← สารบัญตอน

รอยจารึกแห่งนครทราย

ตอนที่ 83ฟรี

ตอนที่ 83 — เสียงเพรียกจากซากโบราณ

กลิ่นอับชื้นของกาลเวลาคละคลุ้งในอากาศ ราวกับว่าผนังหินที่โอบล้อมกานต์อยู่นี้ได้กักเก็บลมหายใจของอดีตกาลไว้จนอิ่มเอม

เขาลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสลัวลอดผ่านรอยแยกบนเพดานหิน เผยให้เห็นก้อนกรวดและเศษหินที่กระจัดกระจายอยู่รอบกาย ทุกสิ่งดูเหมือนถูกทอดทิ้งมานานนับศตวรรษ ร่างกายของเขายังคงรู้สึกเปราะบาง ราวกับแก้วทรายที่ถูกปรับแต่งจนเกินพอดี ผิวหนังที่เคยเป็นผลึกแก้วสมบูรณ์แบบ บัดนี้กลับมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นเป็นระยะ แสดงถึงการต่อต้านต่อ 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่ไร้ชีวิตชีวา

“ที่นี่... ที่ไหน?” กานต์พึมพำ เสียงแหบแห้งของเขาดังก้องในความเงียบ

เขาพยายามขยับตัว ร่างกายตอบสนองเชื่องช้า แต่ก็ยังดีกว่าความรู้สึกไร้ตัวตนเมื่อครู่ที่นครผลึกแก้ว การถูกปลุกโดย 'ผู้กวาดล้างจังหวะ' และถูกส่งมายังสถานที่แห่งนี้... เป็นการตัดสินใจของใคร? หรือเป็นเพียงผลพวงจากการต่อต้าน 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ที่เขาเพิ่งเผชิญหน้ามา?

สายตาของเขาพร่ามัวเล็กน้อยจากการปรับตัวเข้ากับแสงสลัว ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เป็นซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างโบราณ เสาหินที่ผุพังตั้งตระหง่านราวกับโครงกระดูกของอดีตมหานคร ผนังที่ครั้งหนึ่งเคยสลักลวดลายวิจิตร บัดนี้ถูกทรายกัดกร่อนจนเลือนราง มีเพียงร่องรอยจางๆ ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองที่เคยมี

“อารยันนคร... ไม่ใช่ที่นี่” เขาบอกตัวเอง เสียงสะท้อนจากผนังหินยืนยันคำพูดนั้น

เขาจำได้ถึงภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ ภาพของอารยันนครที่กลายเป็นผลึกแก้วเย็นเยียบ ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะ ไร้ซึ่งบทเพลง ไร้ซึ่งแม้แต่เสียงลมหายใจของผู้คน การกระทำของเขาที่ต้องการจะรักษาความทรงจำ กลับกลายเป็นสิ่งที่ปลดปล่อย 'ผู้กวาดล้างจังหวะ' ออกมา และดูเหมือนว่า 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' จะใช้โอกาสนี้ผลักไสเขามายังที่แห่งนี้

แต่ทำไม? เหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่ ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ดูเหมือนจะถูกลืมเลือนไปจากกาลเวลา

กานต์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขาก้าวเท้าอย่างระมัดระวัง เสียงกรวดทรายดังแผ่วเบาใต้ฝ่าเท้า เขาสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างละเอียด พยายามหาเบาะแสบางอย่างที่อาจนำทางเขาไปสู่คำตอบ

ขณะที่เขากำลังเพ่งมองไปยังผนังด้านหนึ่ง รอยร้าวเล็กๆ บนผิวแก้วทรายของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับจะตอบรับกับบางสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“อะไรน่ะ?”

เขาเดินเข้าไปใกล้ผนังหินนั้นมากขึ้น ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นเฉียบและหยาบกร้าน เมื่อสัมผัส ความรู้สึกประหลาดก็แล่นผ่าน เขาเห็นภาพเลือนรางปรากฏขึ้นในมโนสำนึก—ภาพของมือที่กำลังสลักเสลาบางสิ่งลงบนแผ่นหินนั้นอย่างตั้งใจ ลายเส้นที่ปรากฏขึ้นนั้น... มันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

“นี่มัน... อักขระ?”

เขาจำได้ว่าเคยเห็นอักขระเช่นนี้มาก่อน มันไม่ใช่ภาษาที่เขาคุ้นเคย และไม่ใช่ภาษาของอารยันนคร มันเป็นภาษาที่เก่าแก่กว่านั้น ภาษาที่เชื่อมโยงกับ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ที่เขาเคยเผชิญหน้า

แต่สิ่งที่ทำให้เขาสะดุ้งคือ ลวดลายที่ปรากฏขึ้นบนผนังหินนี้ กลับไม่ใช่ลายเส้นที่มุ่งทำลายล้างเหมือนที่เขาเคยเห็น แต่มันกลับดูราวกับ... บันทึก? หรืออาจจะเป็นตำนาน?

“นี่มันอะไรกันแน่?”

เขาก้มลงมองที่ฝ่ามือของตนเอง รอยร้าวบนผิวแก้วทรายดูเหมือนจะขยายตัวออกเล็กน้อย ราวกับจะเปิดรับข้อมูลใหม่ๆ ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา

จู่ๆ เสียงกระซิบที่แผ่วเบาก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา เป็นเสียงที่เย็นยะเยือกและว่างเปล่า ราวกับเสียงลมที่พัดผ่านช่องเขาอันเวิ้งว้าง

“ผู้ถูกเลือก... ผู้ที่รอดจากการปรับจูน...” เสียงนั้นเอ่ยขึ้น

กานต์สะดุ้งเฮือก “ใครน่ะ! ออกมาเดี๋ยวนี้!”

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมหายใจของความเงียบที่โอบล้อมเขา

“เจ้า... นำพาความทรงจำกลับคืน... แต่กลับปลุกปีศาจที่หลับใหล...” เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ฟังดูเหมือนจะเย้ยหยัน

“ปีศาจ? หมายถึง... ผู้กวาดล้างจังหวะ?” กานต์ถาม น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสับสน

“เล็กน้อย... พวกมันเป็นเพียงเครื่องมือ... ของผู้ที่แท้จริง...” เสียงกระซิบตอบ “เจตจำนงแห่งความเงียบ... ต้องการเพียงการลบเลือน... ทุกสรรพสิ่ง... ให้กลับสู่ความว่างเปล่าอันสมบูรณ์...”

กานต์ยืนนิ่ง เขาพยายามประมวลผลคำพูดเหล่านั้น 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ต้องการเพียงการลบเลือน? แต่เหตุใดจึงต้องสร้าง 'ผู้กวาดล้างจังหวะ' ขึ้นมา? และทำไมเขาถึงถูกส่งมายังสถานที่แห่งนี้?

“แต่ทำไม... ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่?” เขาถามอีกครั้ง

“เพราะที่นี่... คือจุดเริ่มต้น... ของความเงียบ... คือรากเหง้าของสิ่งที่เจ้ากำลังต่อต้าน...” เสียงกระซิบตอบ “และเจ้า... คือผู้เดียวที่จะสามารถ... ไขความลับของมันได้...”

กานต์มองไปรอบๆ ซากปรักหักพังอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ—ความรู้สึกที่ว่าสถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่แค่ซากปรักหักพังธรรมดา แต่เป็นสถานที่ที่เก็บงำความลับอันยิ่งใหญ่

เขาเดินไปตามผนังหินที่สลักอักขระโบราณนั้น นิ้วของเขาลูบไล้ไปตามลวดลายอย่างแผ่วเบา พยายามทำความเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ ภาพต่างๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในมโนสำนึก—ภาพของอารยันนครในยุคโบราณ ภาพของพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ภาพของ 'ผู้สร้าง' ที่กำลังสลักเสลาแก้วทรายให้กลายเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์แบบ

แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นภาพของบางสิ่งที่มืดมิดกว่านั้น—ภาพของความว่างเปล่าที่กำลังคืบคลานเข้ามา ภาพของเสียงที่ถูกกลืนกิน ภาพของความเงียบที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

“นี่มัน... เรื่องราวของอารยันนครในอดีต?” กานต์พึมพำ

“ไม่ใช่... แค่นั้น...” เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง “นี่คือเรื่องราว... ของการกำเนิด... ของความเงียบ...”

กานต์เงยหน้าขึ้นมองเพดานหินที่ร้าว เขาเริ่มเข้าใจบางอย่าง—สถานที่แห่งนี้ คือจุดกำเนิดของ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ที่เขาเคยเผชิญหน้ามา มันคือรากเหง้าของพลังที่พยายามจะลบเลือนทุกสิ่งให้กลับสู่ความว่างเปล่า

และเขา... ถูกนำมาที่นี่ เพื่อเผชิญหน้ากับมัน

เขาก้าวเท้าต่อไป สำรวจซากปรักหักพังอย่างระมัดระวัง เขามองเห็นแท่นบูชาที่แตกสลายตรงกลางห้องโถงใหญ่ ลวดลายที่สลักอยู่บนนั้นดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของบางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการ

ขณะที่เขากำลังเพ่งมองแท่นบูชาอยู่นั้น ผิวแก้วทรายบนร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง รอยร้าวบนร่างกายของเขาก็ดูเหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ราวกับจะตอบสนองต่อพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น

“พลังงาน... ที่นี่... แตกต่างออกไป...” เขาพึมพำ

เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่เหลืออยู่—ความทรงจำของเซนอส ความทรงจำของอารยันนคร ความทรงจำของการต่อสู้… เขาต้องการจะสร้าง 'อารยันนครแห่งความทรงจำ' ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้าน

แต่เมื่อเขาพยายามทำเช่นนั้น เขากลับรู้สึกถึงแรงต้านอันมหาศาล แรงต้านที่มาจากความเงียบที่อยู่รอบตัวเขา ราวกับว่าความเงียบนั้นกำลังพยายามจะดูดกลืนทุกสิ่ง แม้กระทั่งเศษเสี้ยวความทรงจำของเขา

“ไม่... ข้าไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้น!” กานต์ตะโกน

เขาพยายามใช้พลังที่เหลืออยู่สลักอักขระแห่งการคงอยู่ลงบนอากาศรอบตัวเขา ลวดลายเรืองแสงสีทองปรากฏขึ้นชั่วครู่ ก่อนจะถูกความเงียบกลืนกินไป

“น่าสนใจ...” เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้ายังไม่เข้าใจ... ความเงียบ... ไม่ใช่สิ่งที่สามารถต่อต้านได้... ด้วยเสียง... หรือความทรงจำ...”

“แล้วจะต่อต้านได้อย่างไร?” กานต์ถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“เจ้าต้อง... กลืนกินมัน...” เสียงกระซิบตอบ “ยอมรับ... ความว่างเปล่า... แล้วจึง... บิดเบือนมัน... จากภายใน...”

กานต์ยืนนิ่ง เขามองไปรอบๆ ซากปรักหักพังแห่งนี้อีกครั้ง เขาเริ่มเข้าใจบางอย่าง—สถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงที่ที่ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ถือกำเนิดขึ้น แต่เป็นสถานที่ที่ 'ความเงียบ' ได้ฝังรากเหง้าของมันลงไปอย่างลึกซึ้ง

และเขา... คือผู้ถูกส่งมาเพื่อเผชิญหน้ากับมัน

เขาเดินไปที่แท่นบูชาตรงกลางห้องโถง สัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นเยียบของมัน รอยร้าวบนร่างกายของเขาเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง เขาหลับตาลงและพยายามรวบรวมสมาธิ

เขาจะทำอย่างไร? จะยอมแพ้ต่อความเงียบ หรือจะหาทางบิดเบือนมันจากภายใน?

ความคิดของเขาเริ่มพร่าเลือน ร่างกายของเขารู้สึกหนักอึ้งราวกับกำลังจะถูกดูดลงไปในพื้นดิน

ทันใดนั้นเอง เสียงเพลงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา—เป็นเสียงเพลงจาก 'แกนเสียงดนตรีแห่งทราย' เสียงเพลงที่ดูเหมือนจะดังมาจากส่วนลึกของซากปรักหักพังแห่งนี้

“แกนเสียงดนตรี... ที่นี่?” กานต์พึมพำด้วยความประหลาดใจ

เสียงเพลงนั้นดึงดูดเขาให้เดินตามไปเรื่อยๆ ผ่านโถงทางเดินที่มืดมิดและซับซ้อน เสียงเพลงนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะนำทางเขาไปสู่บางสิ่งบางอย่าง

เมื่อเขาเดินมาถึงห้องโถงที่ใหญ่กว่าเดิม เขาเห็นแสงสว่างเรืองรองลอดออกมาจากรอยแยกบนพื้นหิน แสงนั้นมีสีทองอ่อนๆ ส่องประกายราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เขาเข้าไป

“นั่นคือ... แกนเสียงดนตรี?”

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วเสียงกระซิบก็ดังขึ้นในใจ

“ไปเถอะ... ไปไขความลับ... ของความเงียบ...”

กานต์ตัดสินใจ เขาเดินไปที่รอยแยกบนพื้นหิน และก้าวเท้าลงไปในแสงสว่างนั้นทันที

เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปในแสงสว่าง ร่างกายของเขาก็ถูกกระชากอย่างรุนแรง ราวกับถูกดึงเข้าไปในกระแสน้ำวนอันบ้าคลั่ง ภาพต่างๆ นานา—ภาพของอารยันนคร ภาพของเซนอส ภาพของ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ'—หมุนวนอยู่รอบตัวเขา

เขารู้สึกถึงร่างกายที่กำลังจะปริแตก รอยร้าวบนผิวแก้วทรายขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน

แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดนั้น เขากลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังหล่อเลี้ยงเขา—พลังงานจากแกนเสียงดนตรีแห่งทราย

“ข้า... จะไม่ยอมแพ้...” กานต์ตะโกน

เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำสุดท้ายที่เหลืออยู่ สลักมันลงบนร่างที่กำลังจะปริแตกของเขา

“ข้าจะสลัก... ความทรงจำ... ของข้า... ลงไป... ในใจกลางของความเงียบ...”

เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะถูกดูดเข้าไปในศูนย์กลางของบางสิ่งบางอย่าง

แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป เขาไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน และเขาจะกลับไปเป็นอย่างไร

แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัด คือการเดินทางของเขา... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

--- กานต์ตื่นขึ้นมาในซากปรักหักพังโบราณที่เต็มไปด้วยอักขระแห่งความเงียบ และได้รับรู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือจุดกำเนิดของ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ขณะที่เขากำลังพยายามต่อต้าน เสียงเพลงจากแกนเสียงดนตรีแห่งทรายได้นำทางเขาไปสู่รอยแยกในพื้นดิน ซึ่งนำไปสู่การเดินทางที่คาดไม่ถึง