← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 53Free

ตอนที่ 53 — เงาแห่งอดีตและดวงตาในความมืด

ความเงียบที่ปกคลุมโถงวิหารใต้บาดาลนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของพายุ มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้ง ราวกับว่ามวลน้ำมหาศาลรอบกายกำลังกดทับจนอากาศในปอดของรินแทบจะกลายเป็นของเหลว ร่างของเธอสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก ท่ามกลางแสงสลัวจากคริสตัลเรืองแสงที่แตกหัก รินพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายจากการถูกดูดดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความจริง

“ริน! ตั้งสติไว้!” เสียงของชายที่ไร้หน้ากาก—ชายที่มีรอยแผลเป็นประดับบนใบหน้าเหมือนกับรอยสักของเธอ—ดังขึ้นข้างหู เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม แต่เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตัวถึงขีดสุด มือของเขาที่บีบข้อมือเธอไว้นั้นแข็งแกร่งและเย็นจัด ราวกับเขากำลังพยายามดึงวิญญาณของเธอไม่ให้หลุดลอยไปกับกระแสน้ำ

รินพยายามจะเปล่งเสียงถามว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ออกมามีเพียงเสียงสำลักน้ำและเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เธอพยายามกวาดสายตามองไปรอบตัว สิ่งที่เห็นไม่ใช่เรือนแพที่คุ้นเคย หรือตลาดน้ำที่คึกคัก แต่เป็นโถงหินขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของวิหารโบราณที่ถูกลืมเลือน ผนังหินรอบข้างสลักลวดลายที่ดูคล้ายกับรอยสักบนแขนของเธออย่างน่าประหลาด ลวดลายเหล่านั้นดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ภายใต้แสงสลัว ราวกับว่าวิหารแห่งนี้มีลมหายใจเป็นของตัวเอง

“เราอยู่ในส่วนลึกของรอยแยก...” ชายคนนั้นกล่าวพลางขยับตัวบังร่างของเธอไว้ เขาชักดาบสั้นที่ทำจากกระดูกปลาขนาดใหญ่ขึ้นมา แสงสะท้อนจากใบมีดดูคมกริบและเย็นเยียบ “และเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน”

คำพูดของเขาทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อเธอสังเกตเห็นเงาร่างหลายร่างที่กำลังเคลื่อนที่ผ่านม่านน้ำวนขนาดใหญ่ที่ปากทางเข้าอุโมงค์ พวกเขาเคลื่อนไหวเงียบเชียบราวกับนักล่าในความมืด และจากเครื่องแบบที่เปียกชุ่ม รินจำได้ทันทีว่าคือใคร... กลุ่มคลื่นม่านบัง พวกมันตามรอยพลังงานจากรอยสักของเธอมาจนถึงที่นี่

“แต่พวกมันมาที่นี่ได้ยังไง? ใต้บาดาลขนาดนี้...” รินพยายามเค้นเสียงถาม ความสับสนทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง

“พลังของเธอไม่ได้แค่ดึงดูดพวกมัน แต่มันกำลัง ‘เรียก’ ทุกอย่างที่หิวโหยให้เข้าหา” ชายคนนั้นตอบ เสียงของเขาทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทว่า สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินต้องหยุดชะงัก ไม่ใช่กลุ่มคนลึกลับที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่เป็นสิ่งที่อยู่ ‘ข้างหลัง’ พวกเขาต่างหาก ในความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าปลายโถงถ้ำ ดวงตาสีเหลืองอำพันขนาดมหึมาคู่หนึ่งได้เปิดขึ้นอย่างช้าๆ มันไม่ได้จ้องมองมาที่พวกเขาด้วยความโกรธแค้น แต่มันจ้องมองมาด้วยความหิวโหย... หิวโหยในสิ่งที่รอยสักบนตัวเธอกำลังเป็นอยู่ ราวกับว่าเธอคืออาหารจานหลักที่มันรอคอยมานานนับศตวรรษ

ดวงตาคู่นั้นไม่มีรูม่านตาที่ชัดเจน แต่มันคือหลุมดำที่บรรจุความว่างเปล่าของจักรวาลไว้ข้างใน รินรู้สึกได้ว่ารอยสักที่แขนของเธอเริ่มเต้นเป็นจังหวะรุนแรงขึ้น มันไม่ได้เพียงแค่ส่องแสง แต่มันกำลัง ‘กรีดร้อง’ ผ่านผิวหนังของเธอ ส่งผ่านความรู้สึกของความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว ราวกับว่ามันกำลังพยายามจะสื่อสารกับดวงตาคู่นั้น

“วิ่ง!” ชายคนนั้นตะโกนสุดเสียง พร้อมกับกระชากแขนเธอให้ถอยร่นไปทางผนังถ้ำ

รินไม่มีเวลาแม้แต่จะตั้งสติ เธอออกแรงเฮือกสุดท้ายพยุงร่างกายที่บอบช้ำขึ้น แต่ทว่าแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ก็ดังขึ้น ตึก... ตึก... มันเป็นเสียงที่หนักหน่วงราวกับมีมวลมหาศาลกำลังก้าวเดินผ่านม่านน้ำเข้ามา แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผ่านพื้นหินขึ้นมาถึงหน้าอกของเธอ ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้และหวาดหวั่นจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่

“ริน! อย่ามองดวงตาของมัน!” ชายคนนั้นตะโกนซ้ำอีกครั้ง พยายามจะดึงเธอหลบเข้าสู่เงามืดของซอกหิน

แต่สายตาของรินกลับไม่อาจละไปจากดวงตาคู่นั้นได้เลย มันเหมือนมีแรงดึงดูดมหาศาลที่พยายามจะกระชากวิญญาณของเธอออกไปจากร่าง รอยสักบนแขนของเธอขยายตัวกว้างขึ้นจนดูเหมือนมันกำลังจะกลืนกินแขนทั้งข้างของเธอไปในแสงสีครามที่สว่างจ้าจนแสบตา ในขณะที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง เสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาดำขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะขยายตัวออกไปตามความกว้างของโถงถ้ำ

แรงดันน้ำรอบกายเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุทอร์นาโดใต้น้ำ รินรู้สึกว่าโลกที่เธอเคยรู้จัก—โลกของตลาดน้ำ เรือนแพ และสายน้ำที่ไหลอย่างเป็นธรรมชาติ—กำลังจะเลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วยความจริงที่สยดสยองยิ่งกว่า

“ริน! จับมือฉันไว้!” ชายคนนั้นตะโกนอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงคำรามของสิ่งบรรพกาลที่ดังสนั่นจนหูของเธออื้ออึง

รินมองมือที่ยื่นมานั้นด้วยความลังเล ใจหนึ่งเธอต้องการความช่วยเหลือจากเขา แต่อีกใจหนึ่งรอยสักบนผิวหนังกลับเตือนเธอว่า... มือคู่นี้อาจจะเป็นคนสุดท้ายที่เธอจะได้สัมผัส ก่อนที่เธอจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสน้ำนิรันดร์ที่ไม่มีวันหวนกลับ

--- รินและชายปริศนาตื่นขึ้นในวิหารใต้บาดาลที่ลึกลับ แต่กลับถูกล้อมด้วยกลุ่มคลื่นม่านบังและสิ่งมีชีวิตบรรพกาลที่มีดวงตายักษ์จ้องมองเธอด้วยความหิวโหย