← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 24免費

ตอนที่ 24 — การล่มสลายของภาพลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์

“ไมโล! ถอยออกมาจากแท่นจารึกเดี๋ยวนี้!” เสียงตะโกนของเซราฟิน่าดังทะลุผ่านเสียงหวีดหวิวของลมหมอกที่พัดผ่านลานกว้างของวิหารสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ เธอพุ่งตัวผ่านกลุ่มทหารหน่วยรักษาอักขระที่กำลังชักดาบสั้นซึ่งสลักลายเส้นสีครามเข้มออกมา

ไมโลไม่ได้ถอย เขาไม่ได้ทำตามคำสั่งนั้นด้วยซ้ำ มือของเขายังคงสั่นเทาขณะที่พยายามควบคุมเส้นสายสีเงินที่กำลังเลื้อยผ่านข้อมือขึ้นมาถึงต้นแขน มันไม่ใช่หมึกเวทมนตร์สีดำสนิทเหมือนที่คนทั่วไปใช้ แต่มันคืออักขระเรืองแสงที่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิต มันกำลังกัดกินผิวหนังของเขา แต่มันก็มอบพลังที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนมาให้ด้วย

“มันกำลังลามไปมากกว่าเดิมแล้ว!” ไมโลร้องบอกขณะที่เขากระชับถุงใส่ผงแร่หมึกในมือแน่น “ถ้าเราไม่แสดงให้พวกเขาเห็นตอนนี้ ทุกอย่างที่อาวุโสคัลลันทำ... ทุกอย่างที่พวกเราสูญเสียไป มันจะกลายเป็นแค่เรื่องเล่าที่ถูกลบเลือน!”

“เจ้าเด็กโง่! ถ้าเจ้าคุมมันไม่ได้ เจ้าจะกลายเป็นแค่รอยเปื้อนที่ไร้ค่า!” เซราฟิน่าสบถขณะใช้โล่ที่สลักอักขระป้องกันแรงกระแทกจากเวทมนตร์สายฟ้าของหน่วยรักษาอักขระที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขา

เบื้องหน้าของพวกเขาคืออาคารทรงโดมขนาดมหึมาที่สลักอักขระป้องกันไว้หนาแน่นที่สุดในที่ราบสูงคีรีคราม ภายในนั้นคือที่ประชุมของสภาจารึกที่กำลังถกเถียงกันเรื่องการกวาดล้างผู้ติดเชื้อโรคหมึกละลายครั้งใหญ่ ไมโลรู้ดีว่าเวลาของเขาเหลือน้อยเต็มที อักขระบนแขนเริ่มร้อนผ่าวเหมือนถูกไฟลวก และความทรงจำเกี่ยวกับชื่อแม่ของเขาเริ่มสั่นคลอนเหมือนภาพสะท้อนในน้ำที่ถูกก้อนหินขว้างใส่

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงกัมปนาทดังมาจากยอดบันได ผู้นำหน่วยรักษาอักขระก้าวออกมา ร่างกายของเขาถูกปกคลุมด้วยอักขระจารึกหนาเตอะจนดูเหมือนเกราะเหล็กที่เคลื่อนที่ได้ “พวกกบฏที่ถือครองเชื้อร้าย... จงมอบตัวและยอมรับการเผาทำลายเพื่อความบริสุทธิ์ของคีรีครามเสีย!”

“ความบริสุทธิ์หรือความตายกันแน่!” อคิราห์ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืดข้างเสาหิน เขาไม่ได้พุ่งเข้าปะทะตรงๆ แต่ใช้ความนิ่งสงบสะกดจังหวะการเคลื่อนที่ของทหารรอบข้าง “ไมโล ทำเลย! อย่าปล่อยให้พวกเขาใช้ความกลัวขังเราไว้ในกรงอักขระอีกต่อไป!”

ผู้นำหน่วยรักษาอักขระไม่รอช้า เขาชูคทาที่ปลายสลักอักขระรูปวงกลมซ้อนกันหลายชั้น พลังงานสีครามเข้มระเบิดออกมาเป็นคลื่นกระแทกที่พยายามจะบดขยี้ร่างของกลุ่มต่อต้าน เซราฟิน่าต้องทิ้งตัวลงคุกเข่าเพื่อต้านแรงกดดันนั้น ขณะที่อคิราห์พยายามใช้ความเร็วเคลื่อนที่ไปขัดขวางวิถีเวทมนตร์

ไมโลสูดลมหายใจเข้าลึก ความเจ็บปวดจากอักขระที่ขยายตัวลามไปถึงลำคอทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจ แต่ในความเจ็บปวดนั้น เขากลับเห็นโครงสร้างของเส้นสายที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ตำราเล่มไหนจะจารึกไว้ มันคือ 'อักขระไร้รูป' ที่อาวุโสคัลลันทิ้งไว้ในตัวเขา—อักขระที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดสิ้นสุด

“มันไม่ใช่แค่หมึก...” ไมโลพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเงินวาว “แต่มันคือความจริงที่พวกคุณพยายามจะลบ!”

เขาทิ้งถุงผงแร่หมึกลงบนพื้น แล้วใช้มือที่สั่นเทาขีดเขียนกลางอากาศด้วยอักขระที่เรืองแสงอย่างรุนแรง พลังงานที่ไม่ได้มาจากความแม่นยำของเส้นสายที่ตายตัว แต่มาจากความโกลาหลที่ควบคุมได้ พลุ่งพล่านออกจากปลายนิ้วของเขา

ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป

ภาพลวงตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ที่ราบสูงคีรีครามเคยเห็นถูกฉายขึ้นบนท้องฟ้าและม่านหมอกรอบวิหาร มันไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่มันคือความทรงจำที่ถูกขโมยไป สภาจารึกไม่ได้เห็นแค่แสงสว่าง แต่พวกเขาเห็นภาพของชาวเมืองที่ถูกจับไปเผาเพียงเพราะรอยเปื้อนเล็กๆ บนผิวหนัง เห็นภาพของพ่อที่ลืมหน้าลูกสาวเพราะอักขระในสมองถูกสภาจดบันทึกและทำลายทิ้งเพื่อยึดครองแร่หมึก และเห็นความจริงที่ว่าสภาจารึกกำลังกักตุนแร่หมึกเวทมนตร์เพื่อสร้างอำนาจเหนือความทรงจำของมนุษย์

ภาพเหล่านั้นคมชัดและเจ็บปวด ราวกับว่าทุกคนในที่นั้นกำลังเผชิญกับความสูญเสียด้วยตัวเอง

“หยุดนะ! ห้ามมอง!” ผู้นำหน่วยรักษาอักขระตะโกนด้วยความตระหนก เขาพยายามพุ่งเข้าหาไมโลเพื่อทำลายวงจรเวทมนตร์ แต่พลังของอักขระไร้รูปนั้นรุนแรงเกินไป มันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย แต่มันทำลายความเชื่อมั่นที่ค้ำจุนอำนาจของเขา

ประชาชนที่ยืนมุงดูอยู่รอบลานกว้างเริ่มส่งเสียงฮือฮา จากเสียงซุบซิบกลายเป็นเสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้น ชาวเมืองที่เคยหวาดกลัวโรคหมึกละลาย บัดนี้กลับเห็นว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าคือความอำมหิตของคนที่พวกเขาเรียกว่าผู้พิทักษ์

“พวกเราไม่ใช่เศษขยะ!” หญิงชราคนหนึ่งที่แขนเต็มไปด้วยรอยเปื้อนตะโกนขึ้นพร้อมกับชูไม้เท้า “ความทรงจำของเราไม่ใช่ของพวกคุณ!”

“ลุกฮือ!” เสียงตะโกนของคนนับร้อยดังประสานกัน ราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดเข้าหาฐานรากของวิหารสภาจารึก

ไมโลทรุดตัวลงกับพื้น ลมหายใจหอบถี่ อักขระเรืองแสงบนตัวเขายังคงเต้นตุบๆ เหมือนชีพจร แต่มันเริ่มสงบลงเมื่อภาพลวงตาทำหน้าที่ของมันเสร็จสิ้น เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ยังคงมีร่องรอยของแสงสีเงินหลงเหลืออยู่ ท่ามกลางความวุ่นวายและการปะทะกันระหว่างทหารกับประชาชนที่เริ่มบุกเข้ามาที่ประตูวิหาร

เขามองเห็นแววตาของเซราฟิน่าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง และแววตาของอคิราห์ที่ดูเหมือนจะค้นพบคำตอบบางอย่าง

ในขณะที่หมอกรอบวิหารเริ่มถูกย้อมด้วยสีของความขัดแย้ง ไมโลสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่ลึกไปกว่าแผ่นดิน มันคือแรงขับเคลื่อนของยุคสมัยที่กำลังจะเปลี่ยนไป เหมือนที่คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินเคยกล่าวไว้ถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ... และตอนนี้เขารู้แล้วว่ากงล้อแห่งการเปลี่ยนแปลงได้เริ่มหมุนแล้วอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้

เสียงประตูวิหารขนาดใหญ่ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากด้านนอก ดังสนั่นพร้อมกับเสียงโลหะกระทบกัน และแสงสว่างจากคบไฟที่พุ่งผ่านช่องว่างของประตูเข้ามา

--- ไมโลใช้พลังจากอักขระเรืองแสงชนิดใหม่สร้างภาพลวงตาขนาดใหญ่เพื่อฉายความชั่วร้ายของสภาจารึกให้ประชาชนเห็น จนนำไปสู่การลุกฮือของชาวเมืองเพื่อต่อต้านอำนาจเดิม