← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 93Free

ตอนที่ 93 — การปะทะกันที่ท่าเรือไม้สัก

“เก็บไม้พายให้พ้นทาง! ใครขวางทางเรือขนข้าวของข้า ข้าจะสั่งให้คนลากลงน้ำให้หมด!” เสียงตวาดของพวกลูกน้องนายหัวเดชาดังทะลุเสียงคลื่นมรสุมที่กำลังซัดเข้าหาตลิ่ง รินกระชับด้ามมีดสั้นที่เอวพลางก้าวลงจากเรือสำปั้นอย่างมั่นคง ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าไหมเนื้อดีที่ยืนอยู่บนระเบียงไม้สักทองของคฤหาสน์ลอยน้ำ

นายหัวเดชาไม่ได้ดูสะทกสะท้านกับภาพเครื่องจักรขุดดินที่พังพินาศอยู่กลางคลองเลยแม้แต่น้อย เขายังคงถือถ้วยน้ำชาด้วยท่าทางสงบนิ่ง ราวกับว่าความพินาศตรงหน้าเป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อยบนผิวน้ำ “ริน... เจ้าทำลายทรัพย์สินของข้าไปไม่น้อยเลยนะ รู้ไหมว่าค่าซ่อมแซมเครื่องจักรพวกนั้นมันซื้อเรือแพของเจ้าได้ทั้งหมู่บ้าน”

“ข้าไม่ได้มาเพื่อคุยเรื่องค่าซ่อม” รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยสำเนียงคนเรือที่ดุดัน “ข้ามาเพื่อถามว่า แผนการสร้างเขื่อนปิดปากคลองคำสาปของพวกท่าน มันต้องใช้เลือดของคนในลุ่มน้ำนี้อีกกี่คน ถึงจะพอใจพวกท่านกันแน่!”

คามินก้าวเข้ามาข้างหลังเธอ มือของเขายังคงจับที่คันบังคับของเรือต้นแบบที่พ่นควันจางๆ ออกมา “ริน ระวังตัวด้วย พวกมันมีคนเฝ้าอยู่ทั่วระเบียง” เขาพูดด้วยเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท ตาของเขาคอยสังเกตกลไกของคานไม้และรอกที่ติดตั้งอยู่รอบตัวนายหัวเดชา เพื่อหาจังหวะหากต้องเข้าปะทะ

นายหัวเดชาวางถ้วยชาลง เสียงกระทบของเซรามิกกับโต๊ะไม้ดัง ‘กึก’ ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด “เขื่อนจะทำให้การค้าไหลลื่นขึ้น ทุกคนจะรวยขึ้น ริน... เจ้าก็แค่เด็กเรือแพที่มองไม่เห็นอนาคต ส่ง ‘กุญแจ’ นั่นมาให้ข้าเสีย แล้วข้าจะรับประกันว่าคนในหมู่บ้านของเจ้าจะมีข้าวเต็มถังทุกมื้อ”

“กุญแจนี้ไม่ใช่สินค้าที่จะมาต่อรองด้วยเศษข้าว!” รินตะโกน เธอรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากวัตถุรูปทรงประหลาดที่ซ่อนอยู่ในย่ามข้างเอว มันสั่นไหวเหมือนมีชีพจรเต้นสอดคล้องกับกระแสน้ำที่กำลังเปลี่ยนทิศ

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องใช้กำลัง” นายหัวเดชาพยักหน้าเพียงนิด ลูกน้องร่างกำยำสี่คนก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของระเบียงไม้ พวกมันไม่ได้พกแค่ไม้พาย แต่ในมือมีปืนยิงตะปูแรงดันสูงที่ดัดแปลงมาจากเครื่องมือช่างเรือ

“ถอยไปคามิน!” รินสั่งเมื่อเห็นคนกลุ่มแรกพุ่งเข้ามา เธอเบี่ยงตัวหลบกระสุนตะปูที่พุ่งผ่านหน้าไปเพียงเซนติเมตรเดียว กลิ่นน้ำมันดินและกลิ่นคาวปลาลอยฟุ้งในอากาศ รินพุ่งเข้าใส่ลูกน้องคนแรก ใช้ด้ามมีดกระแทกเข้าที่ข้อมือจนอาวุธหลุดมือ ก่อนจะหมุนตัวใช้ไหล่กระแทกจนอีกคนเสียหลักลงน้ำ

“ริน! ทางซ้าย!” คามินตะโกน เขาไม่ได้ใช้เพียงอาวุธน้ำ แต่เขาใช้ความรู้เรื่องโครงสร้างเรือ ดึงคันโยกที่ติดตั้งไว้บนเรือต้นแบบ ส่งแรงดันน้ำพุ่งออกไปเป็นเส้นตรง กระแทกใส่กลุ่มคนที่จะล้อมเธอไว้จนกระจายออกไปคนละทิศละทาง

ในจังหวะที่ความวุ่นวายถึงขีดสุด นายหัวเดชาอาศัยความชุลมุนพุ่งเข้าหาเธอ เขาไม่ได้สู้แบบนักรบ แต่เขาเคลื่อนที่เหมือนนักล่าที่ชำนาญทาง มือหนาของเขาเอื้อมหมายจะคว้าถุงย่ามที่รินหวงแหน “ส่งมันมา!”

รินรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาล เธอกระเด็นถอยหลังไปชนกับเสาไม้ใหญ่ ความทรงจำของเถาว์ผุดขึ้นมาในหัวเหมือนภาพเขียนบนผิวน้ำ ‘ความจริงไม่ได้มีไว้เพื่อปกปิด แต่มันมีไว้เพื่อสะท้อนสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้คลอง...’

“อยากเห็นนักใช่ไหมว่ากุญแจนี้ทำอะไรได้!” รินเค้นเสียงผ่านไรฟัน เธอเลิกขัดขืนการถูกยื้อแย่ง แต่กลับใช้แรงทั้งหมดรวบรวมไปที่กุญแจในมือ เธอไม่ได้พยายามจะซ่อนมันอีกต่อไป แต่เธอ ‘เปิด’ มันออก

ทันใดนั้น แสงสีครามสว่างวาบออกมาจากกุญแจ มันไม่ใช่แค่แสง แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่กระแทกเข้ากับมวลน้ำรอบๆ คฤหาสน์ลอยน้ำ แสงนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะกระจายออกเป็นวงกว้างเหมือนระลอกคลื่นที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของทุกคนไม่ใช่แค่ความสว่าง แต่มันคือ ‘ภาพหลอนแห่งความจริง’ แสงจากกุญแจฉายภาพแผนที่ร่างบนโต๊ะของนายหัวเดชาขึ้นมากลางอากาศ มันไม่ใช่แผนที่เส้นทางเดินเรือ แต่มันคือแผนผังการปิดกั้นทางน้ำที่จะทำให้หมู่บ้านเรือนแพทั้งหมดต้องจมลงใต้ดินโคลนเพื่อสร้างฐานรากเขื่อน

ภาพนิมิตขยายใหญ่ขึ้น แสดงให้เห็นถึงการลักลอบวางระเบิดทำลายตลิ่งธรรมชาติ และรายชื่อของกลุ่มพ่อค้าต่างถิ่นที่ร่วมมือกันฮั้วราคาข้าวสารเพื่อบีบให้ชาวบ้านขายสิทธิ์การถือครองคลองในราคาถูก

“นั่นมัน... แผนการฆ่าพวกเราชัดๆ!” เสียงชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ริมตลิ่งดังขึ้นอย่างสั่นเครือ

“พวกแกทำแบบนี้ได้ยังไง! นายหัวบอกว่าจะมาสร้างความเจริญ!” เสียงตะโกนด่าทอดังระงมขึ้นจากเรือแพลำน้อยใหญ่ที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ท่าเรือ

นายหัวเดชาหน้าถอดสี เขาพยายามจะใช้มือปัดป้องแสงสว่างนั้น “มันไม่ใช่ความจริง! มันคือมนต์ดำ! พวกมันใช้คำทำนายแห่งดวงดาวมาหลอกลวงเรา!” เขาตะโกนก้องด้วยความตื่นตระหนก แต่ไม่มีใครฟังเขาอีกต่อไป

รินยืนหยัดอย่างมั่นคง แสงจากกุญแจยังคงทำหน้าที่ของมัน แผ่ขยายความจริงออกไปทุกหย่อมหญ้าในลุ่มน้ำมรสุม “ความจริงไม่ได้มีไว้ให้ใครมาปิดกั้นด้วยกำแพงคอนกรีต แต่มันมีไว้เพื่อให้เราไหลลื่นไปตามกระแสน้ำอย่างมีศักดิ์ศรี!”

คามินมองภาพตรงหน้าด้วยความทึ่ง เขาเห็นชาวบ้านเริ่มพายเรือเข้ามารวมกลุ่มกัน ไม่ใช่เพื่อรับความช่วยเหลือ แต่เพื่อปกป้องคลองคำสาปของพวกเขาเอง

“ริน... ดูนั่น” คามินชี้ไปที่แนวชายฝั่ง

ฝูงชนในเรือแพนับร้อยลำกำลังพายมุ่งหน้ามายังคฤหาสน์ของนายหัวเดชา อาวุธในมือของพวกเขาไม่ใช่ปืน แต่เป็นไม้พายและเครื่องมือประมงที่ถูกชูขึ้นเหนือหัวราวกับเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เสียงโห่ร้องดังก้องสะท้อนไปตามลำคลองที่เคยเงียบสงบ

นายหัวเดชามองลงไปที่ผิวน้ำที่เริ่มปั่นป่วนด้วยแรงขับเคลื่อนของฝูงชน เขาเห็นความพินาศของอำนาจที่เขาสร้างมาด้วยการหลอกลวง

รินลดกุญแจลง แสงค่อยๆ จางหายไป แต่ความจริงที่ทิ้งไว้นั้นสว่างยิ่งกว่าตะวัน “เกมนี้ยังไม่จบ นายหัว... แต่คราวนี้กระแสน้ำไม่ได้ไหลตามใจท่านแล้ว”

ทันใดนั้น เสียงระเบิดจากเครื่องจักรที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ดังขึ้น พร้อมกับเรือลำหนึ่งของกลุ่มทุนที่พยายามจะถอยหนีถูกพุ่งชนโดยเรือแพของชาวบ้านที่ปิดล้อมเอาไว้ทุกทิศทาง

--- รินใช้พลังจากกุญแจที่ได้รับสืบทอดมาเปิดเผยแผนการลับของนายหัวเดชาที่ต้องการสร้างเขื่อนเพื่อทำลายวิถีชีวิตชาวเรือแพ ทำให้ประชาชนตระหนักถึงความจริงและเริ่มรวมตัวกันต่อต้านกลุ่มทุน