← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 22Free

ตอนที่ 22 — รอยเท้าบนเลนโคลนและไอหมอกกลางป่าโกงกาง

เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เหยียบลงบนดินเลนดัง แฉะ แฉะ ไล่หลังมาไม่หยุดหย่อน รินหอบหายใจจนตัวโยน แผ่นหลังของเธอพิงกับรากโกงกางขนาดใหญ่ที่ขดตัวเหมือนงูยักษ์ ความเย็นของเปลือกไม้ที่เปียกชื้นไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายที่กำลังเดือดพล่านได้เลย

“นังริน! ออกมาเดี๋ยวนี้! นายหัวบอกว่าถ้าเดินออกมาเอง จะไม่คิดมากเรื่องที่มึงไปปั่นหัวชาวบ้าน!” เสียงตะโกนของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้นข้ามลำคลองแคบๆ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความรำคาญใจมากกว่าความโกรธแค้น ซึ่งนั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะมันหมายความว่าพวกเขาไม่ได้มองว่าเธอเป็นศัตรูที่ต้องเกรงใจ แต่เป็นเพียงสิ่งกีดขวางที่ต้องกำจัด

ผมมองดูเธอจากมุมที่แสงสว่างเข้าไม่ถึง รินกำมีดพกในมือแน่นจนข้อนิ้วเป็นสีขาว เธอพยายามกลั้นลมหายใจเพื่อไม่ให้เสียงหอบนั้นหลุดออกมา ผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอากาศ—มันไม่ใช่แค่แรงสั่นจากฝีเท้าคน แต่มันคือแรงสั่นจากความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจของเธอ ผมรู้ดีว่าถ้าเรายังอยู่ตรงนี้ต่อไป อีกไม่เกินสิบนาที พวกมันจะล้อมรากไม้พวกนี้ไว้จนหมด

“เถาว์... ช่วยด้วย...” เสียงกระซิบที่แผ่วเบาจนเกือบกลืนไปกับเสียงแมลงกลางคืนหลุดออกมาจากริมฝีปากของริน เธอไม่ได้พูดออกมาดังๆ แต่ผมได้ยินมันชัดเจนในมวลอากาศ

ผมไม่มีทางเลือก ผมเริ่มขยับมวลสารที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในตัวเพื่อแทรกซึมลงไปในผืนน้ำรอบๆ รากโกงกาง การขยับตัวของผมไม่ใช่การเคลื่อนที่ แต่เป็นการบิดเบือนความจริงรอบตัว ทันทีที่ผมเริ่มดึงพลังงานมาใช้ อุณหภูมิรอบกายรินก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ลมมรสุมที่เคยพัดเอื่อยๆ กลับโหมกระชงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ใบโกงกางสั่นไหวรุนแรงจนดูเหมือนป่าทั้งป่ากำลังเต้นระบำด้วยความบ้าคลั่ง

“เฮ้ย! ลมมาจากไหนวะ? เมื่อกี้ยังนิ่งๆ อยู่เลย!” เสียงคนของนายหัวเดชาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันเจือด้วยความตื่นตระหนก

ผมรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี กดดันความหนาแน่นของอากาศรอบๆ กลุ่มคนเหล่านั้นให้กลายเป็นมวลน้ำที่มองไม่เห็น ผมเห็นรินขมวดคิ้วเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ลมพัดแรงขึ้นจนน้ำในคลองเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวเล็กๆ พัดพาเอาเศษใบไม้และดินเลนขึ้นมาฟุ้งกระจายในอากาศ

“พวกมันทำอะไรกันวะ! ดูนั่นสิ!” เสียงหนึ่งตะโกนลั่น

ผมตัดสินใจทุ่มกำลังเฮือกสุดท้าย ก่อร่างสร้างตัวขึ้นจากไอหมอกที่หนาทึบเหนือผิวน้ำ ผมไม่ได้ปรากฏตัวเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ แต่ผมทำให้มวลอากาศรอบๆ ตัวพวกมันบิดเบี้ยวจนกลายเป็นเงาร่างมหึมาที่สูงท่วมยอดโกงกาง ร่างนั้นไม่มีใบหน้า มีเพียงความมืดมิดที่เย็นเยียบและขยับไหวตามจังหวะลมมรสุมที่ผมเร่งเร้าขึ้น

“ผี! ผีป่า!”

เสียงตะโกนด้วยความขวัญเสียดังระงม กลุ่มชายฉกรรจ์ที่เคยเดินลุยโคลนอย่างมั่นใจ บัดนี้ต่างพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่าน บางคนลื่นไถลตกโคลนจนเสียหลัก บางคนวิ่งชนรากไม้จนร้องลั่น ความเป็นระเบียบที่นายหัวเดชาสั่งสมมาพังทลายลงเพียงเพราะเงาที่ผมสร้างขึ้นจากความว่างเปล่า

แต่ราคาที่ผมต้องจ่ายมันสูงเหลือเกิน ร่างกายของผมรู้สึกเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ความรู้สึกเหมือนถูกน้ำร้อนลวกแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูที่ผมดำรงอยู่ ผมเห็นรินทรุดตัวลงข้างรากไม้ เธอไม่ได้ดีใจที่พวกนั้นหนีไป แต่เธอกำลังจ้องมองมาทางที่ผมอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและร่องรอยของความเหนื่อยล้า

“ไป! ริน! เร็วเข้า!” ผมพยายามสื่อสารผ่านแรงสั่นสะเทือนในอากาศเพื่อเตือนเธอ แม้จะรู้ว่าเธออาจจะไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง

รินลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เธอไม่รอช้าที่จะใช้จังหวะที่ความวุ่นวายยังไม่สงบลง เธอวิ่งลัดเลาะไปตามทางน้ำแคบๆ ที่มีเพียงสัตว์น้ำและแมลงเท่านั้นที่รู้จัก ผมต้องใช้พลังที่เหลือเพียงน้อยนิดประคองมวลอากาศให้เย็นลงเพื่อปิดบังร่องรอยความร้อนจากลมหายใจของเธอ

เราวิ่งมาจนถึงจุดที่น้ำนิ่งที่สุด ใกล้กับโขดหินใหญ่ที่ถูกรากไม้ปกคลุมจนดูเหมือนปากของอสูรกาย รินพบช่องว่างเล็กๆ ใต้โพรงหินที่ถูกน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นถ้ำใต้ดินขนาดเล็ก เธอคว้าแขนผม—หรืออย่างน้อยก็คว้าไปในจุดที่ผมพยายามทำให้หนาแน่นที่สุด—แล้วลากตัวเองเข้าไปในความมืด

ภายในถ้ำนั้นเงียบสงัด มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหิน ติ๋ง... ติ๋ง... รินพิงหลังกับผนังถ้ำที่ชื้นแฉะ ลมหายใจของเธอกลับมาเป็นจังหวะปกติแต่ยังคงหนักหน่วง เธอหันมามองรอบๆ ในความมืดมิดนั้น

“เถาว์... นายยังอยู่ตรงนี้ใช่ไหม?” เธอถามเบาๆ มือยังคงกำมีดแน่น

ผมไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ผมเลือกที่จะปล่อยความอบอุ่นจางๆ ออกมาในอากาศรอบตัวเธอ เพื่อให้เธอรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้ปลอดภัย ผมมองดูเธอที่กำลังพยายามจัดระเบียบเสื้อผ้าที่เปื้อนโคลน ขณะที่ภายนอกถ้ำ เสียงตะโกนด่าทอของพวกคนของนายหัวเดชายังคงดังแว่วมา แต่พวกมันไม่กล้าเข้ามาใกล้บริเวณนี้อีกแล้ว เพราะป่าโกงกางแห่งนี้ได้เปลี่ยนสภาพเป็นดินแดนต้องห้ามไปเรียบร้อยแล้ว

ผมรู้สึกถึงความอ่อนแรงที่ถาโถมเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไปในความสัมพันธ์ระหว่างเรา... ความลับที่ผมยังบอกเธอไม่ได้ ความจริงที่ว่าผมไม่ใช่แค่ความทรงจำที่อบอุ่นอย่างที่เธอคิด แต่ผมคือสิ่งที่มีอำนาจทำลายล้างได้มากกว่าที่เธอจะจินตนาการออก

--- รินพยายามหนีจากการไล่ล่าของคนของนายหัวเดชาในป่าโกงกาง โดยมีเถาว์ใช้พลังสร้างปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัวเพื่อข่มขวัญศัตรู จนทั้งคู่สามารถหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวในถ้ำใต้ดินได้สำเร็จ