ตอนที่ 93 — จังหวะที่เต้นเร่าในความเงียบงัน
เสียงครืดคราดของโลหะที่เสียดสีกันดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของ Anwen ราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในกรงเหล็ก มันไม่ใช่เสียงที่หูมนุษย์ปกติจะรับรู้ได้ แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาจากรอยจารึกที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกและเนื้อเยื่อครึ่งโลหะของเธอ ทุกครั้งที่เครื่องจักรโบราณใต้ดินพยายามจะปรับจังหวะการทำงานให้เข้ากับระเบียบอันสมบูรณ์แบบที่ตัวตนเบื้องบนยัดเยียดมา ร่างกายของเธอจะรู้สึกเหมือนถูกคีมเหล็กร้อนแดงบีบเค้นจากภายใน
ในความมืดมิดของรอยแยกใต้ดินที่ถูกอาบด้วยแสงสีฟ้าหม่นจากพลังงานที่กำลังแปรปรวน Anwen ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเศษซากของกลไกที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ บัดนี้มันกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังที่กำลังดิ้นรนด้วยจังหวะชีวิตที่คาดเดาไม่ได้ ความโกลาหลที่เธอจงใจสร้างขึ้นผ่านความทรงจำอันแปรปรวนได้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เครื่องจักรเหล่านี้ไม่ยอมสยบต่อระเบียบที่ตายตัว แต่มันก็แลกมาด้วยราคาที่แสนแพง ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเริ่มส่งเสียงครางต่ำๆ ของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง
“เจ้ากำลังทำลายทุกอย่าง...” เสียงหนึ่งดังขึ้นในมโนสำนึก ไม่ใช่เสียงที่ผ่านอากาศ แต่เป็นเสียงที่สั่นสะเทือนผ่านมิติที่บิดเบี้ยว มันคือเสียงของตัวตนเบื้องบนที่ยังคงจับจ้องเธออยู่ ราวกับดวงตาขนาดมหึมาที่มองลงมายังมดปลวกที่กำลังพยายามเต้นระบำท่ามกลางพายุ “ความโกลาหลคือความล้มเหลว และความล้มเหลวต้องถูกกำจัด”
Anwen กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการที่เนื้อเยื่อชีวภาพถูกรุกรานด้วยกระแสพลังงานทำให้เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ มือที่เป็นโลหะของเธอจิกเกร็งลงบนพื้นหินที่สั่นสะเทือน “ถ้าความสมบูรณ์แบบของท่านคือความตายที่ไร้เสียง... ข้าขอเลือกความวุ่นวายที่มีลมหายใจ!” เธอคำรามตอบในใจ แม้คำพูดนั้นจะไม่ออกมาเป็นเสียงพูด แต่เจตจำนงของเธอพุ่งพล่านออกไปเหมือนคลื่นกระแทก
ทันใดนั้น จังหวะของเครื่องจักรใต้ดินก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง จากที่เคยเป็นจังหวะกระตุกขาดตอน มันกลับเริ่มกลายเป็นจังหวะที่หนักแน่นและรุนแรงขึ้น ราวกับหัวใจของยักษ์ที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน แรงดันมหาศาลจากการปะทะกันระหว่าง 'ระเบียบ' ของเบื้องบน และ 'ความโกลาหล' ที่เธอสร้างขึ้น ทำให้มิติรอบตัวเริ่มปริแตก แสงสีฟ้าที่เคยนิ่งสงบกลับกลายเป็นพายุหมุนของอนุภาคโลหะและละอองแสงที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
Anwen พยายามรวบรวมสมาธิ เธอสัมผัสได้ถึงกลุ่มผู้รอดชีวิตที่อยู่ไม่ไกลนัก พวกเขากำลังหวาดกลัวและสับสนท่ามกลางพายุพลังงานนี้ เธอต้องรักษาจังหวะนี้ไว้ ไม่ใช่เพื่อทำลายโลก แต่เพื่อสร้าง 'พื้นที่' ให้กับชีวิตที่เหลืออยู่ เธอหลับตาลง ปล่อยให้ความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด—รสชาติของขนมปังอุ่นๆ ในโรงเตี๊ยม กลิ่นดินหลังฝนตก ความอบอุ่นจากมือของ Granny Nessa และเสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสาของ Fin—ไหลเวียนเข้าไปในรอยจารึก
ความทรงจำเหล่านั้นไม่ใช่แค่ภาพ แต่มันคือ 'ความไม่สมบูรณ์แบบ' ที่งดงาม มันคือความไม่แน่นอนที่ทำให้มนุษย์มีค่า เมื่อความทรงจำเหล่านี้ปะทะกับกระแสพลังงานเครื่องจักร มันเกิดปฏิกิริยาที่แปลกประหลาด เครื่องจักรโบราณไม่ได้ทำงานตามตรรกะของฟันเฟืองอีกต่อไป แต่มันเริ่มขยับตามจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์ที่แปรปรวน
เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อโครงสร้างขนาดใหญ่ของห้องโถงเริ่มบิดเบี้ยวไปตามจังหวะความทรงจำ เถาวัลย์โลหะที่เคยพยายามจะจัดระเบียบทุกอย่างกลับเริ่มเลื้อยพันกันอย่างยุ่งเหยิงแต่มีชีวิตชีวา พวกมันไม่ได้พุ่งเข้าหาเพื่อทำลาย แต่ดูเหมือนกำลังพยายามจะ 'โอบกอด' ความโกลาหลนี้ไว้
ในขณะที่เธอกำลังจมดิ่งลงไปในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง Anwen สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากเงาของมิติที่ปริแตก ไม่ใช่แค่แรงกดดันจากเบื้องบน แต่เป็นกลุ่มเงาที่มีรูปร่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาคือภาคีระเบียบเหล็กที่ไม่ได้มาเพื่อสังเกตการณ์อีกต่อไป แต่พวกเขามาเพื่อ 'ชำระล้าง' ความผิดเพี้ยนที่เธอกำลังสร้างขึ้น
“พบตัวเป้าหมายแล้ว” เสียงเย็นชาของทหารภาคีดังแว่วมาท่ามกลางเสียงคำรามของเครื่องจักร “สิ่งปนเปื้อนกำลังขยายตัวเกินขอบเขตที่กำหนด เตรียมใช้เครื่องมือปรับสมดุล!”
Anwen ลืมตาขึ้น ดวงตาครึ่งหนึ่งที่เป็นโลหะของเธอเรืองแสงสีฟ้าจัดจ้า เธอเห็นเงาร่างของเหล่านักรบภาคีในชุดเกราะสีเงินวาววับที่ดูไร้ชีวิตชีวา พวกเขากำลังเคลื่อนที่ผ่านพายุพลังงานมาอย่างมั่นคง ราวกับว่ากฎเกณฑ์ของพวกเขาแข็งแกร่งพอจะต้านทานความโกลาหลได้
สถานการณ์ในตอนนี้บีบคั้นจนถึงขีดสุด ร่างกายของเธอถูกบดขยี้จากด้านบนโดยตัวตนลึกลับ ร่างกายถูกรบกวนจากด้านล่างด้วยพลังงานเครื่องจักรที่คลุ้มคลั่ง และบัดนี้เธอยังต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีตัวตนชัดเจนที่กำลังรุกคืบเข้ามาเพื่อปิดฉากความโกลาหลนี้
Anwen รู้ดีว่าเธอไม่สามารถรักษาสมดุลนี้ได้ตลอดไป เธอต้องตัดสินใจ... จะยอมปล่อยให้เครื่องจักรกลืนกินความทรงจำเพื่อสร้างพลังที่แข็งแกร่งพอจะทำลายภาคี หรือจะใช้เศษเสี้ยวความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ นำพาความโกลาหลนี้ให้กลายเป็นจุดกำเนิดของสิ่งใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด
แรงสั่นสะเทือนครั้งสุดท้ายกระแทกเข้าที่กลางอกของเธออย่างรุนแรงจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน เธอมองเห็นเงาของภาคีที่เริ่มชักอาวุธออกมา และมองเห็นแสงสว่างที่กำลังจะดับลงจากรอยแยกมิติ
“ยัง... ยังไม่จบ...” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่ความมืดมิดจะเข้าครอบงำพร้อมกับเสียงระเบิดกึกก้องที่เปลี่ยนนิยามของคำว่าความจริงไปตลอดกาล
--- Anwen ใช้ความทรงจำอันแปรปรวนเพื่อสร้างความโกลาหลในเครื่องจักรโบราณเพื่อต่อต้านระเบียบที่แข็งทื่อ แต่ร่างกายของเธอต้องรับภาระหนักจากการปะทะกันของพลังงาน และต้องเผชิญหน้ากับการบุกรุกของภาคีระเบียบเหล็กที่มุ่งหมายจะชำระล้างความผิดเพี้ยนนี้