ตอนที่ 119 — เสียงสะท้อนในป่าโลหะ
ความเย็นเยียบของป่าโลหะชีวภาพไม่ได้มาในรูปแบบของลมหนาวที่บาดผิว แต่มันคือความสั่นสะเทือนในระดับโมเลกุลที่ทำให้กระดูกและโลหะในร่างของ Anwen ส่งเสียงครวญครางเบาๆ ราวกับเครื่องดนตรีที่กำลังจะขาดสาย ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นผิวที่ผสมผสานระหว่างดินโคลนและเศษซากวงจรไฟฟ้าส่งเสียง 'แกรก' ที่ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ กลิ่นของโอโซนที่เข้มข้นปะทะกับกลิ่นสาบจางๆ ของเนื้อเยื่อที่กำลังเน่าเปื่อยและเกิดใหม่ในเวลาเดียวกัน
Anwen หอบหายใจหนักหน่วง ลมหายใจของเธอเป็นไอสีเงินจางๆ ที่สลายไปในอากาศอันบิดเบี้ยว ดวงตาข้างที่เป็นเนื้อหนังของเธอกระตุกถี่ด้วยความเหนื่อยล้า ในขณะที่ดวงตาข้างที่เป็นเลนส์แก้วจักรกลพยายามปรับโฟกัสเพื่อประมวลผลสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ต้นไม้รอบกายไม่ใช่ไม้เนื้อแข็ง แต่เป็นเสาโลหะที่ขดตัวคล้ายเถาวัลย์ มีเส้นใยประสาทเรืองแสงสีฟ้าอ่อนไหลเวียนอยู่ใต้เปลือกโลหะที่ขรุขระ ราวกับว่าป่าแห่งนี้คือระบบประสาทขนาดมหึมาที่กำลังตื่นจากการหลับใหล
'หยุดก่อน...' เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอกระด้างและมีเสียงโลหะกระทบกันแทรกอยู่
เบื้องหลังของเธอ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะการเคลื่อนไหวที่สม่ำเสมอเกินกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติกำลังไล่ล่ามาอย่างไม่ลดละ มันไม่ใช่เพียงแค่เสียงวิ่ง แต่มันคือเสียงของระบบไฮดรอลิกที่ทำงานอย่างแม่นยำ และเสียงโลหะกระทบกันของเกราะเหล็กที่ไร้ซึ่งความลังเล หน่วยล่าสังหารจากภาคีระเบียบเหล็กไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่พวกมันมาเพื่อ 'ลบ' สิ่งแปลกปลอมที่ทำลายความบริสุทธิ์ของระเบียบโลก
Anwen กวาดสายตามองไปรอบๆ เธอไม่สามารถวิ่งไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายได้อีกต่อไป พลังงานในตัวเธอ—พลังแห่งความทรงจำที่เธอเพิ่งใช้สร้างสมดุล—กำลังสั่นไหวเหมือนเปลวเทียนกลางพายุ มันให้ความรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นพยายามจะดึงรั้งเธอไว้กับความจริงที่กำลังแตกสลาย เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากเบื้องบน เงายักษ์ที่เคลื่อนคล้อยผ่านท้องฟ้าที่บิดเบี้ยว และแรงสั่นสะเทือนจากใต้ดินที่เต้นเป็นจังหวะคล้ายหัวใจของยักษ์ที่กำลังโกรธเกรี้ยว
'ต้องหาที่กำบัง... หรือไม่ก็ต้องหาทางเชื่อมต่อ' เธอคิดพลางใช้มือที่เป็นโลหะลูบไปตามลำต้นของต้นไม้จักรกล ความรู้สึกที่ส่งผ่านปลายนิ้วไม่ใช่ความเย็นของเหล็ก แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนของข้อมูลที่ไหลเวียนอยู่ข้างใน มันคือความโกลาหลที่ถูกจัดระเบียบไว้ในรูปแบบของรหัสและเส้นใยชีวภาพ
ทันใดนั้น เสียงระเบิดของพลังงานก็ดังขึ้นจากทิศทางที่เธอเพิ่งจากมา แสงสีขาวโพลนสว่างวาบผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งก้านโลหะ Anwen รู้ดีว่านั่นคือการใช้พลังงานของพวกภาคีเพื่อสแกนหาตำแหน่งของเธอ พวกมันกำลังบีบวงล้อมเข้ามา ความมืดของป่าไม่ได้ให้ความปลอดภัย แต่มันกำลังกลายเป็นกับดักที่ขยับเข้าใกล้ตัวเธอทุกขณะ
เธอตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปในพุ่มหนามโลหะที่ขดตัวอยู่หนาแน่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านเมื่อเศษโลหะคมกริบกรีดลงบนผิวหนังเนื้อและรอยต่อของเครื่องจักรในร่าง แต่นั่นกลับช่วยย้ำเตือนว่าเธอยังมี 'เจตจำนง' ที่ไม่ใช่เพียงแค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เธอต้องรักษาความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ไว้ แม้ว่ามันจะถูกห่อหุ้มด้วยเหล็กกล้าก็ตาม
ขณะที่เธอกำลังจะหลุดพ้นจากดงหนาม สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ดูขัดแย้งกับสภาพแวดล้อมอย่างรุนแรง ท่ามกลางป่าที่เต็มไปด้วยโลหะและเส้นใยไฟฟ้า มีซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างบางอย่างที่ดูคล้ายกับโครงสร้างของโรงเตี๊ยมที่เธอเคยรู้จัก แต่มันถูกบิดเบือนด้วยพลังงานมิติจนมีรูปทรงที่ผิดเพี้ยนไป มันดูเหมือนซากของความทรงจำที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง
'นั่นมัน...' หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความหวังที่ปนเปกับความกลัว 'หรือจะเป็นจุดเชื่อมต่อ?'
แต่ก่อนที่เธอจะได้ตัดสินใจก้าวต่อไป เสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากปากของสิ่งมีชีวิต แต่เป็นเสียงของการฉีกขาดของมิติก็ดังขึ้นเหนือหัว เงายักษ์ที่เธอสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเริ่มเคลื่อนตัวลงมาอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เมฆหรือเงา แต่มันคือมวลสารขนาดมหึมาที่กำลังบดขยี้อากาศรอบข้างให้กลายเป็นความว่างเปล่า
Anwen ทรุดตัวลงกับพื้นโลหะที่สั่นสะเทือน แรงกดดันมหาศาลทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะแหลกเป็นผุยผง เธอเห็นเงาของนักรบจักรกลกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นที่ชายป่า พวกมันยืนนิ่งราวกับรูปปั้น แต่ดวงตาที่เป็นแสงสีแดงฉานของพวกมันกำลังจับจ้องมาที่เธออย่างไม่ลดละ
เธออยู่ตรงกลางระหว่างการไล่ล่าที่มองเห็นได้ และภัยพิบัติที่มองไม่เห็น เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมุ่งหน้าไปยังซากปรักหักพังประหลาดนั่น แม้ว่ามันอาจจะเป็นเพียงกับดักของความทรงจำที่กำลังหลอกหลอนเธออยู่ก็ตาม
ในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกขึ้น รอยจารึกบนแขนโลหะของเธอก็เริ่มเรืองแสงสีทองหม่น มันไม่ใช่สีฟ้าของป่า หรือสีแดงของศัตรู แต่มันเป็นสีของ 'ความทรงจำที่บริสุทธิ์' ซึ่งกำลังเตือนว่าสิ่งที่เธอกำลังจะเผชิญไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่มันคือการตัดสินใจที่จะกำหนดว่าโลกใบนี้จะดำเนินต่อไปในรูปแบบใด ระหว่างระเบียบที่ตายตัวหรือความโกลาหลที่เปี่ยมด้วยชีวิต
--- Anwen ต้องหลบหนีการไล่ล่าของหน่วยล่าสังหารภาคีระเบียบเหล็กท่ามกลางป่าโลหะชีวภาพที่บิดเบี้ยว โดยเธอพบซากปรักหักพังประหลาดที่อาจเป็นกุญแจสำคัญ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงายักษ์บนฟากฟ้าที่กำลังเคลื่อนตัวลงมาบดขยี้ทุกสิ่ง