← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 159ฟรี

ตอนที่ 159 — ถังหมักชีวภาพใต้แสงตะวัน

คามินก้มลงมองคราบน้ำที่แห้งกรังอยู่บนแผ่นไม้กระดาน มันเป็นร่องรอยที่บ่งบอกถึงความพยายามที่ผ่านมาหลายครั้งหลายครา เขายกมือขึ้นลูบสันจมูก สูดกลิ่นอายของทะเลสาบที่ปะปนมากับลมยามบ่าย กลิ่นคาวปลา กลิ่นสาหร่าย และกลิ่นดินโคลน กลิ่นเหล่านี้คุ้นเคยกับเขามาตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งที่เขาพยายามสร้างขึ้นมาตอนนี้กลับไม่ใช่สิ่งที่คุ้นเคยเสียทีเดียว

“จะเอาอย่างนั้นจริงๆ หรือคามิน?” เสียงของรินดังขึ้นมาจากด้านหลัง เขาหันไปมองเห็นรินยืนพิงราวบันได สายตาจับจ้องไปยังกองฟางแห้งที่กองสุมอยู่ข้างถังหมัก คลื่นลมที่พัดเข้ามาทำให้ผมของเธอปลิวไสว

“มันจำเป็น ริน” คามินตอบเสียงเรียบ “เราต้องการปุ๋ยเพื่อบำรุงผักที่ปลูกบนแพ แสงไฟฟ้าที่ได้จากกระแสน้ำก็ดีอยู่หรอก แต่เราจะกินไฟฟ้าแทนข้าวได้ยังไง?” เขาหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นรินเลิกคิ้ว “นี่ไม่ใช่เรื่องตลก ฉันกำลังพูดถึงความมั่นคงทางอาหารของเรา”

เขากลับมาสนใจงานตรงหน้าอีกครั้ง มือหยิบแผ่นไม้มาขัดถูอย่างประณีต พยายามลบรอยคราบน้ำที่ฝังแน่น การสร้างระบบผลิตปุ๋ยชีวภาพไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันเกี่ยวกับการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในถังหมัก การรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม การจัดการปริมาณก๊าซมีเทน และที่สำคัญที่สุดคือการทำให้แบคทีเรียที่ทำงานอยู่ภายในนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“นายหัวเดชามาถึงแล้วนะ” รินพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ “เขาบอกว่าอยากจะคุยเรื่องการจัดสรรพื้นที่ชายฝั่ง”

คามินชะงักมือไปชั่วขณะ “เขามาเร็วแฮะ ฉันคิดว่าเขาคงรอให้เราสร้างระบบปิดกั้นลำน้ำเสร็จเสียก่อน” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความระแวง

“รินคิดว่าเขามาเพราะเห็นเรามีไฟฟ้าใช้แล้วต่างหาก” รินตอบ “เขาคงอยากจะรู้ว่าเราทำได้ยังไง”

“ช่างเถอะ” คามินโบกมือ “ตอนนี้ฉันขอโฟกัสกับเรื่องปุ๋ยก่อน ถ้าเราไม่มีปุ๋ย ผักก็ไม่งอกงาม แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับพวกนั้น” เขาหันกลับไปที่ถังหมัก “ฉันกำลังทดลองใช้หลักการที่เถาว์เคยบอกไว้”

“เถาว์?” รินถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

“ใช่” คามินพยักหน้า “เขาบอกว่าธรรมชาติมักจะมีวิธีของมันเสมอ การย่อยสลายตามธรรมชาติเกิดขึ้นในที่ที่ไม่มีอากาศ อุณหภูมิคงที่ และมีความชื้นพอเหมาะ ฉันเลยออกแบบถังนี้ให้เลียนแบบสภาพแวดล้อมแบบนั้น” เขาชี้ไปยังโครงสร้างไม้ที่ซับซ้อนซึ่งประกอบขึ้นเป็นถังหมัก เขาใช้วัสดุจากไม้โกงกางที่หาได้ง่ายในบริเวณนี้ ซึ่งมีความทนทานต่อน้ำเค็มและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี

“ฉันติดท่อระบายอากาศที่ออกแบบมาพิเศษ เพื่อควบคุมปริมาณออกซิเจนไม่ให้มากเกินไป มีระบบฉนวนกันความร้อนที่ทำจากใยมะพร้าวแห้ง เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในถังให้คงที่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเย็นลง” คามินอธิบาย เขาค่อยๆ วางแผ่นไม้ที่ขัดเสร็จแล้วลงไปประกอบเข้ากับโครงสร้าง

“แล้วมูลสัตว์ล่ะ? เราจะหามาได้เยอะขนาดไหน?” รินถาม

“เรามีมูลเป็ด มูลไก่ มูลหมูจากแพรอบๆ นี้อยู่แล้ว” คามินตอบ “ฉันได้ตกลงกับชาวบ้านบางส่วนไว้แล้ว พวกเขาจะช่วยรวบรวมมาให้” เขาเหลือบมองไปที่กองฟาง “กองฟางนี่ก็สำคัญ มันจะช่วยดูดซับความชื้นส่วนเกินและช่วยในการหมัก”

เขาหยิบอุปกรณ์วัดอุณหภูมิขึ้นมาจุ่มลงไปในถังเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับถังหลัก ผลการอ่านค่าทำเอาเขายิ้มออกมาได้ “เกือบสามสิบองศาเซลเซียส เยี่ยมไปเลย!”

“นี่มันเหมือนกับการสร้างโลกใบเล็กๆ ของเราเองเลยนะ” รินกล่าว พลางมองไปยังระบบกลไกที่คามินออกแบบ

“ก็ประมาณนั้น” คามินตอบ “แต่โลกใบนี้ต้องมีปุ๋ย” เขาหยิบถังไม้ใบเล็กที่เต็มไปด้วยมูลสัตว์มาเทลงในช่องรับของถังหมัก “ขั้นตอนแรกของการบำรุงรักษา”

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงแดดเริ่มอ่อนลง ร่างของคามินยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เขาหมั่นตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณก๊าซที่ปล่อยออกมา เขาเติมมูลสัตว์เพิ่มตามปริมาณที่คำนวณไว้ และคอยสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงภายในถัง

“ดูเหมือนว่าระบบจะทำงานได้ดี” คามินพูดขึ้นในที่สุด เขาเช็ดเหงื่อที่ไหลอาบหน้า “แบคทีเรียกำลังทำงานอย่างแข็งขัน ฉันได้กลิ่นที่เปลี่ยนไปแล้ว กลิ่นเปรี้ยวอ่อนๆ ของการหมัก”

รินเดินเข้ามาใกล้ “แล้วเมื่อไหร่เราจะได้ใช้มัน?”

“อีกสักสองสามวัน” คามินตอบ “แต่ฉันว่าเราได้เห็นสัญญาณที่ดีแล้ว” เขาเดินไปที่ถังเล็กๆ อีกใบที่อยู่ข้างๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน แต่มีท่อขนาดเล็กกว่า “ถังนี้เป็นถังทดลองที่ฉันใช้เทคนิคเดียวกัน ฉันเติมมูลสัตว์ลงไปเมื่อสามวันก่อน”

เขาค่อยๆ เปิดวาล์วที่ต่อจากถังทดลอง น้ำสีน้ำตาลเข้มค่อยๆ ไหลออกมา “ลองดมดูสิ”

รินก้มลงไปสูดกลิ่น “มัน… ไม่เหม็นเหมือนมูลสัตว์สดๆ เลย”

“นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่าปุ๋ยชีวภาพ” คามินยิ้มกว้าง “มันผ่านกระบวนการย่อยสลายโดยแบคทีเรียแล้ว สารอาหารต่างๆ ถูกปลดปล่อยออกมาในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ง่าย และที่สำคัญ มันช่วยลดกลิ่นเหม็นและเชื้อโรคต่างๆ”

เขายกถังเล็กๆ ที่มีน้ำปุ๋ยชีวภาพอยู่เต็มขึ้นมา “นี่แหละคือผลผลิตของเรา ริน เรามีปุ๋ยแล้ว!”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง “เยี่ยมมาก คามิน” เสียงทุ้มต่ำของนายหัวเดชาดังขึ้น เขาเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องสองคน รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือก “ข้าได้ยินเรื่องระบบผลิตปุ๋ยของเจ้าแล้ว ดูเหมือนว่าการพัฒนาของพวกเจ้าจะก้าวหน้าไปเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้”

“ท่านมาเมื่อไหร่?” คามินถาม พยายามซ่อนความตกใจ

“ข้ามาสักพักแล้ว” นายหัวเดชาตอบ สายตาของเขากวาดมองไปที่ถังหมักและน้ำปุ๋ยในมือคามิน “ปุ๋ยชีวภาพนี่… ท่าทางจะมีประโยชน์มากทีเดียว” เขายื่นมือออกมาราวกับจะรับถังน้ำปุ๋ย “ข้าอยากจะขอยืมไปทดลองใช้กับที่นาของข้าสักหน่อย”

คามินชะงัก หรี่ตามองนายหัวเดชา “นี่เป็นปุ๋ยสำหรับปลูกผักของเรา ท่านนายหัว”

“โอ้ ไม่ต้องห่วง” นายหัวเดชาหัวเราะเบาๆ “ถ้ามันได้ผลดี ข้าจะช่วยเจ้าผลิตให้ได้ปริมาณมากขึ้นเอง” เขากล่าว ดวงตาของเขาทอประกายบางอย่างที่คามินไม่ชอบใจ “แต่ก่อนอื่น… ข้ามีข้อเสนอเกี่ยวกับระบบปิดกั้นลำน้ำที่พวกเจ้ากำลังดำเนินการอยู่”

คามินรู้สึกได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา เขาจับถังน้ำปุ๋ยในมือแน่น “ท่านต้องการอะไร?”

“ข้าต้องการให้เจ้าหยุดการก่อสร้างทันที” นายหัวเดชาตอบ เสียงของเขาเยือกเย็นราวกับน้ำในคลองยามหน้ามรสุม “แล้วมาคุยกันเรื่อง ‘ข้อตกลง’ ที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย”

ทันใดนั้นเอง คลื่นลมที่เคยสงบก็พลันปั่นป่วนขึ้นอย่างรุนแรง ลมพายุพัดกระหน่ำเข้ามาจากทางปากแม่น้ำ เรือรบของนายหัวเดชาที่จอดทอดสมออยู่ไม่ไกล เริ่มโยกโคลงอย่างน่าหวาดเสียว เสียงหวีดหวิวของลมผสมผสานกับเสียงตะโกนของผู้คนดังระงมไปทั่ว

“พายุมา! พายุมาแล้ว!” เสียงรินตะโกนขึ้น

นายหัวเดชาหันไปมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้ม “ดูเหมือนว่าธรรมชาติเองก็ไม่ต้องการให้เจ้าทำอะไรในวันนี้” เขากล่าวกับคามิน พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหี้ยมเกรียม “แต่ไม่ต้องห่วง เรายังมีเวลาอีกมากที่จะ ‘พูดคุย’ กัน”

เขาหันหลังเดินจากไป ปล่อยให้คามินและรินยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลของลมพายุที่พัดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ในมือของคามินยังคงถือถังน้ำปุ๋ยชีวภาพที่เพิ่งจะผลิตเสร็จหมาดๆ ราวกับมันคือสิ่งเดียวที่ยังคงความมั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กำลังจะมาถึง

--- คามินประสบความสำเร็จในการสร้างระบบผลิตปุ๋ยชีวภาพจากมูลสัตว์โดยใช้หลักการธรรมชาติ แต่การปรากฏตัวของนายหัวเดชาพร้อมข้อเสนอให้หยุดการก่อสร้างและขอยืมปุ๋ยไปทดลองใช้ ก่อให้เกิดความตึงเครียดก่อนที่พายุจะพัดกระหน่ำเข้ามาอย่างกะทันหัน