← 章節目錄

The Glass Library

章節 71免費

ตอนที่ 71 — คมปากกาแห่งแสงและคำพิพากษาที่ยังไม่จารึก

ความเงียบในหอจดหมายเหตุที่ถูกลืมไม่ได้เป็นความเงียบที่สงบ แต่มันคือความเงียบที่กดทับราวกับถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของประวัติศาสตร์ บรอนเวนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากพื้นดิน แต่มาจากอากาศรอบตัวที่กำลังถูกบิดเบือนด้วยอำนาจบางอย่างที่เหนือล้ำกว่าตรรกะใดๆ ที่เธอเคยเรียนรู้จากสำนักอาลักษณ์

เบื้องหน้าของเธอ ผู้นำกลุ่มคนชุดขาวยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเศษซากของความจริงที่กำลังหลุดลอย ร่างนั้นดูขาวสะอาดจนน่ารังเกียจ ท่ามกลางฝุ่นผงและรอยหมึกที่ฟุ้งกระจาย เขาไม่ได้สวมชุดเกราะหรือถือดาบ แต่ในมือกลับถือ 'ปากกาแห่งแสงวิเศษ' มันคือเครื่องมือที่ดูเรียบง่ายทว่าแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถลบตัวตนของมนุษย์ให้หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง ปลายปากกานั้นเรืองแสงสีขาวนวลตา แต่มันเป็นแสงที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มันคือแสงที่เย็นเยียบและว่างเปล่า

“เจ้ากำลังพยายามรักษาเศษเสี้ยวของสิ่งที่ควรจะตายไปแล้ว บรอนเวน” เสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าดังก้องอยู่ในโสตประสาทราวกับเสียงกระซิบจากสรวงสวรรค์ที่กำลังสั่งประหารชีวิต “พงศาวดารสีเลือดที่เจ้าถืออยู่นั้น คือความผิดพลาดของบันทึกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันควรถูกลบออก เพื่อให้โลกใบใหม่ที่สมบูรณ์แบบได้เริ่มต้นขึ้น”

บรอนเวนกระชับพงศาวดารสีเลือดในอ้อมแขนแน่นขึ้น เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากหน้ากระดาษที่ชุ่มไปด้วยอักขระแห่งชีวิต อักขระเหล่านั้นสั่นระริกราวกับหัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความกลัวและขัดขืน “ความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีความเจ็บปวด คือความว่างเปล่าที่หลอกลวง!” เธอตะโกนตอบ แม้เสียงของเธอจะสั่นพร่า “โลกนี้ประกอบขึ้นจากร่องรอยของความผิดพลาด และความผิดพลาดเหล่านั้นคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์!”

ชายชุดเทาที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอขยับกายก้าวออกมาหนึ่งก้าว มือของเขากำด้ามดาบที่ดูเก่าคร่ำคร่า แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความระแวดระวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “บรอนเวน อย่าฟังคำลวงของเขา” เขาเตือน เสียงของเขาทุ้มต่ำและหนักแน่น “เขาไม่ได้ต้องการสร้างโลกใหม่ เขาแค่ต้องการสร้างโลกที่เขาควบคุมได้เพียงผู้เดียว โดยการกำจัด 'ตัวแปร' ทุกอย่างที่เขาไม่ได้เขียนขึ้นเอง”

ทันใดนั้น ผู้นำชุดขาวก็เริ่มขยับปลายปากกา แสงสีขาวพุ่งวาบออกมาจากปลายปากกาเป็นเส้นสายที่คมกริบดุจใบมีด มันไม่ได้จารึกตัวอักษร แต่มันกำลัง 'ขีดฆ่า' พื้นที่ว่างรอบตัวเขา บรอนเวนเห็นเศษซากของหอจดหมายเหตุที่อยู่ใกล้ที่สุดถูกลบเลือนไปต่อหน้าต่อตา ไม่ใช่การพังทลาย แต่เป็นการหายไปอย่างฉับพลัน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ดูเหมือนหลุมดำขนาดเล็กที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง

“ใช้มัน!” ชายชุดเทาคำราม พร้อมกับพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนชุดขาวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

บรอนเวนไม่มีเวลาให้คิดถึงความกลัว เธอสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของเธอ อักขระต้นแบบที่สืบทอดมาในกายกำลังร่ำร้อง มันไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือพลังงานดิบที่พร้อมจะตอบโต้การลบเลือน เธอหลับตาลงชั่วขณะ พยายามดึงเอาความเจ็บปวด ความสุข และความทรงจำที่กระจัดกระจายของเมืองเอลเดอร์เมียร์มาเป็นแรงขับเคลื่อน เธอไม่ได้ต้องการเขียนเรื่องราวใหม่ แต่เธอต้องการ 'ยืนยัน' เรื่องราวเดิม

เธอเริ่มจารึก... ไม่ใช่ด้วยปากกา แต่ด้วยเจตจำนง อักขระสีเลือดพุ่งออกจากพงศาวดารในมือ กระจายตัวออกไปในอากาศดุจฝูงนกที่กำลังแตกตื่น มันปะทะกับแสงสีขาวของปากกาแห่งแสงวิเศษ เกิดเป็นเสียงระเบิดของมิติที่ฟังดูเหมือนเสียงแก้วแตกละเอียดนับพันแผ่น

“อักขระแห่งตัวตน!” ผู้นำชุดขาวอุทานด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเปลี่ยนไป จากความเรียบเฉยกลายเป็นความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก “เจ้ากล้าดีอย่างไรที่นำสิ่งปฏิกูลแห่งอดีตมาต่อต้านความบริสุทธิ์!”

เขาสะบัดปากกาอย่างแรง สร้างคลื่นแสงสีขาวขนาดมหึมาที่พยายามจะกลืนกินอักขระสีเลือดของบรอนเวน บรอนเวนรู้สึกได้ถึงร่างกายของเธอที่เริ่มสั่นคลอน อักขระในตัวเธอกำลังต่อสู้กับอำนาจที่พยายามจะเปลี่ยนเธอให้กลายเป็นเพียงหมึกที่ไร้ชีวิต เธอเห็นภาพนิมิตของหอสมุดแก้วที่กำลังพังทลาย ภาพของเพื่อนร่วมงานที่หายไป และภาพของตัวเองที่กำลังถูกลบเลือน

“ฉันจะไม่ยอมให้มันจบลงที่ความว่างเปล่า!” บรอนเวนกัดฟันกรอด เธอรวบรวมพลังอักขระต้นแบบทั้งหมดที่มีไว้ที่จุดเดียว พลังนั้นร้อนแรงจนเธอรู้สึกเหมือนเส้นเลือดกำลังจะระเบิด เธอใช้มันจารึก 'คำปฏิเสธ' ลงไปในช่องว่างระหว่างความจริงและคำลวง

แสงสีแดงฉานและสีขาวโพลนปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นพายุหมึกและแสงสว่างที่บิดเบี้ยวไปทั่วทั้งมิติหอจดหมายเหตุ บรอนเวนเห็นชายชุดเทาถูกคลื่นพลังซัดจนกระเด็นหายไปในเงามืด และเห็นผู้นำชุดขาวที่กำลังพยายามรักษาความมั่นคงของปากกาไว้ด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยโทสะ

ในเสี้ยววินาทีแห่งความโกลาหลนั้น บรอนเวนสังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการถูกลบเลือน... ปากกาแห่งแสงวิเศษไม่ได้ทำงานด้วยตัวมันเอง แต่มันกำลังสูบเอา 'แก่นแท้' ของแสงวิเศษที่ถูกกักขังอยู่มาเป็นเชื้อเพลิง และแสงวิเศษนั้น... กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ไม่มีเสียง

แรงระเบิดสุดท้ายพัดพาเอาทุกอย่างหายไปจากสายตาของเธอ ความรู้สึกสุดท้ายคือความเย็นเยียบที่เกาะกินหัวใจ ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลงท่ามกลางเสียงกระซิบสุดท้ายของพงศาวดารที่ว่า: 'เมื่อผู้เขียนเผชิญหน้ากับปลายปากกา ความจริงจะเป็นเพียงสิ่งที่เหลืออยู่ของความลวง'

--- บรอนเวนเผชิญหน้ากับผู้นำกลุ่มคนชุดขาวในหอจดหมายเหตุที่ถูกลืม เธอใช้พลังอักขระต้นแบบต่อต้านการลบเลือนด้วยพงศาวดารสีเลือด ทว่าเธอได้ค้นพบความจริงอันโหดร้ายว่าปากกาแห่งแสงวิเศษกำลังสูบกินชีวิตของแสงวิเศษเพื่อสร้างความจริงใหม่