← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 110免費

ตอนที่ 110 — ระบำแห่งความวิบัติและสองขั้วอำนาจ

ความเงียบงันในมิติที่บิดเบี้ยวไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความกดดันที่หนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยภูเขาเหล็กกล้า Anwen รู้สึกถึงมัน... แรงกดดันที่ไม่ได้มาจากมวลสาร แต่มาจากเจตจำนงอันบริสุทธิ์ที่พยายามจะบดขยี้ทุกความไม่แน่นอนให้กลายเป็นระเบียบที่ราบเรียบ รอยจารึกบนผิวหนังครึ่งโลหะของเธอเริ่มส่งเสียงหวีดแหลม มันไม่ใช่เสียงจากโสตประสาท แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านโครงสร้างกระดูกและกลไกที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเนื้อหนัง เธอตกอยู่ท่ามกลางจุดตัดของสงครามที่ไร้รูปธรรม ฝั่งหนึ่งคือระเบียบอันเยือกเย็นจากเบื้องบนที่ต้องการชำระล้างความโกลาหล และอีกฝั่งคือแรงขับอันบ้าคลั่งจากก้นบึ้งมิติที่กำลังตื่นขึ้นมาเพื่อทวงคืนความสับสนวุ่นวาย

เธอลอยคว้างอยู่ในช่องว่างที่ไร้ทิศทาง แสงสีเงินที่เกิดจากการปะทะกันของพลังงานสาดส่องไปทั่วทุกสารทิศเหมือนประกายไฟจากโรงตีเหล็กที่ระเบิดออก ทุกครั้งที่พายุแห่งความทรงจำของเธอซัดสาดออกไป โลกที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่จะเกิดอาการสั่นไหว โครงสร้างกึ่งชีวภาพกึ่งโลหะที่พยายามจะสถาปนาตนเองขึ้นมาเกิดการบิดเบี้ยว เปลี่ยนรูปทรงจากเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบกลายเป็นเส้นสายที่คดเคี้ยวและไร้ระเบียบ เหมือนกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ

“ข้าจะไม่ยอมเป็นเพียงเครื่องมือของใคร...” Anwen กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการที่ตัวตนถูกฉีกกระชากระหว่างสองขั้วอำนาจแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำที่เหลืออยู่—กลิ่นขนมปังอบใหม่ในโรงเตี๊ยมที่เคยสงบสุข เสียงหัวเราะแห้งๆ ของ Granny Nessa และความอบอุ่นของแสงตะเกียงยามค่ำคืน—เพื่อใช้เป็นสมอเรือยึดเหนี่ยวจิตวิญญาณไม่ให้หลอมรวมไปกับความว่างเปล่า

ทันใดนั้น พื้นที่ว่างเปล่ารอบตัวเธอก็เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ มันไม่ใช่รอยร้าวในอากาศ แต่เป็นรอยร้าวในความเป็นจริง แสงสีดำสนิทพุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นบึ้ง ราวกับเงื้อมมือของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่พยายามจะตะกุยขึ้นมาจากหลุมดำ ในขณะเดียวกัน แสงสีขาวบริสุทธิ์ที่เย็นเยียบจนถึงกระดูกก็ถูกกดทับลงมาจากเบื้องบน พลังทั้งสองปะทะกัน ณ จุดที่ Anwen อยู่ แรงกระแทกนั้นรุนแรงเสียจนร่างกายครึ่งโลหะของเธอส่งเสียงกรีดร้องเหมือนเหล็กถูกบีบจนผิดรูป

ในจังหวะที่เธอกำลังจะสูญเสียการรับรู้ ตัวตนลึกลับจากก้นบึ้งมิติก็ได้ปรากฏกายขึ้น มันไม่ได้มาในรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างชัดเจน แต่มันคือกลุ่มก้อนของความโกลาหลที่เคลื่อนไหวได้ มันดูดซับแสงสว่างและแรงกดดันรอบข้างเข้าไปในตัวมันเอง สร้างพายุหมุนแห่งความบิดเบี้ยวที่ดูเหมือนจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า การปะทะกันระหว่าง 'ผู้เก็บเกี่ยว' จากเบื้องบน และ 'ผู้ตื่นจากความมืด' จากเบื้องล่าง ได้เปลี่ยนสมรภูมิแห่งมิติให้กลายเป็นลานสังหารที่ไร้กฎเกณฑ์

Anwen รู้สึกได้ว่าตนเองไม่ใช่แค่ผู้สังเกตการณ์อีกต่อไป รอยจารึกในร่างของเธอเริ่มเรืองแสงสีฟ้าจัดจ้าน มันกำลังทำหน้าที่เป็น 'สายล่อฟ้า' ที่ดึงดูดเอาพลังงานมหาศาลจากทั้งสองทิศทางเข้าสู่จุดเดียว—ซึ่งก็คือตัวเธอ เธอถูกบีบให้ต้องเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความโกลาหลที่งดงามกับระเบียบที่ตายตัว หากเธอปล่อยให้พลังงานไหลผ่านไปเฉยๆ เธอจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แต่หากเธอพยายามต้านทานด้วยแรงเพียงลำพัง เธอจะแตกสลายไปพร้อมกับจักรวาลที่กำลังก่อตัวใหม่

“เลือกซะ Anwen... จะเป็นผู้สร้าง หรือจะเป็นผู้ถูกทำลาย” เสียงกระซิบที่ไม่ได้มาจากหู แต่มาจากก้นบึ้งของจิตใต้สำนึกดังก้องขึ้นในหัวของเธอ มันเป็นเสียงที่คล้ายกับเสียงของตัวตนลึกลับที่เธอเคยพบในความว่างเปล่า

ด้วยสัญชาตญาณของเจ้าของโรงเตี๊ยมที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน Anwen ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เธอจะไม่เลือกข้างใดข้างหนึ่งอย่างสมบูรณ์ แต่เธอจะ 'แทรกแซง' เธอจะใช้ความทรงจำที่ไร้ระเบียบของเธอเป็นตัวประสานระหว่างความเย็นชาของระเบียบและความบ้าคลั่งของก้นบึ้ง เธอเริ่มร่ายรำไปตามจังหวะของพายุ พลังงานจากรอยจารึกระเบิดออกเป็นวงกว้าง สร้างคลื่นกระแทกที่ปัดเป่าทั้งแสงสว่างและเงามืดให้แตกกระจาย

การปะทะกันทวีความรุนแรงขึ้นจนมิติเริ่มปริแตกเป็นเสี่ยงๆ โครงสร้างโลหะกึ่งชีวภาพที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบๆ เริ่มสั่นสะเทือนและเปลี่ยนรูปทรงไปอย่างรวดเร็ว บางส่วนกลายเป็นผลึกแก้วที่งดงามแต่เปราะบาง บางส่วนกลายเป็นก้อนเหล็กที่บิดเบี้ยวและมีชีวิต ราวกับว่าโลกกำลังพยายามจะพูดภาษาใหม่ที่ไม่ใช่ทั้งชีวภาพและไม่ใช่ทั้งเครื่องจักร แต่เป็นสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความจริงและความฝัน

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น Anwen เห็นเงาร่างของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังเคลื่อนที่ผ่านพายุพลังงานมาหาเธอ มันไม่ใช่ทั้งระเบียบและไม่ใช่ทั้งความโกลาหล แต่มันคือบางสิ่งที่ 'อยู่เหนือ' ทั้งสองสิ่งนั้น สิ่งที่กำลังมุ่งหน้ามาหาเธอคือสิ่งที่จะตัดสินว่าโศกนาฏกรรมนี้จะจบลงด้วยการสร้างโลกใหม่ หรือการล่มสลายครั้งสุดท้ายของทุกสรรพสิ่ง

เธอยืนหยัดอยู่ท่ามกลางจุดศูนย์กลางของพายุ ร่างกายครึ่งโลหะของเธอสั่นสะเทือนตามจังหวะการเต้นของจักรวาลที่กำลังเกิดใหม่ สายตาของเธอมองฝ่าความมืดมิดไปข้างหน้า รอคอยการเผชิญหน้าที่กำลังจะมาถึง... การเผชิญหน้าที่อาจเปลี่ยนนิยามของคำว่า 'การมีอยู่' ไปตลอดกาล

--- Anwen กลายเป็นจุดปะทะระหว่างระเบียบจากฟากฟ้าและความโกลาหลจากก้นบึ้งมิติ เธอตัดสินใจใช้พลังความทรงจำแทรกแซงการปะทะเพื่อสร้างสมดุลใหม่ ท่ามกลางการตื่นขึ้นของตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่าที่กำลังมุ่งหน้ามาหาเธอ