← 章節目錄

Inscriptions of the Sand City

章節 52免費

ตอนที่ 52 — บทเพลงแห่งความว่างเปล่าและรอยสลักที่สาบสูญ

ความมืดมิดไม่ได้เงียบสงัดอย่างที่กานต์คิด แต่มันคือเสียงอื้ออึงของความถี่ที่มองไม่เห็น มันคือแรงสั่นสะเทือนที่บดขยี้โสตประสาทจนเขารู้สึกเหมือนสมองกำลังถูกกรีดด้วยใบมีดแก้ว ร่างของเขาถูกกระชากผ่านหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง ความรู้สึกของมวลอากาศที่เสียดสีกับผิวหนังที่แตกร้าวเปลี่ยนจากความเจ็บปวดเป็นความชาหนึบ รอยสลักบนร่างกายที่เคยงดงามเริ่มส่องแสงเรืองรองอย่างบ้าคลั่ง ราวกับพวกมันกำลังพยายามจะตะโกนบอกอะไรบางอย่างในขณะที่กำลังถูกกลืนกิน

“กานต์!”

เสียงของเซนอสดังก้องมาจากที่ไหนสักแห่ง มันไม่ใช่เสียงที่ผ่านอากาศ แต่มันคือเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านกระดูกของเขา กานต์พยายามจะเอื้อมมือออกไปคว้าความว่างเปล่า แต่แรงดึงดูดมหาศาลจากแกนเสียงดนตรีแห่งทรายกลับเหวี่ยงเขาไปในทิศทางที่สวนทางกัน ร่างของเขาหมุนคว้างอยู่ในอุโมงค์มิติที่บิดเบี้ยว มองเห็นเพียงเส้นสายของแสงสีทองและสีครามที่ถักทอเข้าด้วยกันเหมือนเส้นด้ายที่ขาดวิ่น

ทันใดนั้น แรงกระแทกมหาศาลก็ส่งร่างของเขาลงบนพื้นผิวที่แข็งและเย็นเยียบ กานต์สำลักเอาความว่างเปล่าเข้าปอด รสชาติของมันเหมือนโลหะและฝุ่นทรายที่ไหม้เกรียม เขาพยายามยันกายขึ้นด้วยแขนที่สั่นเทา ผิวหนังบริเวณข้อศอกของเขาเปลี่ยนเป็นแก้วทรายที่โปร่งแสงจนเห็นเส้นเลือดที่ไหลเวียนเป็นแสงสีทองจางๆ เขาหันไปมองรอบกายด้วยดวงตาข้างที่เหลืออยู่ และต้องชะงักงัน

เขาไม่ได้อยู่ในนครเสียงสะท้อนที่กำลังล่มสลาย และไม่ได้อยู่ในความมืดมิดของรอยแยกมิติอีกต่อไป

เบื้องหน้าของเขาคือทุ่งกว้างที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แต่มันไม่ใช่ทรายสีทองที่คุ้นเคย มันคือ ‘ทะเลทรายกระจกเงา’ ที่ซึ่งพื้นผิวโลกทำจากแผ่นแก้วใสสะท้อนภาพท้องฟ้าที่ไร้ดวงอาทิตย์ มีเพียงแสงสลัวสีม่วงครามที่อาบไล้ไปทั่วบริเวณ ทุกย่างก้าวที่กานต์ขยับตัวจะเกิดเสียงกังวานใสเหมือนการเคาะแก้วไวน์ และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ เงาสะท้อนบนพื้นกระจกนั้นไม่ได้เคลื่อนไหวตามเขา แต่มันกำลังทำท่าทางที่แตกต่างออกไป

“ที่นี่มัน...” กานต์พึมพำ เสียงของเขาแหบพร่าและเบาบางจนแทบจะหายไปในความเงียบ

“อย่าจ้องมองมันนานเกินไป กานต์” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย เซนอสปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของกลุ่มแก้วที่ตั้งชัน ร่างกายของเขาดูทรุดโทรมและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการเดินทางผ่านมิติ แต่ดวงตาของเขายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว “เงาสะท้อนพวกนี้ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา แต่มันคือเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ถูกปฏิเสธ มันกำลังรอจังหวะที่จะดึงตัวตนของนายเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมัน”

กานต์มองตามเซนอสไป ก่อนจะก้มลงมองมือตัวเองที่ยังคงสั่นเทา “เราอยู่ที่ไหน? แกนเสียงดนตรี... มันหายไปไหนแล้ว?”

“มันไม่ได้หายไป แต่มันพาเรามาที่นี่” เซนอสตอบพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ทุ่งกระจก “เมื่อนายพยายามจะเปลี่ยนจังหวะของโลกด้วยความทรงจำที่บิดเบี้ยว นายได้สร้างรอยร้าวที่ลึกเกินกว่าจะประสานได้ มิตินี้คือผลลัพธ์ของความขัดแย้งนั้น มันคือที่พักพิงของสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”

กานต์รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านสันหลัง รอยสลักบนแขนของเขาเริ่มสั่นไหวเป็นจังหวะที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่จังหวะของหัวใจมนุษย์ และไม่ใช่จังหวะของเครื่องจักรโบราณ แต่มันคือจังหวะที่กำลังพยายามจะ ‘จูน’ เข้ากับพื้นกระจกใต้เท้าเขา กานต์รู้ทันทีว่าร่างกายของเขากำลังถูกดูดซับเข้าไปในกระบวนการบางอย่าง

“เราต้องไปจากที่นี่” กานต์พูดพลางพยายามทรงตัว “ถ้าที่นี่คือเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ถูกปฏิเสธ แสดงว่าความจริงที่แท้จริงต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ลึกกว่านี้”

“ทางเดียวที่จะไปต่อ คือการข้ามผ่าน ‘ทะเลทรายกระจกเงา’ นี้ไปให้ถึงขอบฟ้าที่แสงสีม่วงนั่นจางลง” เซนอสชี้ไปยังเส้นขอบฟ้าที่ดูเหมือนจะเป็นจุดบรรจบระหว่างพื้นกระจกและท้องฟ้า “แต่ระวังให้ดี กานต์ ทุกครั้งที่นายก้าวเดิน ความทรงจำของนายจะถูกทดสอบ เงาใต้เท้าจะพยายามเล่าเรื่องที่นายอยากลืม เพื่อล่อลวงให้นายหยุดเดินและจมลงไปในความลืมเลือน”

ทั้งสองเริ่มออกเดิน ท่ามกลางความเงียบที่กรีดร้อง กานต์รู้สึกเหมือนทุกก้าวที่เหยียบลงบนแผ่นแก้วคือการเหยียบลงบนหัวใจของใครบางคน เสียงสะท้อนของฝีเท้าดังสะท้อนไปมาจนเขาแยกไม่ออกว่าเสียงไหนคือเสียงจริง เสียงไหนคือเสียงลวง ในจังหวะที่เขากำลังจะเสียสมาธิ เงาสะท้อนใต้เท้าของเขาก็เริ่มเปลี่ยนรูป

มันไม่ใช่เงาของชายหนุ่มตาบอดหนึ่งข้างอีกต่อไป แต่มันคือเงาของเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งสลักทรายอยู่หน้าบ้านไม้หลังเล็กในอารยันนคร... บ้านที่ถูกไฟเผาวอดวายไปเมื่อหลายปีก่อน

“นั่นมัน...” กานต์ชะงักฝีเท้า หัวใจของเขาเต้นรัว ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้รอยสลักอันเจ็บปวดกำลังผุดพรายขึ้นมา กลิ่นควันไฟและเสียงกรีดร้องของแม่ที่เขาไม่ได้ยินมานานแสนนานเริ่มดังขึ้นในโสตประสาท

“อย่าหยุด!” เซนอสตะโกนพร้อมกับกระชากไหล่ของกานต์ “มันคือกับดัก! ความทรงจำพวกนี้ไม่ใช่ความจริง แต่มันคือเศษซากที่ถูกจัดเก็บไว้เพื่อใช้ทำลายผู้ที่พยายามจะครอบครองมัน!”

กานต์กัดฟันแน่น ความเจ็บปวดจากรอยร้าวบนผิวหนังแล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาพยายามรวบรวมความทรงจำที่บิดเบี้ยว—ความเจ็บปวดจากการเป็นลูกผสม ความโดดเดี่ยว และความโกรธแค้น—มาสร้างเป็นกำแพงเสียงเพื่อต้านทานภาพมายาเบื้องล่าง เขาไม่ได้ใช้ความสุขเพื่อสู้กับมัน แต่เขาใช้ความจริงที่ขมขื่นยิ่งกว่าเพื่อยืนยันว่าเขายังมีตัวตนอยู่

ข้าคือกานต์ ช่างสลักทรายผู้แบกรับความเจ็บปวด... ข้าไม่ใช่เด็กชายในกองเพลิงนั่น!

คลื่นเสียงสั่นสะเทือนออกจากร่างของเขา กระแทกเข้ากับพื้นกระจกจนเกิดรอยร้าวเป็นวงกว้าง เงาสะท้อนนั้นแตกสลายกลายเป็นเศษแก้วเล็กๆ ที่ปลิวว่อนไปในอากาศ กานต์หอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายของเขารู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว

“นายทำได้ดีมาก” เซนอสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย “แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ดูนั่นสิ”

เซนอสชี้ไปที่เส้นขอบฟ้าที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา ท่ามกลางความสลัวลาง มีเงาร่างขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะสร้างขึ้นจากคลื่นเสียงที่แข็งตัวกำลังเคลื่อนที่ผ่านทะเลทรายกระจกเงา มันคือสิ่งมีชีวิตที่กึ่งโปร่งแสง กึ่งสั่นสะเทือน มันเคลื่อนที่โดยไม่มีเสียงฝีเท้า แต่ทุกครั้งที่มันเคลื่อนผ่าน พื้นกระจกจะสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงครางต่ำที่น่าขนลุก

“Resonators...” กานต์พึมพำ “พวกมันตามเรามาถึงที่นี่งั้นหรือ?”

“ไม่ใช่แค่พวกมัน” เซนอสขมวดคิ้ว “นั่นคือ ‘ผู้กวาดล้างจังหวะ’ (Rhythm Sweepers) พวกมันไม่ได้มาเพื่อล่าเรา แต่มันมาเพื่อ ‘ปรับจูน’ มิตินี้ให้กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง และการมีอยู่ของนาย... คือความผิดเพี้ยนที่พวกมันต้องกำจัด”

เงาร่างยักษ์นั้นเริ่มขยับใกล้เข้ามา ทุกครั้งที่มันก้าวเดิน โลกทั้งใบดูเหมือนจะสั่นคลอน กานต์มองเห็นรอยสลักบนแขนของเขาเริ่มเรืองแสงสีแดงเข้ม มันกำลังเตือนถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาตระหนักได้ว่าในมิตินี้ เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้แสวงหาความจริง แต่เขาคือ ‘สัญญาณรบกวน’ ที่อันตรายที่สุดต่อความสมบูรณ์แบบของโลกใบนี้

“เราต้องหาที่กำบัง” เซนอสคว้ามือของกานต์ “ข้างหน้านั่น... มีซากของบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่ใช่กระจก มันคือโครงสร้างที่สร้างจากเสียงที่จับต้องได้ ถ้าเราเข้าไปในนั้น เราอาจจะหลบเลี่ยงการตรวจจับของพวกมันได้ชั่วคราว”

กานต์พยักหน้า แม้ขาจะแทบไม่มีแรง เขาก็ต้องวิ่งไปตามทิศทางที่เซนอสบอก ท่ามกลางเสียงครางต่ำของยักษ์แก้วที่ใกล้เข้ามาทุกที และเงาสะท้อนใต้เท้าที่ยังคงพยายามกระซิบเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่โหยหาและเจ็บปวดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

--- กานต์และเซนอสหลุดเข้ามาในทะเลทรายกระจกเงา มิติที่เต็มไปด้วยเงาสะท้อนจากความทรงจำที่ถูกปฏิเสธ กานต์ต้องต่อสู้กับภาพมายาของอดีตเพื่อรักษาตัวตน ก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับ 'ผู้กวาดล้างจังหวะ' ที่กำลังมุ่งหน้ามาเพื่อกำจัดความผิดเพี้ยนอย่างเขา