← 章節目錄

The Emerald Ink

章節 102免費

ตอนที่ 102 — รอยแยกของกาลเวลาในหยดหมึก

กลิ่นคาวของหมึกเวทมนตร์ที่กำลังระเหยกลายเป็นไอระเหยสีม่วงจางๆ ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศของหอคอยจารึก เซราฟิน่าขบกรามแน่นจนรู้สึกถึงความเจ็บที่กรามล่าง มือของเธอกำด้ามมีดสลักอักขระไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ‘มันเริ่มอีกแล้ว’ เธอคิดในใจขณะที่ความรู้สึกประหลาดพุ่งพล่านขึ้นมาจากปลายนิ้ว ความรู้สึกเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงผ่านชั้นผิวหนัง ไม่ใช่เข็มที่ทำจากโลหะ แต่เป็นเข็มที่ทำจากเส้นด้ายแห่งความทรงจำที่กำลังดึงรั้งเธอไปคนละทิศทาง

“เซราฟิน่า! ตั้งสติหน่อย! อย่าปล่อยให้อักขระบนข้อมือของเธอจางลง!” เสียงตะโกนของไมโลดังขึ้นข้างหู แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงที่ลอยมาจากก้นบ่อลึกที่เต็มไปด้วยน้ำ เซราฟิน่าพยายามจะหันไปมองเด็กหนุ่ม แต่ภาพที่เธอเห็นกลับไม่ใช่ไมโลในชุดเครื่องแบบผู้ช่วยจารึกธรรมดา แต่เป็นไมโลที่กำลังร้องไห้จนตัวโยนในชุดผ้าป่านเก่าขาด และในวินาทีถัดมา เขากลับกลายเป็นชายชราที่นั่งนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของที่ราบสูงคีรีคราม

“หยุดส่งเสียงดังสักที ไมโล!” เซราฟิน่าคำรามออกไป แต่เสียงของเธอกลับสะท้อนกลับมาเป็นเสียงของตัวเองในวัยเด็กที่กำลังร้องไห้โยเย ความสับสนถาโถมเข้าใส่จนเธอต้องทรุดเข่าลงกับพื้นหินที่เย็นเยียบ อักขระที่สลักอยู่บนหลังมือของเธอ—อักขระแห่งการคงอยู่—กำลังสั่นสะท้าน มันไม่ได้สลักลงบนผิวหนังอีกต่อไป แต่มันกำลังเต้นเร้าไปตามจังหวะของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

“เจ้ากำลังเผชิญกับสิ่งที่สภาจารึกไม่เคยเตรียมรับมือ” เสียงเรียบเย็นของอาวุโสคัลลันดังขึ้นจากเงามืดข้างเสาหิน เซราฟิน่าพยายามยันตัวขึ้น สายตาของเธอพร่ามัว ภาพตรงหน้าซ้อนทับกันระหว่างคัลลันที่กำลังยืนถือคทาอย่างสง่างาม กับคัลลันที่ร่างกายกำลังค่อยๆ สลายกลายเป็นผงหมึกดำ

“ท่าน... ท่านเห็นมันใช่ไหม?” เซราฟิน่าเค้นเสียงถาม พยายามประคองสติไม่ให้จมลงไปในกระแสธารที่มองไม่เห็น “กาลเวลา... มันไม่ได้ไหลเป็นเส้นตรง แต่มันกำลังม้วนตัวเหมือนหมึกที่หกเลอะบนกระดาษ!”

คัลลันก้าวออกมาจากเงามืด แสงสลัวจากตะเกียงเวทมนตร์ทำให้ใบหน้าของเขาดูแข็งกร้าวราวกับรูปสลัก “อคิราห์ได้เปลี่ยนกฎเกณฑ์ไปแล้ว ระบบอักขระแบบเดิมที่พวกเรายึดถือมานับพันปีมันกำลังถูกกัดเซาะด้วยความจริงชุดใหม่ สิ่งที่เจ้าเห็นไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือความจริงที่ซ้อนทับกันอยู่ หากเจ้าไม่ควบคุมมัน เจ้าจะกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ถูกลบเลือนไปพร้อมกับโรคหมึกละลาย”

เซราฟิน่ารู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านจากจุดศูนย์กลางของหน้าอก เธอเห็นภาพเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามา—ภาพของอคิราห์ที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุหมึกสีเงิน แสงสว่างจากกุญแจวิเศษกำลังฉีกกระชากม่านหมอกของคีรีครามออกเป็นชิ้นๆ เธอเห็นความหวังและความพินาศเกิดขึ้นพร้อมกันในชั่วพริบตาเดียว ความเจ็บปวดจากการที่ต้องรับรู้ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เป็นอยู่ และสิ่งที่ยังไม่มาถึง ทำให้เธอกรีดร้องออกมาโดยไม่มีเสียง

“ข้าต้องทำอย่างไร!” เธอถาม พลางพยายามคว้าอากาศที่ดูเหมือนจะจับต้องได้เป็นเส้นสาย

“เจ้าต้องเลิกพยายามที่จะ 'หยุด' มัน” คัลลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความปรานีแต่แฝงด้วยคำแนะนำ “เจ้าพยายามจะยึดเหนี่ยวปัจจุบันไว้เหมือนคนพยายามกักเก็บน้ำในอุ้งมือที่รั่ว แต่เจ้าต้องทำตัวให้เหมือนกับหมึกที่ซึมลงไปในเนื้อหิน จงเป็นส่วนหนึ่งของมัน จงคงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ต่อต้านมัน”

เซราฟิน่าหลับตาลง เธอหยุดที่จะดิ้นรนต่อต้านแรงเหวี่ยงของกาลเวลาที่กำลังฉุดกระชากเธอไป เธอเปลี่ยนจากการพยายาม 'ต้าน' เป็นการ 'ไหล' ตาม เธอปล่อยให้อักขระบนผิวหนังขยายตัวออกไป ไม่ใช่ในแง่ของขนาด แต่ในแง่ของความลึกซึ้ง เธอเริ่มจินตนาการถึงเส้นสายของเวลาที่ไหลผ่านตัวเธอไปเหมือนกระแสน้ำในลำธาร เธอไม่ได้พยายามจะจับมันไว้ แต่เธอเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำนั้น

ทันใดนั้น โลกที่เคยหมุนคว้างก็สงบลงอย่างประหลาด ความพร่ามัวหายไป แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความชัดเจนที่น่าสะพรึงกลัว เธอเห็นไมโลที่กำลังยืนมองเธอด้วยความกังวล เห็นคัลลันที่กำลังพิจารณารอยแยกของเวลาด้วยสายตาคมกริบ และเธอยังคงเห็นภาพซ้อนของเหตุการณ์ในอดีตและอนาคต แต่มันไม่ได้รบกวนสติของเธออีกต่อไป มันเป็นเพียงฉากหลังที่เธอสามารถเลือกมองหรือละเลยได้ตามต้องการ

“เซราฟิน่า? ท่านโอเคไหม?” ไมโลเอื้อมมือมาแตะไหล่เธอ

เธอลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้สะท้อนเพียงแค่แสงจากตะเกียง แต่มันดูเหมือนมีประกายของดวงดาวสีเงินจางๆ วนเวียนอยู่ภายใน “ข้าโอเค... ข้าเข้าใจแล้ว”

เธอมองลงไปที่มือของตนเอง อักขระไม่ได้หายไป แต่มันดูมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม เธอสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างอักขระที่ถูกเขียนขึ้นใหม่กับคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่เคยได้ยินผ่านหูมาตั้งแต่เด็ก—คำทำนายที่ว่าจะมีผู้มาถึงเพื่อปลดพันธนาการแห่งอักขระ และตอนนี้เธอรู้แล้วว่านั่นไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่มันคือแรงขับเคลื่อนที่กำลังเปลี่ยนโลกใบนี้

ในชั่วขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถง ภาพนิมิตหนึ่งก็วาบขึ้นมาในจิตใต้สำนึกของเธออย่างรุนแรง มันไม่ใช่ภาพความโกลาหล แต่เป็นภาพที่สงบและทรงพลัง เซราฟิน่าเห็นตัวเองในวัยที่ดูสุขุมขึ้น ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่านักจารึกรุ่นเยาว์ มือของเธอกำลังตวัดพู่กันเวทมนตร์เขียนอักขระรูปแบบใหม่ที่ดูพริ้วไหวและซับซ้อนกว่าอักขระดั้งเดิมที่สภาควบคุม อักขระเหล่านั้นไม่ได้ถูกจารึกเพื่อควบคุม แต่ถูกเขียนขึ้นเพื่อสร้างสรรค์ และเธอกำลังส่งต่อความรู้นั้นให้แก่คนรุ่นหลัง

ภาพนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกอุ่นซ่านในอกและความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งกว่าครั้งไหนๆ

“ไปกันเถอะ” เซราฟิน่าพูดขึ้น น้ำเสียงของเธอมั่นคงและไม่มีความลังเลอีกต่อไป “เรามีงานต้องทำ อคิราห์กำลังเปลี่ยนโลก และเราต้องแน่ใจว่าโลกที่เขาสร้างขึ้น... จะมีที่ว่างสำหรับพวกเราทุกคน”

เธอก้าวเดินออกจากหอคอย โดยที่ในหัวยังคงก้องกังวานด้วยความลับของกาลเวลาที่เธอเพิ่งค้นพบ และความเข้าใจที่ว่า อนาคตไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องรอให้มาถึง แต่เป็นสิ่งที่ต้องเริ่มเขียนขึ้นตั้งแต่วินาทีนี้

--- เซราฟิน่าเผชิญกับสภาวะกาลเวลาที่ซ้อนทับกันจนเกือบเสียสติ แต่เธอสามารถควบคุมมันได้โดยการเรียนรู้ที่จะหลอมรวมตนเองเข้ากับกระแสเวลา แทนที่จะต่อต้านมัน และเธอได้เห็นนิมิตของตนเองในอนาคตขณะกำลังสอนอักขระรูปแบบใหม่