ตอนที่ 41 — จังหวะที่แตกสลายและเสียงคร่ำครวญของโลหะ
เสียงเสียดสีของโลหะที่บดขยี้ลงบนเนื้อไม้ดังแว่วมาจากใต้พื้นห้องโถง มันไม่ใช่เสียงไม้ลั่นจากความเย็นของฤดูใบไม้ร่วง แต่มันคือเสียงคำรามต่ำที่สั่นสะเทือนลึกเข้าไปในทรวงอก Anwen ยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กที่บัดนี้มีรอยร้าวพาดผ่านราวกับแผลเป็น เถาวัลย์โลหะสีเงินหม่นที่มีผิวสัมผัสเหมือนเกล็ดงูเหล็กพุ่งทะลุขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน มันไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ขยับเป็นจังหวะ—หนักแน่น มั่นคง และน่าสยดสยอง ราวกับมันกำลังเต้นไปตามจังหวะหัวใจของเครื่องจักรที่อยู่ลึกลงไปใต้โลกใบนี้
“ถอยออกไป! ทุกคนถอยออกไป!” Anwen ตะโกนก้อง ท่ามกลางความโกลาหลที่ทหารราชสำนักกำลังเผชิญ พันโทวาลันชักดาบออกจากฝัก แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวูบวาบสะท้อนกับใบหน้าเคร่งขรึมของเขาขณะที่เขาพยายามสั่งการให้ทหารล้อมกรอบเถาวัลย์เหล่านั้น ทว่าทหารเหล่านั้นกลับดูเล็กจ้อยไปถนัดตาเมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างที่มีชีวิตซึ่งกำลังชอนไชขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง
“มันไม่ใช่แค่การบุกรุก แต่มันคือการยึดครอง!” เสียงของเซอร์ คาสเซียนดังแทรกขึ้นมา เขาไม่ได้สั่งให้ทหารโจมตี แต่กลับยืนจ้องมองเถาวัลย์เหล่านั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโลภและความหวาดกลัวที่ปนเปกัน “ดูมันสิ Anwen... มันกำลังหาทางเชื่อมต่อกับอะไรบางอย่าง และเจ้า... เจ้าคือเข็มทิศของมัน!”
Anwen รู้สึกถึงความร้อนระอุที่แล่นพล่านจากรอยจารึกบนผิวหนังของเธอ รอยนั้นไม่ได้เพียงแค่ส่องแสง แต่มันกำลัง ‘กรีดร้อง’ ในระดับที่คนอื่นไม่ได้ยิน มันคือคลื่นความถี่ที่สั่นประสาทจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ทุกครั้งที่เถาวัลย์โลหะกระแทกเข้ากับเสาไม้ของโรงเตี๊ยม รอยจารึกจะเจ็บปวดราวกับถูกเข็มร้อนแดงทิ่มแทง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเครื่องจักรโบราณไม่ใช่เพียงแค่การเป็นผู้นำทาง แต่มันคือการเป็น ‘ส่วนประกอบ’ หนึ่งของกันและกัน
“หยุดพูดเรื่องฉันสักที!” Anwen ตวาดกลับ เสียงของเธอสั่นพร่าแต่เด็ดเดี่ยว เธอคว้ามีดทำครัวที่วางอยู่ใกล้ตัวขึ้นมา แม้จะรู้ดีว่ามันไร้ประโยชน์เมื่อเทียบกับโลหะกลไกเหล่านี้ “พวกคุณจะเข้ามาทำลายที่นี่ หรือจะเข้ามาช่วยกันหยุดมัน ก็เลือกเอา! เพราะถ้าไม่หยุด... มันจะไม่ได้หยุดแค่ที่โรงเตี๊ยมนี้!”
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้น มันรุนแรงเสียจนเพดานโรงเตี๊ยมร่วงหล่นลงมาเป็นเศษฝุ่นและเศษไม้ ทหารสองนายล้มลงกับพื้นขณะที่พยายามประคองตัว เสียงโลหะบดขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่การแทรกซึม แต่มันคือการ ‘ระเบิด’ ออกมา เถาวัลย์โลหะขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นมาจากใจกลางห้องโถง มันขยายตัวออกเหมือนดอกไม้เหล็กที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางซากปรักหักพัง แย่งชิงพื้นที่จากมนุษย์และสิ่งก่อสร้างอย่างบ้าคลั่ง
Anwen ทรุดตัวลงกับพื้น ความเจ็บปวดจากรอยจารึกพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ภาพนิมิตประหลาดแล่นผ่านสมองของเธอ—ภาพของฟันเฟืองยักษ์ที่หมุนวนอยู่ใต้ผืนดิน ภาพของกระแสพลังงานสีฟ้าที่ไหลเวียนเหมือนเลือดในเส้นเลือดของโลก และภาพของเธอเองที่กำลังถูกกลืนกินเข้าไปในวงจรนั้น เธอเห็นความพินาศของ Castellane เห็นถนนหลวงที่กลายเป็นรอยแยก และเห็นเมืองหลวงที่ถูกเถาวัลย์เหล็กพันธนาการไว้จนสิ้นซาก
“Mistress Anwen!” เสียงตะโกนของ Fin ดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน เด็กหนุ่มพยายามคลานเข้ามาหาเธอ ทว่าเถาวัลย์เหล็กเส้นหนึ่งกลับพุ่งผ่านหน้าเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว มันรัดเข้ากับขอบหน้าต่างและดึงมันจนฉีกขาดออกเหมือนกระดาษ
พันโทวาลันหันมาสบตากับ Anwen ในชั่วขณะหนึ่ง สายตาของเขาไม่ได้มีเพียงความดุดัน แต่มีความตระหนกที่ปิดไม่มิด “เราต้องถอย! มันคุมไม่อยู่แล้ว!” เขาตะโกนสั่งทหารให้ถอนกำลัง แต่เซอร์ คาสเซียนกลับไม่ขยับ เขาจ้องมองเถาวัลย์เหล่านั้นราวกับเห็นขุมทรัพย์มหาศาลที่กำลังเปิดเผยตัว
“ถอยทำไมวาลัน? นี่คือโอกาสเดียวที่จะครอบครองมัน!” คาสเซียนคำราม
แต่ Anwen ไม่ฟังเสียงใครอีกต่อไป เธอรู้สึกได้ว่าจังหวะการเต้นของรอยจารึกในตัวเธอกำลังเริ่ม ‘ซิงโครไนซ์’ กับเครื่องจักรเบื้องล่าง มันไม่ได้เจ็บปวดเหมือนก่อน แต่มันกำลังเปลี่ยนเป็นความรู้สึกว่างเปล่าที่น่ากลัว ราวกับว่าตัวตนของเธอกำลังถูกดึงออกไปทีละน้อยเพื่อเติมเต็มช่องว่างของกลไกโบราณ เธอต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่เพื่อปกป้องโรงเตี๊ยม แต่เพื่อหยุดยั้งจังหวะที่กำลังจะทำลายทุกสิ่ง
เถาวัลย์โลหะเส้นใหญ่ที่สุดเริ่มม้วนตัวรอบเสาหลักของโรงเตี๊ยม มันบีบรัดจนไม้โอ๊กเก่าแก่ส่งเสียงลั่นประท้วง ก่อนจะแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ โครงสร้างของโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' ที่เคยเป็นที่พักพิงอันอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นเพียงกรงขังที่กำลังถูกทำลายโดยอำนาจที่มนุษย์ไม่ควรแตะต้อง Anwen พยายามยันตัวขึ้น มองดูความวินาศตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอรู้ดีว่าหากเธอไม่สามารถควบคุมรอยจารึกนี้ได้ ประตูที่เปิดออกนี้จะไม่มีวันปิดลงได้อีกเลย และโลกที่เธอรู้จักจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
--- ท่ามกลางการบุกรุกของเถาวัลย์โลหะที่ทวีความรุนแรงขึ้น Anwen ต้องเผชิญกับความจริงว่ารอยจารึกในร่างของเธอกำลังหลอมรวมเข้ากับจังหวะของเครื่องจักรโบราณ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างทหารและขุนนางทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง