← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 103免費

ตอนที่ 103 — การก่อร่างด้วยมือเปล่าท่ามกลางหมอกขาว

หมอกสีเงินหนาทึบในที่ราบสูงคีรีครามไม่ได้ให้ความรู้สึกเย็นสบาย แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกโอบกอดด้วยปุยฝ้ายที่ชื้นแฉะและหนักอึ้ง ไมโลพยายามก้าวผ่านเนินหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำสีคราม ทุกย่างก้าวทำให้เขาหอบหายใจจนเกิดเป็นไอสีขาวจางๆ เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเดินเล่น แต่เขากำลังตามหา 'ความหมาย' ที่เซราฟิน่าเคยทิ้งไว้ในคำพูดก่อนที่เธอจะหายไปในกระแสเวลาที่บิดเบี้ยว

"คุณจะเดินต่อไปแบบนั้นจริงๆ หรือ?" เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่ใช่เสียงที่ดังมาจากหู แต่มันดังมาจากความสั่นสะเทือนของพื้นหินใต้ฝ่าเท้า

ไมโลชะงักเท้า เขามองไปรอบตัว เห็นเพียงความว่างเปล่าที่มีแต่หมอกและแสงสลัวจากแร่หมึกเวทมนตร์ที่ฝังตัวอยู่ในหน้าผา "ใครน่ะ?" เขาตะโกนถาม เสียงของเขาจมหายไปในความเงียบทันทีที่หลุดจากปาก

"คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครถาม แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณพร้อมจะมองเห็นมันไหม"

ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา แต่มันไม่ใช่คน มันไม่ใช่แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่จับต้องได้ มันคือกลุ่มก้อนของอักขระจารึกที่หมุนวนเป็นพายุขนาดเล็ก แสงสีเงินสว่างวาบสลับกับความมืดมิด อักขระเหล่านั้นไม่ได้เรียงตัวเป็นระเบียบเหมือนในตำราที่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ใช้สอน แต่มันไหลลื่น พลิ้วไหว เหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง

"คุณคือผู้สร้างสันติภาพงั้นเหรอ?" ไมโลถามด้วยความสับสน มือของเขาขยับไปกุมไม้เท้าไม้เนื้อแข็งไว้แน่น "อคิราห์บอกว่าสันติภาพคือความสงบ แต่นี่มันดูเหมือนพายุมากกว่า"

"สันติภาพที่คุณรู้จักคือความนิ่งงันของหินที่ไร้ชีวิต" ร่างไร้รูปร่างนั้นขยับเข้ามาใกล้ แสงจากอักขระสะท้อนเข้าดวงตาของเด็กหนุ่มจนเขาต้องหรี่ตาลง "ความสงบที่ปราศจากการเคลื่อนไหวคือความตาย และความตายไม่ใช่สันติภาพที่แท้จริง"

ไมโลพยายามก้าวเข้าหาแสงนั้น เขาต้องการสัมผัสมัน เขาต้องการรู้ว่าความสงบที่แท้จริงคืออะไร แต่เมื่อเขาเอื้อมมือออกไป มือของเขากลับทะลุผ่านความว่างเปล่า ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีพื้นผิว ไม่มีอะไรเลย นอกจากความเหน็บหนาวของอากาศ

"ทำไมผมถึงจับมันไม่ได้?" ไมโลเริ่มรู้สึกถึงความหิวโหยในหัวใจ เขาพยายามไล่ตามกลุ่มแสงที่หมุนวนนั้น แต่มันกลับขยายตัวออกและเลือนหายไปในหมอกทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ "ถ้าผมจับไม่ได้ แล้วผมจะสร้างมันได้อย่างไร?"

"เจ้ากำลังมองหาวัตถุ" ร่างไร้รูปร่างกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูก "เจ้ากำลังมองหาคำตอบที่เป็นรูปธรรมในโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยลายเส้น แต่สันติภาพไม่ใช่ 'สิ่งของ' ที่เก็บไว้ในกล่องได้ มันไม่ใช่ผลลัพธ์ที่วางอยู่บนแท่นบูชา"

"แล้วมันคืออะไร?" ไมโลตะโกนอย่างเหลืออด ความอัดอั้นจากการวิ่งตามหาความจริงมาตลอดหลายเดือนระเบิดออกมา "ถ้าไม่ใช่สิ่งของ แล้วมันคืออะไร!"

"มันคือการกระทำ" ร่างไร้รูปร่างนั้นเริ่มจางลง แสงสีเงินเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองจางๆ เหมือนแสงอาทิตย์ที่กำลังจะพ้นขอบฟ้า "จงดู..."

ภาพตรงหน้าไมโลเปลี่ยนไป เขาไม่ได้เห็นความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เขาเห็นภาพจำลองของโลกที่กำลังแตกสลาย เขาเห็นอักขระบนผิวหนังของผู้คนที่ติดเชื้อโรคหมึกละลายกำลังหลุดลอกออกมาเป็นรอยเปื้อนดำมืด เขาเห็นอาวุโสคัลลันกำลังยกคทาขึ้นเพื่อเผาทำลายหมู่บ้านเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของอักขระ เขาเห็นความขัดแย้งที่ไม่มีจุดจบ

ไมโลเห็นตัวเอง... เขาเห็นตัวเองกำลังพยายามจะใช้หมึกเขียนอักขระเพื่อซ่อมแซมความทรงจำที่หายไป แต่มันไม่ได้ผล ลายเส้นที่เขาพยายามเขียนนั้นแข็งทื่อและไร้ชีวิตชีวา

"มันไม่ได้อยู่ที่ปลายปากกา" เสียงนั้นแผ่วเบาลงเรื่อยๆ "แต่มันอยู่ที่จังหวะการวางมือ และความตั้งใจที่จะประคองลายเส้นให้ไหลลื่นไปตามความจริง ไม่ใช่การบังคับให้มันเป็นไปตามกฎ"

ไมโลหลับตาลง เขาเลิกพยายามที่จะ 'คว้า' เขาเริ่มเปลี่ยนมาเป็น 'สัมผัส' เขาปล่อยให้ความกังวลในใจสงบลง และเริ่มรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของโลก เขาเริ่มเข้าใจว่าการที่เซราฟิน่าควบคุมกาลเวลาได้ ไม่ใช่เพราะเธอหยุดเวลาได้ แต่เพราะเธอเต้นรำไปกับมัน

เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความเงียบไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป เขายกมือขึ้นขึ้นมาดู มันว่างเปล่า แต่เขารู้สึกถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ ปลายนิ้ว เขาไม่ได้ต้องการจะหยุดพายุ แต่เขาต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งของกระแสลมที่นำพาพายุไปสู่ทิศทางใหม่

"ฉันเข้าใจแล้ว" ไมโลพึมพำ "สันติภาพไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่ต้องไปให้ถึง แต่มันคือวิธีที่เราเดินไปในแต่ละก้าวต่างหาก"

ทันใดนั้น แสงสีเงินที่เคยวนเวียนก็รวมตัวกันเป็นจุดเล็กๆ หนึ่งจุดก่อนจะระเบิดออกเป็นละอองดาวที่กระจายไปทั่วบริเวณ มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันแทรกซึมลงไปในดิน ในหิน และในอากาศรอบตัวเขา ไมโลยื่นมือออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้พยายามจะคว้า แต่เขาเพียงแค่เปิดรับ และเขาสัมผัสได้ถึงความอุ่นวาบที่ปลายนิ้ว

เขามองเห็นความงามในความไม่สมบูรณ์ของรอยเปื้อนหมึกที่กำลังเปลี่ยนรูปร่างไป เขาเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยบรรทัดฐานของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์

เขาก้มลงมองที่ฝ่ามือของตนเอง อักขระสีเงินเล็กๆ เส้นหนึ่งปรากฏขึ้น มันไม่ใช่เส้นที่ตรงเป๊ะแบบในตำรา แต่มันเป็นเส้นที่โค้งมนและมีความต่อเนื่องอย่างประหลาด มันขยับตามจังหวะการเต้นของหัวใจเขา

เขาไม่ได้พบผู้สร้างในฐานะบุคคล แต่เขาพบ 'การสร้าง' ภายในตนเอง

เสียงของร่างไร้รูปร่างดังก้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหายไปสู่ความมืดมิดของหมอก "จงจำไว้... การสร้างสันติภาพคือการกระทำที่ต้องทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ในทุกวินาทีที่เจ้ายังมีลมหายใจ"

ไมโลลุกขึ้นยืน เขารู้สึกถึงน้ำหนักของเป้าหมายที่เปลี่ยนไป เขาไม่ได้เดินเพื่อตามหาความสงบอีกต่อไป แต่เขาเดินเพื่อจะ 'รักษามันไว้' ผ่านการกระทำของเขาเอง

ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อ แสงจากดวงดาวสีเงินบนท้องฟ้าเบื้องบนก็สว่างวาบขึ้นชั่วขณะ ราวกับกำลังตอบรับคำสัญญาของเขา... คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่เคยกล่าวถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ กำลังเริ่มฉายแสงที่ชัดเจนขึ้นในหัวใจของเด็กหนุ่มผู้นี้

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่ความสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลแบบเมื่อครู่ แต่เป็นแรงสั่นที่เกิดจากการล่มสลายของโครงสร้างหินเบื้องล่าง เสียงหินถล่มดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของหุบเขาหมึกดำ

--- ไมโลพบกับจิตวิญญาณไร้รูปร่างท่ามกลางหมอก ซึ่งสอนให้เขาเข้าใจว่าสันติภาพไม่ใช่สภาวะที่หยุดนิ่ง แต่คือการกระทำที่ต่อเนื่องและลื่นไหลตามความจริงของโลก เขาเริ่มค้นพบพลังในการสร้างอักขระรูปแบบใหม่ด้วยตนเองก่อนที่จะเกิดเหตุแผ่นดินถล่มอย่างรุนแรง