ตอนที่ 26 — เสียงเพรียกจากเงามืดและรอยแยกที่ไม่อาจปิด
กลิ่นไหม้ของอักขระที่ถูกบิดเบือนฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถมหินมรกต มันไม่ใช่กลิ่นไหม้ของไม้หรือฟืน แต่เป็นกลิ่นของ 'ความหมาย' ที่กำลังมอดไหม้ไปในอากาศ อคิราห์หอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายของเขารู้สึกราวกับถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือเลือดเนื้อที่สั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า และอีกส่วนคือกระแสพลังงานสีมรกตที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งดุจกระแสน้ำหลากที่พยายามจะพังทลายเขื่อนกั้น
"อย่าปล่อยให้จิตใจหลุดลอยไปกับความว่างเปล่า!" เสียงตะโกนของชายชุดเทา—ผู้เฝ้าดูรอยจาง—ดังแทรกผ่านเสียงกัมปนาทของการปะทะกันระหว่างเวทมนตร์และศาสตรา อคิราห์พยายามเพ่งมองผ่านม่านหมอกแห่งความเจ็บปวด เขาเห็นเหล่านักรบจากภาคีแห่งอักขระนิรันดร์ในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูขัดกับความโหดเหี้ยมในดวงตา พวกเขากำลังร่ายอักขระ 'ลบเลือน' ลงบนอากาศ ทุกครั้งที่แสงสีขาวนวลพุ่งผ่าน รอยแยกที่กำลังสั่นไหวอยู่กลางห้องโถมหินกลับดูเหมือนจะถูกกดทับ แต่มันไม่ใช่การรักษา มันคือการฝังเข็มพิษลงไปในแผลเพื่อหยุดการไหลของเลือดชั่วคราวเท่านั้น
อคิราห์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากรอยจารึกบนผิวหนังของเขาแผ่ซ่านไปถึงกระดูก มันรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มที่ทำจากน้ำแข็งกำลังทิ่มแทงเข้าไปในเส้นเลือด ทุกครั้งที่เขาขยับตัว อักขระมรกตที่สลักอยู่บนแขนจะเรืองแสงวาบและส่งเสียงกรีดร้องที่ได้ยินเพียงในโสตประสาท เขาเห็นดาบอาคมของภาคีเล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาผู้เฝ้าดูรอยจาง เขาจึงขยับกายโดยสัญชาตญาณ พลังสีมรกตที่ปนเปื้อนด้วยความมืดมิดพุ่งออกจากปลายนิ้ว กลายเป็นโล่ที่บิดเบี้ยวเพื่อรับการโจมตีนั้น
'ตู้ม!'
แรงปะทะทำให้พื้นหินสั่นสะเทือนจนเศษมรกตแตกกระจาย อคิราห์รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านมาถึงขั้วหัวใจ เขาไม่ได้เพียงแค่ป้องกัน แต่เขากำลัง 'ดูดซับ' ความว่างเปล่าที่รั่วไหลออกมาจากรอยแยกเข้าสู่ตัวเขาเองเพื่อไม่ให้มันขยายวงกว้างไปมากกว่านี้ แต่นั่นคือการเดิมพันที่บ้าคลั่ง เขารู้สึกเหมือนกำลังพยายามใช้แก้วน้ำใบเล็กๆ รองรับน้ำตกที่กำลังถล่มลงมา
"เจ้ากำลังทำลายตัวเอง!" ผู้เฝ้าดูรอยจางคำรามพร้อมกับขยับมือร่ายอักขระป้องกันรอบตัวอคิราห์ "ความว่างเปล่าไม่ใช่สิ่งที่จะควบคุมได้ด้วยเจตจำนงเพียงอย่างเดียว มันคือการสูญสิ้นของตัวตน!"
แต่ในวินาทีนั้น อคิราห์ไม่มีทางเลือก เขาเห็นเงาปริศนาที่เฝ้ามองดูความพินาศอยู่ตรงมุมมืดของห้องโถมหิน เงาที่ดูเหมือนจะไม่ได้มาเพื่อช่วย หรือมาเพื่อทำลาย แต่มาเพื่อ 'เฝ้าดู' การล่มสลายของเหตุและผล เงาเข้มนั้นดูคล้ายกับตัวเขาเองในเวอร์ชันที่ไร้ซึ่งความเมตตาและเต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่สมบูรณ์แบบ
รอยแยกกลางห้องเริ่มขยายตัวเป็นวงกว้างขึ้น มันไม่ได้เพียงแค่ฉีกกระชากมิติ แต่มันกำลัง 'กลืนกิน' สีสันและเสียงรอบข้าง ทุกอย่างที่สัมผัสรอยแยกนั้นจะกลายเป็นสีเทาและไร้ซึ่งเสียง ราวกับว่ากฎเกณฑ์ของโลกถูกลบออกไปจากสมุดบันทึกแห่งความจริง ภาคีแห่งอักขระนิรันดร์เริ่มตระหนักถึงความผิดพลาด พวกเขาไม่ได้มาเพื่อรักษาความสงบ แต่การบุกโจมตีของพวกเขาคือการเร่งปฏิกิริยาให้รอยแยกนั้นทำงานได้เต็มที่
"พวกมันต้องการให้โลกนี้กลายเป็นกระดาษเปล่า!" อคิราห์ตะโกนบอกผู้เฝ้าดูรอยจาง เสียงของเขาแหบพร่า "พวกมันไม่ได้ต้องการระเบียบ... พวกมันต้องการความว่างเปล่าที่ไร้ร่องรอย!"
ทันใดนั้น อสุรกายจากรอยแยกก็เริ่มแทรกตัวออกมา มันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน มันเป็นเพียงกลุ่มก้อนของหมึกสีดำที่ขยับเขยื้อนไปมาเหมือนสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกที่ไร้แสง มันไม่ได้โจมตีด้วยอาวุธ แต่โจมตีด้วยการ 'ลบ' ทุกอย่างที่มันสัมผัส นักรบภาคีคนหนึ่งพยายามจะฟันมัน แต่ดาบของเขากลับสลายกลายเป็นฝุ่นผงสีเทาในพริบตา ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกนี้มาก่อน
ความหวาดกลัวที่แท้จริงไม่ใช่ความตาย แต่อคิราห์รู้ดีว่ามันคือการ 'ไม่เคยมีอยู่'
เขารวบรวมสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด พยายามดึงเอาความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด—ความรู้สึกตอนที่เห็นอักขระบนผนังถ้ำเริ่มละลายเป็นครั้งแรก—มาเป็นเชื้อเพลิง เขาไม่ได้ต้องการจะสู้กับความว่างเปล่า แต่เขาต้องการจะ 'จารึก' ความเป็นจริงทับลงไปบนความว่างเปล่านั้น อคิราห์หลับตาลงและเริ่มเขียนอักขระมรกตกลางอากาศด้วยมือที่สั่นเทา
'จงจดจำ... จงมีตัวตน... จงดำรงอยู่...'
แสงสีมรกตเข้มข้นระเบิดออกมาจากร่างของเขา แต่มันกลับถูกความมืดจากรอยแยกห่อหุ้มไว้ทันที การต่อสู้กลายเป็นความโกลาหลที่ไร้ทิศทาง แสงสีขาวจากภาคี สีเขียวจากอคิราห์ และสีดำจากความว่างเปล่า ผสมปนเปกันจนกลายเป็นพายุแห่งความสับสน ในจังหวะที่อคิราห์กำลังจะหมดสติไปอีกครั้ง เขาเห็นชายชุดเทาพุ่งเข้าหาเขา พร้อมกับคำพูดสุดท้ายที่ฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ
"ถ้าเจ้าจะหยุดมัน เจ้าต้องไม่เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย... แต่เจ้าต้องเป็นผู้บันทึก!"
ก่อนที่สติจะดับวูบไป อคิราห์เห็นเงาปริศนาผู้นั้นขยับเข้ามาใกล้รอยแยก และยื่นมือที่ดูเหมือนจะทำจากหมึกสีดำสนิทเข้าไปในใจกลางของความว่างเปล่า ราวกับกำลังหยิบจับบางสิ่งที่มีค่าที่สุดในจักรวาลออกมา
--- อคิราห์พยายามใช้พลังอักขระมรกตเพื่อยับยั้งรอยแยกที่กำลังขยายตัวจากการบุกโจมตีของภาคีแห่งอักขระนิรันดร์ แต่เขากลับพบว่าความว่างเปล่ากำลังกลืนกินความเป็นจริงไปพร้อมกับความทรงจำ ทิ้งท้ายด้วยภาพปริศนาของเงาลึกลับที่แทรกแซงรอยแยกจากภายใน