← 章節目錄

The Glass Library

章節 2免費

ตอนที่ 2 — รอยด่างเรืองแสงใต้แสงผลึก

“มันไม่ใช่แค่รอยเปื้อนหมึกธรรมดา” บรอนเวนพึมพำขณะใช้นิ้วลูบไล้ไปตามผิวสัมผัสที่ขรุขระของเศษกระดาษแผ่นเล็กในมือ

เธอวางเศษกระดาษลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหนาเตอะภายในห้องพักส่วนตัวที่มืดสลัว แสงจากตะเกียงน้ำมันดวงน้อยสั่นไหวไปตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างไม้ บรอนเวนหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงรอยด่างสีรุ้งจางๆ ที่ดูเหมือนคราบน้ำมันบนผิวน้ำ มันไม่มีความหมาย ไม่มีลวดลาย และดูเหมือนจะเป็นเพียงความผิดพลาดจากการผลิตกระดาษในโรงงานของเอลเดอร์เมียร์เท่านั้น

“ถ้าเป็นแค่นี้จริง ฉันคงไม่ได้เสียเวลาขโมยมันออกมาจากหอจดหมายเหตุหรอก” เธอประชดกับตัวเองพลางถอนหายใจ ความตึงเครียดเริ่มก่อตัวขึ้นในอก หากนี่คือความผิดพลาดของอาลักษณ์คนก่อน เธอคงต้องเผชิญกับบทลงโทษฐานทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่หากมันคือสิ่งที่เธอ ‘รู้สึก’ ได้ในตอนที่แสงจากหอจดหมายส่องกระทบ... นั่นหมายความว่ามีบางอย่างที่มากกว่าความผิดพลาดกำลังซ่อนอยู่

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะและหนักแน่น บรอนเวนสะดุ้ง รีบคว้าผ้าคลุมมาปิดทับเศษกระดาษไว้ทันที

“บรอนเวน เปิดประตู” เสียงของเอเลียสดังขึ้นผ่านบานประตู “ฉันได้ยินเสียงขยับโต๊ะจากห้องข้างๆ คุณยังไม่นอนอีกหรือ? พรุ่งนี้เรามีคัดลอกบันทึกภาษีของเขต Castellane ตั้งแต่รุ่งสาง ความไม่เป็นระเบียบของคุณเริ่มจะเป็นปัญหาต่อตารางงานของสำนักแล้วนะ”

บรอนเวนสูดลมหายใจเข้าลึก “ฉันแค่กำลังตรวจสอบความถูกต้องของหมึกคัดลอกน่ะเอเลียส ความเป็นระเบียบในสมองฉันมันสวนทางกับความผิดพลาดของหมึกเสมอ คุณก็รู้”

“เลิกประชดแล้วนอนเสีย” เอเลียสทิ้งท้ายด้วยเสียงถอนหายใจยาวเหยียดที่บ่งบอกถึงความระอา ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะเดินจากไป

เมื่อความเงียบกลับมาปกคลุม บรอนเวนไม่ได้นอนอย่างที่เขาบอก เธอคว้าตะเกียงและห่อเศษกระดาษนั้นไว้ แล้วตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังเรือนกระจกกลางของสำนักอาลักษณ์ สถานที่ซึ่งเป็นแหล่งรวมผลึกแก้วที่ใช้ในการคัดลอกหนังสือ แสงจากผลึกแก้วที่นี่ต่างจากแสงตะเกียงทั่วไป มันคือแสงที่ถูกกลั่นกรองผ่านโครงสร้างผลึกเพื่อใช้ในการ ‘เขียน’ ลวดลายเวทมนตร์ลงบนหน้ากระดาษ

ลมหนาวพัดผ่านโถงทางเดินที่มืดมิดของเอลเดอร์เมียร์ บรอนเวนเดินเลี่ยงสายตาของยามเวรจนมาถึงเรือนกระจก กลิ่นโอโซนและกลิ่นจางๆ ของแร่ธาตุลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เซเลสเทนกำลังยืนอยู่หน้าแท่นวางผลึกขนาดใหญ่ แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกแก้วส่องสว่างจนเห็นละอองฝุ่นที่ลอยคว้างในอากาศ

“อ้าว บรอนเวน! มาทำอะไรดึกๆ ป่านนี้ล่ะ?” เซเลสเทนหันมาทักด้วยความเร็วเท่าเดิม “ฉันกำลังปรับจูนความถี่ของผลึกแก้วชุดใหม่น่ะ แสงมันยังไม่นิ่งพอ ถ้าค่าดัชนีหักเหไม่ตรงกับความเข้มข้นของหมึกแสง มันจะทำให้ตัวอักษรเบลอเหมือนเห็นภาพหลอนเลยล่ะ น่ากลัวมากนะ!”

“ฉันแค่... อยากเห็นแสงที่ชัดกว่านี้หน่อย” บรอนเวนพูดเลี่ยงๆ พลางขยับเข้าไปใกล้แท่นผลึก “แสงจากตะเกียงมันทำให้ฉันตาพร่า ฉันต้องการแสงที่เสถียรเพื่อเช็คความสะอาดของอุปกรณ์”

“โอ้! ถ้าอย่างนั้นมาดูนี่” เซเลสเทนขยับตัวอย่างกระตือรือร้น “ดูสิ แสงจากผลึกแก้วเกรดเอตัวนี้มันให้คลื่นความถี่ที่สม่ำเสมอมาก มันจะทำให้รอยด่างบนกระดาษหายไปถ้ามันเป็นแค่คราบสกปรก แต่ถ้ามันเป็นรอยจารึกเวทมนตร์ แสงนี้จะกระตุ้นมันขึ้นมา!”

บรอนเวนไม่รอช้า เธอวางเศษกระดาษลงบนแท่นวางที่อยู่ใต้รัศมีของผลึกแก้วขนาดใหญ่ เซเลสเทนยังคงร่ายยาวเรื่องความเข้มข้นของพลังงานในผลึกโดยไม่ทันสังเกตเห็นแววตาที่จริงจังของเพื่อนร่วมงาน

ทันทีที่ลำแสงสีฟ้าบริสุทธิ์จากผลึกแก้วสาดส่องลงบนผิวกระดาษ บรอนเวนรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น

รอยด่างสีรุ้งที่เคยดูไร้ค่าภายใต้แสงตะเกียง กลับเริ่มสั่นไหวและเรืองแสงออกมาอย่างรุนแรง มันไม่ได้แค่สะท้อนแสง แต่มันกำลัง ‘ตอบสนอง’ ต่อแสง แสงสีรุ้งเหล่านั้นหมุนวนและรวมตัวกันเข้าด้วยกันเหมือนมีชีวิต เส้นสายที่เคยดูเหมือนรอยเปื้อนเริ่มจัดเรียงตัวเป็นเส้นขอบที่ชัดเจน

“ดูนั่นสิ! กระดาษแผ่นนั้นมันรับแสงได้ดีมากเลยนะ บรอนเวน! ดูเหมือนมันจะมีสารเคลือบพิเศษ...” เซเลสเทนกำลังจะพูดต่อ แต่คำพูดก็หยุดกึกเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนกระดาษ

บรอนเวนจ้องมองภาพที่ปรากฏตรงหน้าด้วยความตกตะลึง รอยด่างเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงลวดลายสุ่มๆ แต่มันคือโครงสร้างของแผนที่ มันคือเส้นทาง ถนน และผังอาคารที่คุ้นตา... มันคือแผนที่เมืองเอลเดอร์เมียร์ทั้งเมือง! แต่ไม่ใช่แผนที่เมืองในปัจจุบัน มันคือแผนที่ที่มีรายละเอียดของห้องลับและเส้นทางใต้ดินที่ไม่มีระบุไว้ในบันทึกทางการของราชสำนัก

และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ตรงจุดศูนย์กลางของแผนที่—ซึ่งควรจะเป็นที่ตั้งของหอจดหมายเหตุกลาง—กลับมีสัญลักษณ์รูปดวงตาที่ถูกล้อมรอบด้วยตัวอักษรโบราณที่พร่าเลือน แต่มันคือตัวอักษรที่เธอเพิ่งเห็นในคำทำนายที่ปรากฏขึ้นเองในหนังสือ

‘...ราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก...’

“นี่มันไม่ใช่แค่กระดาษเสียแล้ว” บรอนเวนพึมพำ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย “มันคือบันทึกที่ถูกซ่อนไว้ด้วยแสง”

“บรอนเวน... นี่มันคืออะไรกัน? แผนที่นี้มาจากไหน? ทำไมมันถึงซ่อนอยู่ในกระดาษธรรมดาได้?” เซเลสเทนถามด้วยเสียงที่เบาลง ความร่าเริงหายไปสิ้น เหลือเพียงความกังวลที่ฉายชัดในดวงตา

บรอนเวนรีบคว้าเศษกระดาษนั้นกลับมาและเก็บเข้าในผ้าคลุมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใครจะมาเห็น “ฉันไม่รู้ เซเลสเทน แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”

เธอมองไปที่ผลึกแก้วที่ยังคงส่องแสงนิ่งสงบอยู่บนแท่น ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวอย่างรุนแรง หากความลับของแผนที่นี้ถูกซ่อนไว้ได้ด้วยแสงของผลึกแก้ว แสดงว่า ‘อาลักษณ์แสง’ อาจไม่ได้มีหน้าที่แค่คัดลอกตำรา แต่อาจเป็นผู้เก็บรักษาความลับที่ถูกซ่อนไว้ในแสงสว่างมานานนับศตวรรษ

“ฉันต้องสืบเรื่องนี้” บรอนเวนกล่าวกับตัวเองในใจ “ฉันต้องรู้ว่าผลึกแก้วพวกนี้มีความเชื่อมโยงอะไรกับหนังสือที่เขียนคำทำนายพวกนั้น และถ้าหากแผนที่นี้คือความจริง... สิ่งที่ราชสำนักกำลังปกปิดอยู่ อาจเป็นสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนเอลเดอร์เมียร์ไปตลอดกาล”

ขณะที่เธอกำลังจะก้าวออกจากเรือนกระจก แสงไฟจากหอคอยราชสำนักที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ ก็สาดส่องลงมา บรอนเวนรู้สึกได้ว่าเงาของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่เธอมองเห็นมาตลอดชีวิต กำลังจะเริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น

--- บรอนเวนนำเศษกระดาษที่มีรอยด่างไปทดลองส่องด้วยแสงจากผลึกแก้วในเรือนกระจก จนพบว่ารอยด่างนั้นแท้จริงคือแผนที่ลับของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้แสงพิเศษ