้นจากรากไม้นั้น เถาว์กลับดูเลือนรางลงไปอีกจนแทบจะเป็นเพียงหมอกจางๆ

“เถาว์! นายหายไปไหน!” รินตะโกนลั่น ความตื่นตระหนกเริ่มเกาะกินใจเธอเหมือนตะไคร่น้ำที่เกาะก้นเรือ

“ข้า... อยู่ตรงนี้... ใกล้ๆ เจ้า...” เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะหายไปในเสียงน้ำกระทบกราบเรือ “แต่การนำทางเจ้าในที่นี่... มันเหมือนกับการเผาไหม้ความทรงจำของข้าไปทีละหน้า... ริน... หากเจ้าต้องการให้ข้าพาเจ้าผ่านเขตน้ำนิ่งนี้ไปได้... เจ้าต้องอนุญาตให้ข้าใช้ ‘แก่น’ ของข้า...”

รินชะงัก “แก่นของนาย? หมายความว่ายังไง?”

“ข้าจะกลายเป็นแสงนำทางที่ชัดเจนที่สุด... แต่นั่นหมายความว่าเมื่อเราผ่านไปได้... ข้าอาจจะไม่เหลืออะไรให้จดจำได้อีกเลย... ข้าจะกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีแม้แต่ชื่อในบันทึก” เถาว์พูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความอบอุ่น แต่มันช่างขัดกับความจริงที่โหดร้าย

รินมองไปที่ทางข้างหน้า มันคือเขาวงกตของกอไม้และกระแสน้ำวนที่มองไม่เห็น หากไม่ใช้พลังของเถาว์ พวกเขาจะติดอยู่ในน้ำนิ่งนี้จนกว่าเสบียงจะหมด หรือไม่ก็ถูกกระแสน้ำวนดึงเรือลงสู่ก้นบึ้ง แต่หากใช้... เธออาจจะเสียเขาไปตลอดกาล

“ริน... ตัดสินใจเถอะ” เถาว์กระซิบ “ชีวิตของเจ้าและพวกพ้องสำคัญกว่าความทรงจำของวิญญาณที่ตายไปแล้วอย่างข้า”

รินกำไม้พายแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอคิดถึงคำทำนายแห่งดวงดาวที่พวกหมอผีริมน้ำชอบเล่าขาน เรื่องราชินีที่จะมาจุติเพื่อรวมโลกเป็นหนึ่ง... ถ้าโลกจะรวมเป็นหนึ่งได้ มันต้องมีคนรอดชีวิตไปสร้างมัน ไม่ใช่คนที่มีเพียงความทรงจำที่สวยงามแต่ไร้ซึ่งตัวตน

“ไม่...” รินกัดฟันพูด “ข้าจะไม่ยอมเสียเจ้าไปแบบเปล่าประโยชน์ เถาว์! ถ้าต้องแลกด้วยอะไร ข้าจะรับผิดชอบเอง แต่อย่าหายไปเฉยๆ แบบนั้น... จงใช้มัน! ใช้พลังของนายนำทางเราไปให้ถึงฝั่ง!”

“เจ้าแน่ใจหรือริน...”

“ข้าแน่ใจ! พายไป! นำทางข้าไป!” รินตะโกนสั่ง ทั้งที่ในใจสั่นสะท้าน

ทันใดนั้น ร่างที่เคยเป็นเพียงหมอกจางๆ ของเถาว์ก็เริ่มขยายตัวออก แสงสีนวลตาที่ดูเหมือนแสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำพุ่งทะยานออกจากร่างของเขา กลายเป็นเส้นสายแสงที่สว่างจ้าพุ่งนำหน้าเรือไปในความมืดมิดของคลองคำสาป แสงนั้นแรงกล้าจนรินต้องหยีตา แต่มันกลับชัดเจนจนเห็นทุกร่องน้ำและทุกอุปสรรคที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำนิ่ง

“ตามแสงนั่นมา! อย่าละสายตา!” เสียงเถาว์ดังขึ้นอย่างทรงพลัง แต่มันเป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนมาจากที่ไกลแสนไกล

รินหันไปมองคามินที่กำลังประคองตัวอยู่บนเรือ แสงนั้นสว่างจนเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของเขา รินกระชากไม้พายสุดแรง พายตามแสงสีนวลที่กำลังพุ่งทะยานผ่านดงรากไม้และกระแสน้ำวนอย่างบ้าคลั่ง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า แสงที่สว่างที่สุดนั้น คือแสงสุดท้ายที่เถาว์จะสามารถทิ้งไว้ให้เธอเห็นได้

--- รินตัดสินใจใช้พลังเฮือกสุดท้ายของเถาว์เพื่อนำทางผ่านเขตน้ำนิ่งที่อันตรายในคลองคำสาป แม้จะรู้ว่านั่นอาจทำให้ตัวตนและความทรงจำของเถาว์สูญสิ้นไปตลอดกาล