← 章節目錄

The Glass Library

章節 3免費

ตอนที่ 3 — รอยหมึกที่ซ่อนอยู่ในหอสมุดเรือนกระจกแก้ว

เสียงฝีเท้าของเอเลียสดังเป็นจังหวะหนักแน่นบนพื้นหินอ่อนของหอจดหมายเหตุกลาง เขากระชับเสื้อคลุมอาลักษณ์สีน้ำเงินเข้มให้เข้าที่ ขณะที่สายตาจดจ้องไปยังกองม้วนกระดาษหนังแกะที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาว

“จัดระเบียบใหม่ซะ บรอนเวน ถ้าผมต้องมานั่งไล่หาบันทึกปี RY10 ท่ามกลางกองเศษกระดาษพวกนี้อีกครั้ง ผมจะหักคะแนนความแม่นยำของคุณให้เหลือศูนย์” เอเลียสกล่าวโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่กำลังเช็ดคราบหมึกออกจากปลายนิ้ว

บรอนเวนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ถ้าความแม่นยำหมายถึงการจำตำแหน่งของฝุ่นทุกเม็ดบนโต๊ะ ผมว่าคุณคงได้คะแนนเต็มตั้งแต่วันแรกที่เข้าสำนักแล้วล่ะ เอเลียส” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความประชดประชันที่ทำให้เอเลียสต้องถอนหายใจยาวออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

“เราไม่มีเวลามาล้อเล่น” เอเลียสตัดบท เขาเริ่มใช้นิ้วเรียวยาวกรีดเปิดหน้ากระดาษที่เริ่มกรอบบาง “ความไม่สงบใน RY10 ไม่ใช่แค่เรื่องการจลาจลแย่งชิงตำรา แต่มันมีร่องรอยของความผิดปกติทางเวทมนตร์ที่ทางราชสำนักพยายามจะลบออกไปจากบันทึกทางการ และผมจะไม่ยอมให้มันหายไปเฉยๆ”

เอเลียสเริ่มไล่เรียงตามปีพุทธศักราชของเอลเดอร์เมียร์ เขาหยิบผลึกแก้วขนาดเล็กขึ้นมาวางบนโคมไฟอาลักษณ์ แสงสีนวลเริ่มสว่างขึ้นเมื่อเขาขยับมือควบคุมจังหวะการไหลเวียนของพลังงาน แสงนั้นส่องกระทบตัวอักษรที่ถูกคัดลอกด้วยความประณีตระดับสูง เขาไล่จากบันทึกภาษี ไปจนถึงบันทึกการส่งออกตำรา จนกระทั่งมาถึงช่วงรอยต่อของปีที่เกิดความวุ่นวาย

“เซเลสเทน! มาดูนี่หน่อย” เอเลียสตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังวุ่นอยู่กับการปรับจูนผลึกแก้วในมุมห้อง

เซเลสเทนวิ่งเหยาะๆ เข้ามาพร้อมกับถุงใส่ผงแร่ขัดเงา “มีอะไรเหรอเอเลียส? ถ้าเป็นเรื่องการตั้งค่าความเข้มแสงของผลึกชุดใหม่ล่ะก็ ฉันบอกแล้วว่าต้องเพิ่มความถี่ในการสั่นสะเทือนอีกสองเฮิรตซ์ ไม่อย่างนั้นหมึกจะจางลงในสิบปี!” เธอพูดรัวเร็วตามนิสัยปกติ

“ไม่ใช่เรื่องนั้น” เอเลียสชี้ไปที่บันทึกเล่มหนึ่งที่ดูเก่าและมีรอยไหม้ที่ขอบ “ดูคำนี้... ‘แสงอันตราย’ (Dangerous Radiance)”

เซเลสเทนชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ แววตาร่าเริงหายไปชั่วขณะ “แสงอันตราย? ในบันทึกอาลักษณ์เนี่ยนะ? ปกติแสงควรจะเป็นเครื่องมือในการคัดลอก ไม่ใช่สิ่งที่ถูกนิยามว่าอันตราย เว้นแต่ว่ามันจะเป็นแสงที่ไม่มีต้นกำเนิดจากผลึกแก้วที่ได้รับอนุญาต”

“นั่นแหละคือประเด็น” เอเลียสขมวดคิ้ว “บันทึกระบุว่าในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ RY10 มีการตรวจพบคลื่นพลังงานแสงที่ไม่ได้มาจากผลึกมาตรฐานของสำนัก มันรุนแรงพอที่จะทำให้กระดาษไหม้เกรียมและสร้างภาพลวงตาในพื้นที่กว้าง แต่มันกลับไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีชื่อสถานที่ระบุไว้ในบันทึกทางการเลย”

บรอนเวนที่ยืนพิงชั้นหนังสืออยู่เงียบๆ เดินเข้ามาใกล้ “ถ้าไม่มีที่มา แสดงว่ามันถูกตั้งใจปกปิด หรือไม่ก็มันมาจากที่ที่ไม่มีใครกล้าบันทึกไว้”

เอเลียสไม่ตอบคำถามนั้น เขากลับจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์ลักษณะของแสงที่ถูกบรรยายไว้ในบันทึก เขาใช้แว่นขยายส่องดูรายละเอียดของรอยไหม้บนหน้ากระดาษที่ถูกอธิบายไว้ในบันทึกเหตุการณ์ “ลักษณะการกระจายของแสง... การหักเหที่ผิดเพี้ยน... มันดูคล้ายกับ...” เขาหยุดชะงักไป

“คล้ายกับอะไร?” เซเลสเทนถามอย่างกระตือรือร้น “ถ้าเป็นเรื่องความถี่แสง ฉันบอกได้เลยว่า...”

“มันคล้ายกับคุณสมบัติของแสงที่ถูกกักเก็บไว้ในหอสมุดเรือนกระจกแก้ว” เอเลียสพูดเสียงต่ำ “ที่นั่นใช้ผลึกแก้วชนิดพิเศษที่สามารถรวมแสงจากดวงอาทิตย์และขยายความเข้มข้นเพื่อใช้ในการคัดลอกตำราโบราณที่ต้องการความละเอียดสูงที่สุด”

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ บรอนเวนขยับตัวเล็กน้อย สายตาของเธอจ้องมองไปยังหน้าต่างที่มองเห็นยอดหอสมุดเรือนกระจกแก้วตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ แสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังตกกระทบผิวกระจกของมันจนดูเหมือนมันกำลังส่องสว่างด้วยตัวเอง

“เป็นไปไม่ได้” เซเลสเทนแย้ง “หอสมุดเรือนกระจกแก้วเป็นเขตหวงห้ามของราชสำนัก ระบบรักษาความปลอดภัยของผลึกที่นั่นสมบูรณ์แบบที่สุด ถ้ามีแสงที่ผิดปกติเกิดขึ้นจริง อาลักษณ์ประจำหอคงต้องรายงานมานานแล้ว”

“หรือว่าพวกเขาไม่ได้รายงาน?” บรอนเวนตั้งข้อสังเกต “หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นใน RY10 กับแสงที่เรือนกระจกแก้ว... มันคือเรื่องเดียวกัน”

เอเลียสไม่ได้ตอบในทันที เขากลับไปที่บันทึกเล่มเดิม แล้วพลิกไปหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเขาพบข้อความที่ดูเหมือนจะเป็นบันทึกส่วนตัวของอาลักษณ์ผู้ล่วงลับที่เขียนถึงนิมิตประหลาด ‘คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก’ ข้อความนี้ถูกเขียนด้วยน้ำหมึกที่จางจนเกือบมองไม่เห็น แต่มันถูกวางไว้ใกล้กับส่วนที่บรรยายถึงความผิดปกติของแสงใน RY10 อย่างน่าประหลาด

“ความเชื่อมโยงนี้มันมากเกินกว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ” เอเลียสพึมพำ เขาหยิบปากกาขนนกขึ้นมาขีดเขียนแผนผังในสมุดจดส่วนตัว “หากแสงที่ถูกเรียกว่า 'อันตราย' ในอดีต มีคุณสมบัติทางเวทมนตร์เดียวกับแสงที่ใช้ในเรือนกระจกแก้ว... นั่นหมายความว่าความไม่สงบครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากคนข้างนอก แต่มันอาจเริ่มมาจากใจกลางของระบบอาลักษณ์ของเราเอง”

เขาวางปากกาลง เสียงกระทบของมันกับโต๊ะดังสะท้อนในห้องที่เงียบสงัด

“เราต้องตรวจสอบหอสมุดเรือนกระจกแก้ว” เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง “ผมต้องการหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าแสงในบันทึกนี้กับแสงที่เรือนกระจกมีคลื่นความถี่เดียวกัน ถ้ามันเป็นเรื่องจริง... หอสมุดที่ควรจะเป็นที่เก็บรักษาความรู้ที่ปลอดภัยที่สุดในเอลเดอร์เมียร์ อาจจะเป็นแหล่งกำเนิดของหายนะครั้งต่อไปก็ได้”

บรอนเวนจ้องมองแผ่นหลังของเอเลียส “คุณกำลังจะท้าทายราชสำนักนะ เอเลียส”

“ผมไม่ได้ท้าทาย” เอเลียสหันมาสบตาเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “ผมแค่กำลังทำหน้าที่อาลักษณ์... ค้นหาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้แสงสว่าง”

ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารยามจากราชสำนักก็ดังขึ้นที่หน้าประตูหอจดหมายเหตุ พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนทำให้ผลึกแก้วบนโต๊ะสั่นไหว

--- เอเลียสพบความเชื่อมโยงระหว่าง 'แสงอันตราย' ในบันทึกเหตุการณ์ความไม่สงบ RY10 กับคุณสมบัติแสงในหอสมุดเรือนกระจกแก้ว ทำให้เขาเริ่มสงสัยในความปลอดภัยของสถานที่สำคัญแห่งนี้