← 章節目錄

The Glass Library

章節 124免費

ตอนที่ 124 — การจารึกท่ามกลางพายุอักขระ

ความเงียบงันในมิติที่ความจริงกำลังถูกเขียนใหม่นั้นไม่ใช่ความเงียบแบบที่ควรจะเป็น มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงเสียดสีของปลายปากกาที่ขูดลงบนแผ่นกระดาษขนาดมหึมา เสียงนั้นดังสะท้อนก้องมาจากทุกทิศทาง ราวกับว่าท้องฟ้าและผืนดินรอบกายของบรอนเวน เอเลียส และเซเลสเทน กำลังถูกขีดเขียนด้วยแรงมหาศาลที่ไร้ความปรานี

บรอนเวนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากพื้นดิน แต่มาจาก 'ตัวตน' ของเธอเอง รอยสลักอาคมที่ลุกลามเหมือนรากไม้สีเงินยวงนั้นไม่ได้เพียงแค่เคลื่อนที่ผ่านอากาศ แต่มันกำลังแทรกซึมเข้าไปในมิติที่พวกเขายืนอยู่ ทุกย่างก้าวที่พวกเขาสัมผัสลงบนพื้นผิวที่ดูเหมือนหน้ากระดาษที่ยังไม่แห้งสนิท จะทิ้งรอยจารึกที่สั่นไหวไปมา ราวกับว่าความจริงที่พวกเขายืนอยู่นั้นเป็นเพียงร่างชั่วคราวที่รอการแก้ไข

“พวกมันกำลังลบรากฐาน...” เอเลียสพึมพำ เสียงของเขาสั่นพร่าขณะที่เขากระชับเหล็กสลักในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “ไม่ใช่แค่การทำลาย แต่มันคือการทำให้ไม่เคยมีอยู่จริง รากไม้พวกนี้ไม่ได้มุ่งหน้าไปที่หนังสือโบราณเพื่อทำลายมัน แต่มันใช้หนังสือเป็นจุดศูนย์กลางเพื่อดึงเอาประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเอลเดอร์เมียร์กลับไปสู่สภาวะว่างเปล่า”

เบื้องหน้าของพวกเขา กลุ่มอาลักษณ์ไร้เสียงปรากฏกายขึ้นท่ามกลางละอองอักขระที่ลอยล่อง ร่างของพวกเขาไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยสัญลักษณ์โบราณที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีขาวสะอาดตา พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวด้วยกล้ามเนื้อ แต่เคลื่อนไหวตามจังหวะการเขียนที่มองไม่เห็น ทุกครั้งที่หนึ่งในอาลักษณ์ไร้เสียงขยับมือกลางอากาศ รากไม้แห่งอักขระจะพุ่งทะยานลงสู่เบื้องล่าง มุ่งตรงไปยังฐานรากของเมืองที่ซ่อนอยู่ภายใต้มิติซ้อนทับนี้

“หยุดเถอะ!” เซเลสเทนตะโกนออกไป พลังแสงวิเศษในกายของเธอพยายามเปล่งประกายเพื่อสร้างอาณาเขตแห่งความสงบ แต่แสงนั้นกลับถูกรากไม้สีเงินดูดซับไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าความสว่างไสวของเธอเป็นเพียงหมึกชนิดหนึ่งที่กลุ่มอาลักษณ์ต้องการนำไปใช้เขียนโลกใหม่ “พวกคุณกำลังจะทำลายชีวิตของผู้คนนับพัน! เมืองนี้มีเรื่องราว มีความทรงจำ มีชีวิตที่ไม่อาจลบเลือนได้ด้วยการเขียนทับเพียงครั้งเดียว!”

หนึ่งในอาลักษณ์ไร้เสียงหยุดชะงัก ร่างที่ไร้หน้าหันมาทางเซเลสเทน เสียงที่ดังขึ้นไม่ได้มาจากปาก แต่ดังขึ้นในหัวของทุกคน เป็นเสียงที่แห้งผากเหมือนกระดาษเก่าที่ถูกขยี้ “ความวุ่นวายเกิดจากตัวอักษรที่ผิดพลาด... ความขัดแย้งเกิดจากประวัติศาสตร์ที่บิดเบี้ยว... การลบเลือนคือการคืนความบริสุทธิ์ให้แก่ต้นฉบับ... เมื่อหน้ากระดาษว่างเปล่า ความสงบสุขที่แท้จริงจะบังเกิด”

บรอนเวนรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เธอไม่ได้กลัวความตาย แต่เธอกลัวการ 'ไม่เคยมีอยู่' หากเมืองเอลเดอร์เมียร์ถูกลบเลือนไป ความทรงจำเกี่ยวกับแม่ของเธอ การต่อสู้ที่เธอเคยผ่านมา ความผิดพลาดที่เธอเคยทำ และแม้แต่ความรู้สึกที่เธอมีต่อเอเลียสและเซเลสเทน... ทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีแม้แต่รอยหมึกทิ้งไว้

“ถ้าโลกนี้คือต้นฉบับ งั้นฉันก็จะเป็นคนเขียนทับเอง!” บรอนเวนกัดฟันกรอด เธอเรียกพลังจากอักขระต้นแบบในสายเลือดออกมา ความร้อนแรงของมันไหลเวียนจากหัวใจผ่านปลายนิ้ว เธอไม่ได้พยายามจะหยุดรากไม้ด้วยการทำลาย แต่มันคือการ 'แทรกแซง' การเขียน

เธอเริ่มขยับมือกลางอากาศ ทิ้งรอยจารึกด้วยเจตจำนงที่มุ่งมั่น เธอไม่ได้เขียนคำทำนาย แต่เธอเขียน 'ความทรงจำ' เธอพยายามจารึกภาพของตลาดที่คึกคักในเอลเดอร์เมียร์ ภาพเสียงหัวเราะของเด็กๆ และภาพของแสงแดดที่ตกกระทบกระจกของหอสมุด รอยจารึกของเธอเป็นสีทองอร่าม แข่งกับรากไม้สีเงินของเหล่าอาลักษณ์ไร้เสียง

“เอเลียส! เซเลสเทน! ช่วยฉัน!” บรอนเวนตะโกน “เราต้องสร้าง 'ความจริงที่ขัดแย้ง' ขึ้นมา! ถ้าพวกเขาสร้างความว่างเปล่า เราต้องสร้างความหนาแน่นของความทรงจำขึ้นมาสู้!”

เอเลียสเข้าใจในทันที เขาใช้เหล็กสลักเริ่มขีดเขียนวงจรเวทมนตร์ลงบนพื้นมิติที่กำลังสั่นคลอน เขาไม่ได้สลักเพื่อป้องกัน แต่สลักเพื่อสร้าง 'รอยขีดข่วน' บนหน้ากระดาษที่พวกอาลักษณ์กำลังเขียน เขาพยายามทำให้พื้นผิวนี้ขรุขระและไม่สมบูรณ์ เพื่อให้การเขียนของพวกอาลักษณ์ไร้เสียงไม่สามารถลื่นไหลไปได้อย่างที่ต้องการ

ขณะเดียวกัน เซเลสเทนทุ่มเทพลังแสงวิเศษทั้งหมดของเธอ ไม่ใช่เพื่อสร้างความสว่าง แต่เพื่อสร้าง 'สีสัน' เธอปล่อยพลังงานออกไปเป็นคลื่นแสงที่สลับซับซ้อน ราวกับสีน้ำที่ถูกสาดลงบนผืนผ้าใบ พลังของเธอเข้าไปแทรกซึมในรอยสลักสีเงิน เปลี่ยนให้มันกลายเป็นสีสันที่หลากหลายและไม่สม่ำเสมอ

การปะทะกันระหว่าง 'ความว่างเปล่าที่สมบูรณ์แบบ' และ 'ความจริงที่วุ่นวาย' เริ่มรุนแรงขึ้น มิติรอบตัวพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยว รากไม้สีเงินพยายามจะกลืนกินสีสันของเซเลสเทนและรอยขีดข่วนของเอเลียส ในขณะที่พลังของทั้งสามคนก็พยายามจะยึดเหนี่ยวโครงสร้างของเมืองเอลเดอร์เมียร์ไม่ให้สลายไป

ทว่า กลุ่มอาลักษณ์ไร้เสียงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ จากเงามืดเบื้องล่าง ร่างของอาลักษณ์อีกกลุ่มหนึ่งเริ่มผุดขึ้นมา พวกเขามีขนาดใหญ่กว่าและดูมั่นคงกว่า ราวกับเป็น 'บรรณาธิการ' ผู้คุมกฎ ร่างเหล่านั้นเริ่มขยับมือพร้อมกัน เป็นจังหวะที่ทรงพลังจนทำให้มิติสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว

“พวกมันกำลังจะทำการ 'ล้างหน้ากระดาษ' ครั้งใหญ่!” เอเลียสตะโกนเตือน ขณะที่พื้นใต้เท้าของเขาเริ่มจางหายกลายเป็นสีขาวโพลน “บรอนเวน! พลังของเรายังไม่พอที่จะต้านทานการล้างครั้งนี้!”

บรอนเวนมองเห็นความว่างเปล่าสีขาวที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันไม่ใช่ความมืด แต่มันคือความขาวที่ไร้ซึ่งสิ่งใดจะยึดเกาะ เธอรู้สึกว่ามือของเธอกำลังจางหายไป ความทรงจำเกี่ยวกับชื่อของตัวเองเริ่มเลือนลางเหมือนหมึกที่ถูกน้ำสาด

ในวินาทีแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง บรอนเวนสังเกตเห็นบางอย่างที่ฐานของรากไม้สีเงินที่กำลังมุ่งหน้าลงสู่ฐานรากของเมือง รอยสลักเหล่านั้นไม่ได้มุ่งตรงไปที่ดิน แต่มันกำลังมุ่งไปที่ 'แกนกลาง' ของอักขระต้นแบบที่หลับใหลอยู่ใต้เมืองเอลเดอร์เมียร์—แหล่งกำเนิดดั้งเดิมที่แม้แต่เหล่าอาลักษณ์ไร้เสียงก็อาจจะไม่รู้ว่ามันกำลังตื่นขึ้น

“มันไม่ได้จะลบเมือง...” บรอนเวนเบิกตากว้าง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว “มันกำลังจะปลุก 'ผู้บันทึกดั้งเดิม' ให้ตื่นขึ้นมาเขียนทุกอย่างใหม่ทั้งหมด! และถ้ามันตื่นขึ้นมา... เราทุกคนจะเป็นเพียงแค่หมึกที่ถูกทิ้งไว้ในถัง!”

ทันใดนั้น พื้นดินที่เคยเป็นสีขาวโพลนก็ปริแตกออก ไม่ใช่รอยแตกของหิน แต่เป็นรอยแตกของ 'กระดาษ' แสงสีแดงฉานที่ดูเหมือนเลือดไหลซึมออกมาจากรอยแตกนั้น มันคืออักขระสีเลือดที่รุนแรงและดิบเถื่อนกว่าสิ่งที่พวกเขาเคยพบมาทั้งหมด

เสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากลำคอ แต่มาจากความถี่ของอักขระดังสนั่นไปทั่วทั้งมิติ บรอนเวนรู้สึกได้ว่าตัวตนของเธอกำลังถูกกระชากเข้าสู่ใจกลางของรอยแตกนั้น ร่างของเอเลียสและเซเลสเทนถูกแรงดึงดูดมหาศาลเหวี่ยงออกไปจากตัวเธอ

“บรอนเวน!” เสียงของเซเลสเทนดังแว่วมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่โลกทั้งใบจะกลายเป็นสีแดงฉานและเสียงกระดาษที่ถูกฉีกขาดอย่างรุนแรง

บรอนเวนตกลงสู่ความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยอักขระสีเลือด เธอไม่ได้ตกลงบนพื้น แต่เธอกำลัง 'จม' ลงไปในมหาสมุทรแห่งหมึกที่กำลังเดือดพล่าน และที่ก้นบึ้งของมหาสมุทรนั้น เธอเห็นดวงตาขนาดมหึมาที่ไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มองผ่านเธอไป... มองไปยังจุดสิ้นสุดของเรื่องราวที่กำลังจะถูกเขียนขึ้นใหม่

--- บรอนเวนและเพื่อนๆ พยายามใช้พลังในการสร้างความทรงจำและรอยขีดข่วนเพื่อต้านทานการล้างโลกของกลุ่มอาลักษณ์ไร้เสียง แต่กลับพบว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือการปลุกผู้บันทึกดั้งเดิม ท่ามกลางการปะทะที่รุนแรง บรอนเวนถูกดึงเข้าสู่มหาสมุทรแห่งอักขระสีเลือดที่กำลังจะเปลี่ยนทุกสิ่ง