ตอนที่ 84 — รอยสลักบนแผ่นไม้และกระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศ
เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากตัวเรือใหม่ที่เพิ่งต่อเสร็จดังสะท้อนไปทั่วแพพัก แต่มันไม่ใช่เสียงที่รินชอบนัก มันคือเสียงของความไม่มั่นคง รินขยับมือลูบไปตามขอบไม้เนื้อดำที่คามินเพิ่งติดตั้งเสร็จ ผิวไม้เย็นจัดและเรียบลื่นจนเกือบจะเหมือนผิวหนังมนุษย์
“แน่นหนาพอจะสู้คลื่นลมมรสุมลูกแรกได้หรือยัง คามิน?” รินถาม พลางเช็กเชือกป่านที่มัดยึดโครงเรือ
คามินไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากตะเกียงน้ำมัน เขาใช้กบเหลาไม้ขัดแต่งรอยต่ออย่างระมัดระวัง “ไม้เนื้อดำจากป่าต้องห้ามมันหนักกว่าไม้ทั่วไป แต่มันรับแรงกระแทกได้ดีกว่า ริน... ถ้าเราเข้าสู่กระแสน้ำที่ผิดปกติ กลไกหางเสือตัวนี้จะไม่หลุดออกง่ายๆ เหมือนเรือทั่วไป” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ปลายนิ้วที่สั่นเล็กน้อยขณะหยิบสิ่วขึ้นมาทำให้รินรู้ว่าเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ
รินก้มลงมองแผ่นไม้โบราณที่ปู่ทิ้งไว้ให้ แสงตะเกียงวูบไหวทำให้นัยน์ตาของเธอพร่ามัว เธอพยายามมองหาเส้นทางที่ซ่อนอยู่ในรอยสลัก แต่ยิ่งมอง เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าลมที่พัดผ่านร่องไม้ไม่ได้ส่งเสียงหวีดหวิวเหมือนที่ควรจะเป็น
‘ริน... อย่าเพิ่งรีบออกเรือ...’
เสียงนั้นไม่ได้มาทางหู แต่มันดังขึ้นในรอยต่อของความทรงจำ รินสะดุ้งจนเกือบทำตะเกียงตก เธอมองไปรอบแพที่ว่างเปล่า มีเพียงคามินที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับใต้ท้องเรือ
“เถาว์? นั่นพี่หรือเปล่า?” รินกระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่า
ไม่มีคำตอบเป็นเสียงพูด แต่จู่ๆ ลมมรสุมที่เคยพัดสม่ำเสมอทางทิศใต้กลับหมุนวนผิดทิศ มันไม่ได้พัดเข้าหาฝั่ง แต่มันกำลังหมุนวนเป็นเกลียวอยู่เหนือผิวน้ำตรงหน้าแพของพวกเขา รินสังเกตเห็นน้ำในคลองเริ่มเปลี่ยนสี จากสีน้ำตาลขุ่นของดินตะกอนกลายเป็นสีคล้ำจัดจนเกือบดำ และที่สำคัญที่สุด... ระดับน้ำกำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ตามตารางน้ำขึ้นน้ำลง มันควรจะเป็นช่วงน้ำขึ้น
“คามิน! ดูน้ำสิ!” รินตะโกนเรียก
คามินเงยหน้าขึ้นทันที ใบหน้าของเขาซีดลงเมื่อเห็นระดับน้ำที่ลดลงจนเผยให้เห็นรากไม้โกงกางที่จมอยู่ใต้ดิน “น้ำลดเร็วเกินไป... เหมือนมีใครไปเปิดประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ไหนสักแห่ง หรือไม่ก็... มีบางอย่างกำลังสูบน้ำออกไปจากระบบคลองของเรา”
รินรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามสันหลัง เธอหลับตาลงเพื่อรวบรวมสมาธิ และในวินาทีนั้นเอง โลกของเธอก็เปลี่ยนไป
ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่แพไม้หรือเรือเนื้อดำ แต่มันคือความมืดมิดที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง เธอไม่ได้มองเห็นด้วยตา แต่เธอ ‘รู้สึก’ ผ่านกระแสความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ของเถาว์ ภาพที่ปรากฏคือคลองสายหนึ่งที่ไม่ได้ไหลตามธรรมชาติ ลำคลองนั้นคดเคี้ยวเหมือนงูยักษ์ที่กำลังรัดพันผืนดิน รอยสลักบนแผ่นไม้โบราณในมือของเธอเริ่มเรืองแสงจางๆ ในนิมิตนั้น เธอเห็นเศษซากเรือเก่าๆ ลอยคว้างอยู่ในทางน้ำที่มืดมิด และเสียงของลมมรสุมที่พัดผ่านช่องแคบนั้นไม่ได้เป็นเสียงลม แต่มันเป็นเสียงโหยหวนที่ฟังดูเหมือนการเตือนภัย
‘มันกำลังเคลื่อนที่...’ เสียงของเถาว์ดังขึ้นในมโนภาพ แต่อยู่ดีๆ เสียงนั้นก็ขาดช่วงไปเหมือนคลื่นวิทยุที่ถูกรบกวน ‘พวกเขาสร้าง... เขื่อน... ขวางทาง... พลังของฉัน... กำลังถูกบดบัง...’
รินพยายามไขว่คว้าหาตัวตนของเถาว์ในนิมิต แต่ภาพนั้นกลับพร่าเลือนไปเพราะแรงสั่นสะเทือนจากการก่อสร้างเขื่อนของกลุ่มนายหัวเดชาที่อยู่ไกลออกไป แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้ส่งมาแค่ทางดิน แต่มันทำลายความเชื่อมโยงระหว่างจิตวิญญาณกับผืนน้ำ รินรู้สึกเหมือนถูกกระชากออกจากความฝันกลับมาสู่ความจริงที่หนาวเหน็บ
เธอหอบหายใจถี่ เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นตามไรผม “เถาว์... พี่เถาว์!”
“ริน! เกิดอะไรขึ้น? เธอเห็นอะไร?” คามินรีบเดินเข้ามาประคองไหล่เธอ
รินส่ายหน้า พยายามตั้งสติ เธอรีบก้มมองแผ่นไม้โบราณอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้มองหาลายสลักที่สวยงาม แต่มองหา ‘ช่องว่าง’ ระหว่างรอยสลัก ในจังหวะที่เธอมองผ่านนิมิตที่หลงเหลืออยู่ เธอเห็นความสอดคล้องระหว่างทิศทางของลมที่หมุนวนกับรอยบากบนไม้
“ไม่ใช่แค่แผนที่ธรรมดา” รินพูดเสียงเครียด “มันคือเครื่องมือวัดทิศทางลมมรสุมที่สัมพันธ์กับระดับน้ำ... คามิน ดูนี่สิ ถ้าเราขยับไม้แผ่นนี้ตามทิศทางที่ลมหมุนวนตอนนี้นะ...”
รินลองหมุนแผ่นไม้ตามแรงลมที่ปั่นป่วน ทันใดนั้น รอยสลักที่ดูเหมือนลายเส้นไร้ความหมายก็เรียงตัวกันเป็นรูปร่างที่คล้ายกับปากทางเข้าแคบๆ ระหว่างสองเนินดินที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเพราะน้ำลด
“พิกัดนั่น...” รินชี้ไปที่จุดที่เงาของยอดไม้ทอดลงมาทับซ้อนกับรอยสลักบนไม้ “มันอยู่ตรงรอยต่อของคลองสายเก่าที่ถูกถมไปแล้ว... ตรงจุดที่กระแสน้ำวนนั่นแหละ คือทางเข้าสู่คลองคำสาป”
คามินมองตามนิ้วของเธอไปที่ผืนน้ำที่กำลังสงบลงอย่างผิดปกติ “ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง การที่น้ำลดลงแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการเปิดทางให้เราเข้าถึงมันได้ง่ายขึ้น... หรือไม่ก็มันคือกับดักที่ธรรมชาติกำลังเตือนเรา
รินกำแผ่นไม้แน่น ความกลัวยังคงอยู่ แต่ความต้องการจะหาคำตอบนั้นมากกว่า “เราต้องไปก่อนที่น้ำจะกลับมาเป็นปกติ หรือก่อนที่นายหัวเดชาจะรู้ว่าเราเจอทางเข้าแล้ว”
ขณะที่เธอกำลังจะเดินไปที่เรือ เสียงระฆังจากเรือตรวจการณ์ของกลุ่มนายหัวเดชาก็ดังขึ้นจากปลายคลอง แสงไฟสปอตไลท์ขนาดใหญ่เริ่มกวาดผ่านผิวน้ำมุ่งตรงมายังแพของพวกเขา
“พวกนั้นมาแล้ว!” คามินกระซิบพลางรีบคว้าเครื่องมือช่าง
รินไม่รอช้า เธอรีบกระโดดขึ้นเรือเนื้อดำ ลมมรสุมที่เคยปั่นป่วนเริ่มสงบลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าขนลุกและทิศทางน้ำที่เปลี่ยนไปอย่างถาวร
--- รินเห็นนิมิตผ่านความทรงจำที่อ่อนกำลังของเถาว์ ทำให้เธอค้นพบว่าการลดลงผิดปกติของระดับน้ำคือสัญญาณการเปิดทางเข้าสู่คลองคำสาป และเธอสามารถระบุพิกัดทางเข้าได้จากรอยสลักบนแผ่นไม้โบราณ ท่ามกลางการคุกคามจากเรือตรวจการณ์ของกลุ่มนายหัวเดชา