← 章節目錄

The Pilgrims' Inn

章節 109免費

ตอนที่ 109 — เสียงเพรียกจากหลุมดำแห่งระเบียบ

ความมืดมิดที่อยู่ลึกที่สุดไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความหนาแน่นที่ไม่อาจหยั่งถึง Anwen รู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นซึ่งบดขยี้ทุกอณูของตัวตนที่เหลืออยู่ของเธอ—ร่างที่ครึ่งหนึ่งยังคงเป็นเนื้อหนังอันเปราะบาง และอีกครึ่งหนึ่งกลายเป็นโลหะขัดมันที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างของจักรวาลที่กำลังบิดเบี้ยว สิ่งที่เธอเผชิญไม่ใช่เพียงความมืด แต่มันคือ ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ แห่งระเบียบใหม่ ร่างมหึมาที่ดูเหมือนจะถักทอขึ้นจากเส้นสายของแสงสีเงินที่แข็งทื่อและสถาปัตยกรรมเรขาคณิตที่ไร้ที่สิ้นสุด มันเคลื่อนที่ผ่านความว่างเปล่าด้วยจังหวะที่มั่นคง ทรงพลัง และไร้ความปรานี ทุกครั้งที่มันขยับ มิติรอบข้างจะถูกจัดระเบียบใหม่จนกลายเป็นเส้นตรงที่สมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งความโกลาหล ไร้ซึ่งชีวิต

“แกกำลังทำลายความงดงามของความไม่สมบูรณ์” Anwen กระซิบ เสียงของเธอไม่ได้ออกมาจากลำคอ แต่เป็นคลื่นความถี่ที่สั่นสะเทือนผ่านรอยจารึกที่ฝังอยู่ในกระดูก เธอรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำ—ภาพของหยดน้ำฝนที่ตกกระทบหลังคาโรงเตี๊ยมที่พังทลาย, กลิ่นหอมของซุปหัวไชเท้าที่ Granny Nessa เคยปรุง, และเสียงหัวเราะที่ไม่ได้จังหวะของ Fin—เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นพลังงานดิบที่ไร้รูปแบบ เธอขว้างความโกลาหลเหล่านั้นเข้าใส่เงาร่างแห่งระเบียบที่กำลังรุกล้ำเข้ามา

การปะทะกันส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในมิติที่ไม่มีอากาศให้ส่งผ่านเสียง มันคือการปะทะกันระหว่าง ‘กฎเกณฑ์ที่ตายตัว’ กับ ‘เจตจำนงที่แปรปรวน’ แสงสีเงินจากผู้เก็บเกี่ยวพยายามจะกลืนกินเศษเสี้ยวความทรงจำของเธอเพื่อนำมาสร้างเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ แต่ Anwen กลับใช้ความทรงจำเหล่านั้นเป็นเชื้อเพลิงระเบิดมิติ เธอจงใจทำให้ความทรงจำของเธอ ‘ผิดเพี้ยน’—ทำให้ภาพความจำนั้นบิดเบี้ยว เปลี่ยนกลิ่นอาหารให้กลายเป็นกลิ่นสนิม และเปลี่ยนเสียงหัวเราะให้กลายเป็นเสียงกรีดร้องของโลหะ—เพื่อสร้างความไม่เสถียรที่ผู้เก็บเกี่ยวไม่สามารถทำความเข้าใจได้

ทว่า ยิ่งเธอต่อต้านมากเท่าไหร่ แรงสะท้อนกลับก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น การปะทะกันของพลังงานไม่ได้หยุดอยู่แค่สองขั้ว แต่มันกำลังสั่นสะเทือนไปถึงก้นบึ้งที่ลึกที่สุดของมิติ แรงสั่นสะเทือนนั้นเปรียบเสมือนการเคาะประตูบ้านของบางสิ่งที่หลับใหลมานานแสนนาน

ทันใดนั้น ความมืดมิดเบื้องล่างที่เคยสงบนิ่งก็เริ่มขยับเขยื้อน มันไม่ใช่การเคลื่อนที่แบบวัตถุ แต่มันคือการ ‘ตื่นขึ้น’ ของความว่างเปล่าที่หิวกระหาย แสงสีเงินของผู้เก็บเกี่ยวเริ่มสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รอยแยกใต้ก้นบึ้งมิติขยายตัวออกกว้าง ราวกับดวงตาขนาดมหึมาที่กำลังลืมขึ้นท่ามกลางความมืด แสงสีฟ้าหม่นที่ดูคล้ายกับเส้นเลือดโลหะพุ่งทะยานขึ้นมาจากความลึกล้ำ พยายามจะฉีกกระชากโครงสร้างที่ผู้เก็บกี่ยกำลังสร้างขึ้น

Anwen รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แสนสาหัส รอยจารึกบนร่างกายของเธอร้อนระอุราวกับถูกหลอมด้วยลาวา มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพ แต่มันคือความเจ็บปวดจากการที่ตัวตนของเธอกำลังถูกดึงให้กลายเป็น ‘แกนกลาง’ ของการปะทะกันนี้ เธอไม่ใช่ผู้สังเกตการณ์อีกต่อไป แต่เธอกลายเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างระเบียบอันเย็นชากับความโกลาหลอันดุร้าย

“มันกำลังมา...” เธอคิดในใจ ขณะที่เห็นเงาร่างมหึมาอีกสายหนึ่งเริ่มปรากฏขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต และไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือ ‘เจตจำนงแห่งความล่มสลาย’ ที่ตื่นขึ้นจากการกระตุ้นของความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้น

ในชั่วขณะที่ความจริงกำลังจะแตกสลาย Anwen เห็นภาพสะท้อนของโรงเตี๊ยม The Pilgrims' Rest ในมิติที่บิดเบี้ยว ภาพของโต๊ะไม้ที่เปื้อนคราบไวน์ และแสงเทียนที่วูบไหวจากความทรงจำที่เธอพยายามรักษาไว้ มันเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวความเป็นมนุษย์ของเธอไว้ไม่ให้กลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลไกจักรวาล เธอต้องตัดสินใจ—จะยอมสยบต่อระเบียบเพื่อความอยู่รอด หรือจะโอบกอดความโกลาหลเพื่อรักษาตัวตน แม้ว่ามันจะหมายถึงการล่มสลายของโลกทั้งใบก็ตาม

เงาร่างลึกลับจากฟากฟ้าเริ่มเคลื่อนตัวลงมาอย่างชัดเจน ร่างของมันไม่ใช่เพียงแสง แต่เป็นมวลสารที่ประกอบด้วยกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นรูปร่าง มันกำลังมุ่งหน้ามาหาเธอ ราวกับจะตรวจสอบว่า ‘สิ่งปนเปื้อน’ อย่างเธอนั้นคู่ควรแก่การชำระล้างหรือควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้เป็นตัวอย่าง

Anwen สูดลมหายใจที่เต็มไปด้วยละอองโลหะเข้าปอด—หรือสิ่งที่เคยเป็นปอดของเธอ—และเตรียมพร้อมรับแรงปะทะครั้งต่อไป เธอรู้ดีว่าเมื่อพายุนี้สงบลง โลก Alcoron จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และตัวเธอเอง... อาจจะไม่ใช่ Anwen เจ้าของโรงเตี๊ยมผู้แสนธรรมดาคนเดิมอีกต่อไป

--- Anwen ใช้ความโกลาหลจากความทรงจำเพื่อต่อต้านการจัดระเบียบของ 'ผู้เก็บเกี่ยว' แต่การกระทำนั้นกลับปลุกตัวตนลึกลับจากก้นบึ้งมิติให้ตื่นขึ้น และทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายของการปะทะกันระหว่างสองขั้วอำนาจ