ตอนที่ 82 — เสียงสะท้อนในซากหิน
ความเงียบที่เกาะกุม 'อารยันนคร' ในยามนี้มิใช่ความเงียบสงบที่มนุษย์โหยหา หากแต่เป็นความเงียบของหลุมฝังศพขนาดมหึมา ผนังแก้วผลึกสีขาวนวลสะท้อนแสงอาทิตย์อันร้อนแรงของทะเลทราย ให้ภาพลวงตาของความสมบูรณ์แบบที่ไร้ชีวิต กานต์ยืนอยู่กลางจัตุรัสที่เคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน บัดนี้มีเพียงความว่างเปล่าและเสียงกระซิบของลมที่พัดผ่านช่องว่างของโครงสร้างแก้วราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกลืมเลือน
“ที่นี่… ที่นี่คือสิ่งที่ข้าสร้างหรือ?” เสียงของกานต์แหบพร่า แตกต่างจากน้ำเสียงที่เคยเต็มไปด้วยความหวังและพลัง เขาพยายามจะประคองตัวเองให้มั่นคง ร่างกายที่บัดนี้กลายเป็นผลึกแก้วทรายที่โปร่งแสงและเปราะบางยิ่งกว่าเดิมราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อภายใต้แรงกดดันของความจริง
อักขระแห่งความเงียบที่เคยเกาะกินร่างของเขา บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างแก้วผลึกที่งดงาม ราวกับถูกขัดเกลาจนไร้ซึ่งร่องรอยของความเจ็บปวดและความทรงจำ แต่แทนที่ความเจ็บปวดเหล่านั้น จะเป็นความรู้สึกว่างเปล่าที่เย็นยะเยือก กานต์หลับตาลง พยายามจะรื้อฟื้นภาพของอารยันนครในอดีต เมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน เสียงหัวเราะ และชีวิตชีวา แต่ทุกครั้งที่เขาพยายามเพ่งสมาธิ ภาพเหล่านั้นกลับพร่าเลือนราวกับถูกหมอกหนาทึบปกคลุม
“แกนเสียงดนตรี… พลังของมัน… มันได้ทำลายทุกอย่างไปแล้ว…”
คำพูดนั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากของกานต์ เขาจำได้ถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่เขาพยายามจะสลักอักขระแห่งการคงอยู่ลงบนแกนเสียงดนตรีแห่งทราย ท่ามกลางการกลืนกินของความเงียบ ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของเซนอสที่เสียสละตัวเองเพื่อเปิดทางให้เขา
เขาจำได้ว่าตนเองถูกกระแทกเข้ากับประตูมิติที่กำลังจะปิดลง และภาพสุดท้ายที่เห็นคือความพยายามของเซนอสที่จะยื้อเวลาให้เขา…
แล้วเขาก็มาอยู่ที่นี่… ในนครที่กลายเป็นผลึกแก้วอันสมบูรณ์แบบ แต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
“ไม่… นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการ” กานต์พึมพำ ดวงตาข้างหนึ่งที่ยังคงมองเห็น เปิดออกจ้องมองไปยังใจกลางของนคร ที่ซึ่งเขาเคยสัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบที่น่าสะพรึงกลัวเมื่อครั้งที่เขาตื่นขึ้นมา
เขาตัดสินใจเดินเท้าไปยังทิศทางนั้น ทุกย่างก้าวของเขาดังก้องกังวานบนพื้นแก้วอย่างโดดเดี่ยว ราวกับเสียงของเข็มนาฬิกาที่กำลังเดินถอยหลัง
ยิ่งเข้าใกล้ศูนย์กลาง กานต์ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่เย็นเยียบและไร้ความรู้สึก มันเป็นพลังงานที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่ง กลืนกินแม้กระทั่งความทรงจำและอารมณ์
“พวกมัน… พวกมันคือผู้กวาดล้างจังหวะ” กานต์นึกถึงคำพูดของเซนอสในยามที่พวกเขาเผชิญหน้ากับกลไกโบราณใต้ดิน
“พวกมันถูกสร้างขึ้นเพื่อปรับจูนโลกให้เข้าสู่ความสมบูรณ์แบบ… ความสมบูรณ์แบบที่ไร้ซึ่งความทรงจำและความเจ็บปวด”
แล้วเขาก็เข้าใจ… การกระทำของเขา การปลดปล่อยแกนเสียงดนตรี การนำพาความทรงจำกลับคืนสู่อารยันนคร… สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ช่วยกอบกู้เมือง แต่กลับเป็นการปลุก 'ผู้กวาดล้างจังหวะ' ให้ตื่นขึ้นมา และมอบอำนาจให้พวกมันในการ 'ปรับจูน' โลกให้สมบูรณ์แบบในแบบที่พวกมันต้องการ
“ข้า… ข้าได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่” กานต์รู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า
เขามาถึงใจกลางของนคร ที่ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของ 'หอคอยแห่งเสียงสะท้อน' บัดนี้มันได้กลายเป็นเพียงเสาแก้วผลึกสีขาวสูงตระหง่าน ยอดของมันชี้ตรงไปยังท้องฟ้าสีทองอันร้อนแรง แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา มีเพียงความเงียบที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
แต่แล้ว… กานต์ก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง… สัญญาณอันแผ่วเบา… เสียงกระซิบที่พยายามจะแทรกซึมผ่านความเงียบอันหนาทึบ
มันเป็นเสียงที่คุ้นเคย… เสียงที่เขาเคยได้ยินเมื่อครั้งที่เขาพยายามจะสลักอักขระแห่งการคงอยู่ลงบนแกนเสียงดนตรี…
“นี่มัน… เป็นไปไม่ได้…”
กานต์เดินเข้าไปใกล้เสาแก้วผลึก เขาเห็นลวดลายที่สลักอยู่บนพื้นผิว ราวกับเป็นภาพวาดที่ซับซ้อนและงดงาม แต่เมื่อเขามองเข้าไปใกล้ๆ เขากลับพบว่ามันคือ… อักขระแห่งความเงียบ
“พวกมัน… ใช้แกนเสียงดนตรี… ในการสร้างสิ่งนี้…”
ในขณะที่เขากำลังพยายามทำความเข้าใจกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า จู่ๆ ผนังแก้วผลึกรอบตัวเขาก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงกระซิบที่เคยแผ่วเบาก็พลันดังขึ้นและชัดเจนขึ้น ราวกับมันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง
“ยอมรับความสมบูรณ์แบบ… ยอมรับความเงียบ… จงลืมเลือน… ทุกสิ่ง…”
เสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ มันเป็นเสียงที่เย็นยะเยือก ไร้อารมณ์ ราวกับเสียงของเครื่องจักรที่กำลังทำงานตามโปรแกรมที่ถูกตั้งไว้
กานต์กำหมัดแน่น ร่างกายที่เปราะบางของเขาเริ่มสั่นสะท้าน เขาจำได้ถึงคำพูดของเซนอสอีกครั้ง…
“ความทรงจำ… ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน… มันก็คือสิ่งที่ทำให้เราเป็นเรา…”
“ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันลบเลือนทุกสิ่งไป!”
ด้วยพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ กานต์พยายามจะสลักรอยจารึกแห่งการคงอยู่ลงบนร่างผลึกแก้วของตนเอง เขาเพ่งสมาธิไปยังเศษเสี้ยวความทรงจำสุดท้ายที่ยังคงเหลืออยู่ ความทรงจำเกี่ยวกับอารยันนครในอดีต ความทรงจำเกี่ยวกับผู้คน ความทรงจำเกี่ยวกับเซนอส…
“จงจดจำ! จงมีชีวิตอยู่!”
ทันใดนั้นเอง… เสาแก้วผลึกตรงหน้าเขาก็พลันสว่างวาบขึ้น แสงสีขาวเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วบริเวณ ทำให้กานต์ต้องยกมือขึ้นบังตา
เมื่อแสงนั้นจางลง… เขาก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของหินโบราณที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น
ไม่มีนครผลึกแก้วอันสมบูรณ์แบบอีกต่อไป… มีเพียงซากปรักหักพังที่เงียบสงัดและถูกทิ้งร้าง
“ที่นี่… ที่ไหนกัน?” กานต์ถามขึ้นมาอย่างสับสน
เขาไม่พบร่องรอยของผู้กวาดล้างจังหวะ… ไม่พบเสียงกระซิบที่น่าสะพรึงกลัว… แต่กลับมีเพียงความรู้สึกที่หนักอึ้ง ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ได้เก็บงำความลับบางอย่างที่ยิ่งใหญ่และดำมืดเอาไว้
ในขณะที่เขากำลังสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว สายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่าง…
มันคือแผ่นหินสลักโบราณขนาดใหญ่ ที่มีลวดลายแปลกประหลาดสลักอยู่บนพื้นผิว
ลวดลายเหล่านั้น… มันดูคล้ายกับอักขระที่เขาเคยเห็นบนเสาแก้วผลึก… และบนแกนเสียงดนตรีแห่งทราย…
แต่ครั้งนี้… มันดูเหมือนจะมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น
กานต์เดินเข้าไปใกล้แผ่นหินนั้น เขายื่นมืออันสั่นเทาออกไปสัมผัสกับลวดลายที่สลักอยู่บนนั้น
ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับพื้นผิวหิน… ภาพนับพันนับหมื่นก็พลันผุดขึ้นมาในหัวของเขา…
ภาพของนครที่ยิ่งใหญ่… ภาพของสงครามอันโหดร้าย… ภาพของ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง…
และในที่สุด… เขาก็เข้าใจ…
นครผลึกแก้วที่เขาเห็น… มันไม่ใช่ผลลัพธ์ของการกระทำของเขา… แต่มันคือ… 'กับดัก'…
กับดักที่ถูกสร้างขึ้นโดย 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' เพื่อล่อลวงให้ผู้ที่ต่อต้านยอมจำนนต่อความสมบูรณ์แบบที่ไร้ความรู้สึก…
และซากหินที่เขาอยู่นี้… คือสถานที่ที่แท้จริง… สถานที่ที่ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' กำลังจะเปิดเผยแผนการอันดำมืดที่สุดของมัน…
กานต์รู้ดีว่าเขาต้องทำอะไรบางอย่าง… เขาต้องหาทางปลดปล่อยนครแห่งนี้… และค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบอันเยือกเย็นนี้… แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยเศษเสี้ยวตัวตนสุดท้ายของเขาก็ตาม
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีทองอันร้อนระอุ… รอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าผลึกแก้วของเขา… มันคือรอยร้าวที่ไม่ได้เกิดจากความเปราะบางของแก้ว… แต่เกิดจากความเจ็บปวดและความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้…
การเดินทางของเขา… ยังคงต้องดำเนินต่อไป… ในดินแดนแห่งความเงียบงันและซากหินที่ถูกลืมเลือน…
--- กานต์ตื่นขึ้นมาในนครผลึกแก้วอันสมบูรณ์แบบแต่ไร้ชีวิตชีวา หลังจากการต่อสู้กับอักขระแห่งความเงียบ เขาตระหนักว่าการกระทำของตนได้ปลุก 'ผู้กวาดล้างจังหวะ' ขึ้นมา และนครแห่งนี้คือกับดักที่ถูกสร้างโดย 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' เขาพบว่าตัวเองถูกส่งมายังซากหินโบราณที่เก็บงำความลับอันดำมืด และต้องหาทางต่อสู้เพื่อปลดปล่อยนครแห่งนี้