← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 114Free

ตอนที่ 114 — เสียงก้องกลางห้องโถงกระจก

“คุณรินครับ กรุณาก้าวขึ้นมาบนเวทีด้วยครับ”

เสียงประกาศจากลำโพงดังก้องสะท้อนไปตามผนังกระจกทรงโค้งของหอประชุมนานาชาติริมฝั่งปากแม่น้ำมรสุม รินขยับเสื้อสูทผ้าไหมทอมือสีครามเข้มของเธอให้เข้าที่ มือที่เคยกร้านจากการดึงเชือกเรือและซ่อมแซมเครื่องยนต์เรือหางยาวบัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เธอเดินผ่านแถวที่นั่งของเหล่าทูตานุทูตและเจ้าของสัมปทานลำคลอง

เธอมองไปที่พื้นหินอ่อนขัดมันจนเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง ‘ถ้าเป็นเมื่อก่อน ป่านนี้ฉันคงกำลังนั่งขูดคราบตะไคร่ออกจากใต้ท้องเรืออยู่แน่ๆ’ เธอคิดในใจพลางสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้องนี้ช่างต่างจากกลิ่นดินโคลนและน้ำเค็มที่เธอคุ้นเคยเสียเหลือเกิน

“รางวัลเกียรติยศสาขาสันติภาพแห่งสายน้ำ มอบให้แก่คุณริน ผู้พิทักษ์คลองคำสาปและผู้บุกเบิกการอนุรักษ์ระบบนิเวศสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ”

เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว รินก้าวขึ้นไปบนเวทีไม้สักทองที่ขัดจนเงาวับ เธอเห็นคามินนั่งอยู่ที่แถวหน้าสุด เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเรียบ ดูสุภาพและสงบนิ่งเหมือนทุกครั้ง แต่รินสังเกตเห็นปลายนิ้วของเขาที่เคาะลงบนเข่าเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—จังหวะที่เขามักจะใช้เวลาคำนวณโครงสร้างไม้ที่ซับซ้อน เขาพยายามทำตัวให้ดูเป็นปกติ แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววภูมิใจจนปิดไม่มิด

รินรับโล่แก้วคริสตัลที่มีรูปทรงคล้ายคลื่นน้ำมาจากประธานในพิธี เธอไม่ได้มองที่ตัวรางวัล แต่มองไปยังกลุ่มคนในชุดสูทสีดำที่นั่งอยู่มุมห้อง หนึ่งในนั้นคือ นายหัวเดชา เขานั่งไขว่ห้าง ใบหน้าเรียบเฉยราวกับรูปสลักหิน แววตาที่จ้องมองมาไม่ได้มีความยินดี แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังประเมินมูลค่าของเหยื่อ

“ขอบคุณทุกท่านค่ะ” รินเริ่มพูด เสียงของเธอไม่ได้นุ่มนวลแบบนักการเมือง แต่มีความหนักแน่นแบบคนเรือ “หลายคนเรียกสิ่งที่ฉันทำว่าการอนุรักษ์ แต่สำหรับชาวเรือริมน้ำอย่างเรา มันไม่ใช่การอนุรักษ์... มันคือการเอาชีวิตรอด”

เธอเว้นจังหวะ มองไปที่กล้องถ่ายทอดสดที่กำลังส่งสัญญาณไปทั่วโลก

“พวกคุณอาจจะมองว่าคลองคำสาปคืออุปสรรคต่อการสร้างเขื่อน คือทางน้ำที่ควรถูกปิดกั้นเพื่อสร้างเส้นทางเดินเรือสายหลักที่ทำกำไรได้มากกว่า แต่พวกคุณลืมไปหรือเปล่าว่า เมื่อไหร่ที่กระแสน้ำถูกบังคับให้เดินตามใจมนุษย์ เมื่อนั้นสมดุลของโลกก็จะพังทลายลง”

เสียงพึมพำเริ่มดังขึ้นในหมู่ผู้ถือหุ้นกลุ่มทุนต่างถิ่น รินไม่หยุดเพียงแค่นั้น เธอขยับเข้าไปใกล้ไมโครโฟนมากขึ้น

“การสร้างเขื่อนเพื่อผูกขาดเส้นทางอาจจะทำให้ตัวเลขในบัญชีของคุณเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ถ้าวันหนึ่งน้ำขึ้นน้ำลงผิดเพี้ยนไปจากกฎแห่งกระแสน้ำที่บรรพบุรุษเราเคารพ วันนั้นกำไรที่คุณสร้างมาจะจมหายไปใต้โคลนตมพร้อมกับเรือทุกลำในแถบนี้ อย่าพยายามเปลี่ยนแม่น้ำให้กลายเป็นท่อส่งน้ำเพื่อธุรกิจ แต่จงเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันเหมือนที่พวกหมอผีริมน้ำเล่าขานถึงคำทำนายแห่งดวงดาว... ว่าสักวันหนึ่ง ความสมดุลจะกลับมา และโลกจะถูกรวมเป็นหนึ่งด้วยวิถีที่ยั่งยืน ไม่ใช่ด้วยแรงบีบบังคับของเขื่อนคอนกรีต”

รินพูดจบด้วยน้ำเสียงที่กังวานและเด็ดขาด เธอไม่ได้ขอความเมตตา แต่เธอกำลังสั่งสอนโลกผ่านความจริงที่เธอเผชิญมา

เสียงปรบมือระลอกใหม่ดังขึ้น ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เสียงตามมารยาท แต่มันคือเสียงของความตระหนักรู้ที่พุ่งพล่านไปทั่วห้องโถง รินเห็นผู้คนในห้องเริ่มหันไปกระซิบกระซาบกันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

หลังจบพิธี รินเดินลงจากเวทีเพื่อหลบไปพักผ่อนในห้องรับรองส่วนตัว เธอต้องการความเงียบ คามินเดินตามเธอมาติดๆ เขาประคองแก้วน้ำเย็นมาให้เธอ

“คุณทำได้เยี่ยมมากริน” คามินพูดพลางจัดระเบียบปกเสื้อให้เธออย่างเบามือ “แต่ผมเกรงว่าคำพูดของคุณเมื่อกี้... มันเหมือนการประกาศสงครามกับนายหัวเดชาโดยตรงเลยนะ”

“ถ้าการพูดความจริงคือการประกาศสงคราม ฉันก็พร้อมจะออกรบตั้งแต่วันแรกที่ลงเรือแล้วคามิน” รินตอบพลางรับแก้วน้ำมาดื่ม

“แต่คุณต้องระวัง” คามินลดเสียงลง “สวนพฤกษศาสตร์ที่เราสร้างด้วยกลไกน้ำ... มันเป็นเป้าหมายต่อไปของเขา เขาต้องการที่ดินตรงนั้นเพื่อขยายท่าเรือ”

รินพยักหน้า เธอรู้ดี ความสงบสุขที่เธอได้รับในวันนี้เป็นเพียงฉากหน้าของพายุที่กำลังก่อตัว

ทันใดนั้นเอง ขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากตอบ พื้นห้องรับรองที่ปูด้วยหินอ่อนหนาหนักก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันไม่ใช่การสั่นจากการเคลื่อนที่ของเรือ หรือแรงลมมรสุม แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่ลึกมาจากใต้ดิน

ครืน... ครืน...

“เกิดอะไรขึ้น!” รินอุทาน มือคว้าขอบโต๊ะไว้แน่น

คามินหน้าซีดเผือด “มันไม่ใช่แผ่นดินไหว... แรงสั่นมันมาจากใต้ฐานรากของอาคารนี้!”

รินมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานยักษ์ เธอเห็นแสงสีครามประหลาดสว่างวาบขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดินใต้สวนพฤกษศาสตร์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล แสงนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสลับกับแรงสั่นที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแก้วน้ำในมือเธอร่วงหล่นแตกกระจาย

“คามิน! ไปที่สวน!” รินตะโกนสั่ง แววตาของเธอไม่ได้มีความกลัว แต่มีความมุ่งมั่นที่พลุ่งพล่าน

ขณะที่พวกเขาวิ่งออกจากห้องโถง เสียงแตกกระจายของกระจกบานใหญ่ก็ดังสนั่น พร้อมกับแสงสว่างลึกลับที่เริ่มแผ่ขยายออกมาจากใต้ฐานรากของพิพิธภัณฑ์ ราวกับว่ามีบางสิ่งที่มีพลังมหาศาลกำลังพยายามจะตื่นขึ้นจากความหลับใหลใต้ผืนดินมรสุมแห่งนี้

--- รินได้รับรางวัลระดับนานาชาติและใช้โอกาสนี้ประกาศจุดยืนปกป้องสมดุลธรรมชาติจากการขยายตัวของกลุ่มทุน แต่ในขณะที่เธอกำลังฉลองความสำเร็จ กลับเกิดแรงสั่นสะเทือนและแสงลึกลับปะทุขึ้นจากใต้ฐานรากของอาคาร