← All chapters

The Monsoon Pier

Chapter 11Free

ตอนที่ 11 — แสงสีฟ้าใต้ดินเลน

กลิ่นดินชื้นแฉะและไอระเหยจากโคลนตมลอยขึ้นมาปะทะจมูกทันทีที่รินพายเรือพ้นจากแนวรากโกงกางที่พันกันยุ่งเหยิง ความเงียบที่เข้าปกคลุมหลังจากเสียงฝีเท้าของพวกคนงานนายหัวเดชาจางหายไปนั้นไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความเงียบที่น่าอึดอัด ราวกับผืนน้ำกำลังกลั้นหายใจรอคอยอะไรบางอย่าง รินหยุดเรือพายลงที่ริมตลิ่งดินเลนที่ขุ่นมัว เธอทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเรือที่เปียกชื้น พยายามควบคุมจังหวะการหายใจที่หอบถี่ให้กลับมาเป็นปกติ มือที่กำไม้พายยังคงสั่นเทาจนเธอต้องวางมันลงข้างกาย

เธอยกมือขึ้นเช็ดคราบโคลนที่เปื้อนแก้ม แต่นัยน์ตากลับยังคงจับจ้องไปที่จุดเดิม—จุดที่ท่อโลหะมหึมานั่นฝังตัวอยู่ใต้ผิวน้ำ จุดที่เธอเห็นแสงสีฟ้าประหลาดวูบวาบอยู่ใต้ดินเลน แสงนั้นไม่ใช่แสงสะท้อนจากตะเกียง หรือความสว่างจากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านม่านเมฆมรสุม แต่มันเป็นแสงที่มีจังหวะการเต้นที่สม่ำเสมอ ราวกับมันมีชีพจรเป็นของตัวเอง

“หัวใจของน้ำ...” รินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอกลายเป็นเสียงกระซิบที่หายไปในสายลมเย็นเยียบที่เริ่มพัดแรงขึ้น

เธอก้มลงเปิดสมุดบันทึกของปู่ที่เปียกชื้นเล็กน้อย นิ้วมือลูบไล้ไปตามลายเส้นที่เธอเพิ่งอ่านจบไปในตอนก่อนหน้า ความคิดของเธอวนเวียนอยู่กับคำพูดของคนงานเหล่านั้น 'ขุดคลองใหม่ตามแบบที่ท่านต้องการ' นายหัวเดชาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ควบคุมการเดินเรือ แต่เขากำลังพยายามเปลี่ยนโครงสร้างทางกายภาพของเดลต้าทั้งหมด เขากำลังจะเปลี่ยนแม่น้ำที่มีชีวิตให้กลายเป็นเพียงท่อระบายน้ำที่ถูกควบคุมด้วยฟันเฟืองและเหล็กกล้า

รินมองดูแผนที่ในมืออีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้มองหาเส้นทางเดินเรือ แต่มองหา 'จุดเชื่อมต่อ' เธอพยายามจินตนาการว่าหากท่อเหล็กพวกนั้นสูบน้ำออกไปในปริมาณมหาศาล น้ำที่ถูกสูบไปจะไหลไปรวมกันที่ไหน? มันจะถูกกักเก็บไว้ในเขื่อนเทียมที่พวกเขากำลังสร้าง หรือมันกำลังถูกส่งไปสู่ที่ใดที่ลึกกว่านั้น?

ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านจากฝ่าเท้าขึ้นมาถึงสันหลัง ไม่ใช่ความเย็นจากอากาศ แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนจางๆ ที่ส่งมาจากใต้ผืนดินเลน รินขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างระแวดระวัง เธอจ้องมองลงไปในน้ำที่นิ่งสนิทจนดูเหมือนกระจกสีดำ

วูบ...

แสงสีฟ้านั่นปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนกว่าเดิม มันไม่ได้อยู่แค่ใต้ดินเลน แต่มันดูเหมือนกำลังเคลื่อนที่ผ่านรากไม้โกงกางที่อยู่ใต้ผิวน้ำอย่างช้าๆ มันเป็นเส้นสายของแสงที่พลิ้วไหวราวกับริบบิ้นใต้กระแสน้ำ รินเอื้อมมือไปแตะผิวน้ำที่เย็นจัด ความรู้สึกที่ส่งผ่านปลายนิ้วไม่ใช่แค่ความเย็น แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล เหมือนเสียงฮัมเพลงเบาๆ ที่ดังมาจากก้นบึ้งของโลก

“ริน!” เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้เธอสะดุ้งโหยง รินรีบชักมือกลับและคว้าตะเกียงขึ้นมา แสงไฟวูบไหวทำให้เธอเห็นเงาร่างของคามินที่กำลังพายเรือลำเล็กตรงมาหาเธอจากทางด้านหลัง

“คุณมาทำอะไรที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ?” คามินถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล เขาดูเหนื่อยล้าจากการทำงานในอู่เรือ ใบหน้าของเขาเปื้อนคราบน้ำมันและเขม่าไฟ “ผมเห็นเรือคุณจอดนิ่งอยู่ตรงนี้ แถมยังพายหลบเข้ามาในเขตป่าโกงกางด้วย ผมกลัวว่าคุณจะไปเจอพวกคนของนายหัวเดชาเข้า”

รินมองหน้าเขา ความจริงที่เธอเพิ่งเจอมามันหนักอึ้งเกินกว่าจะเล่าให้คนที่มีภาระต้องแบกรับความลับเรื่องเรือกลไกอย่างเขาฟังได้ง่ายๆ แต่เธอก็รู้ว่าเขาคือคนเดียวที่เธอจะเชื่อใจได้ในตอนนี้

“ฉันเจออะไรบางอย่าง คามิน...” รินเริ่มพูด เสียงของเธอหนักแน่นขึ้น “นายหัวไม่ได้แค่จะสร้างทางน้ำใหม่ แต่เขากำลังขโมย 'บางอย่าง' ที่มากกว่าแค่น้ำ”

คามินขมวดคิ้ว ขยับเรือเข้ามาใกล้จนเกือบชิดเรือของริน “ขโมยอะไร? เขาก็แค่สร้างเส้นทางค้าขายเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่ใช่แค่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ” รินสบตาเขา ดวงตาของเธอเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นที่ปนเปกับความกลัว “เขากำลังทำลายสมดุลของเดลต้า คามิน... ท่อพวกนั้นมันสูบน้ำออกไปเพื่อเปิดทางให้กับการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่า และแสงที่ฉันเห็น... มันเหมือนกับสิ่งที่ปู่เคยเขียนไว้ในบันทึก มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่มันคือ 'ชีพจร' ของลำน้ำนี้”

คามินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองไปที่ทิศทางของอู่เรือที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ “ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นจริง... นายหัวเดชากำลังเล่นกับสิ่งที่เขาไม่เข้าใจ เขาคิดว่าเขาควบคุมธรรมชาติได้ด้วยเครื่องจักร แต่ถ้าธรรมชาติโต้กลับล่ะ?”

“นั่นคือสิ่งที่ฉันกลัว” รินตอบ “และฉันคิดว่าคลองที่หายไป... คลองที่ปู่บอกว่าไม่มีอยู่ในแผนที่ มันอาจจะเป็นจุดที่แสงพวกนี้ไหลมารวมกัน มันอาจจะเป็นทางระบายพลังงานที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรักษาความสมดุลของเดลต้า และนายหัวกำลังจะไปปิดกั้นมัน”

คามินกำขอบเรือแน่น “ถ้าอย่างนั้น แผนการสร้างเรือกลไกของผมอาจจะไม่ได้มีไว้แค่เพื่อสู้กับกระแสน้ำที่เชี่ยวกรำ แต่มันอาจจะต้องมีไว้เพื่อปกป้องสิ่งที่อยู่ใต้ดินเลนพวกนี้ด้วย”

รินพยักหน้าช้าๆ ท่ามกลางเสียงลมมรสุมที่เริ่มโหมกระหน่ำขึ้นอีกครั้ง ลมแรงพัดพาเอากลิ่นดอกมะลิที่รุนแรงผิดปกติขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเหมือนคราวก่อน แต่มันกลับให้ความรู้สึกเตือนภัย ราวกับว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า เวลาของพวกเขากำลังจะหมดลง

“เราต้องหาทางเข้าถึงจุดที่ท่อพวกนั้นเชื่อมต่อกับลำน้ำสายเก่า” รินสรุป “ถ้าเราไม่รู้ว่าน้ำถูกสูบไปที่ไหน เราก็ไม่มีทางหยุดเขาได้”

ขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนกันอยู่นั้นเอง เสียงระเบิดเบาๆ ก็ดังขึ้นมาจากทางทิศเหนือ—ทิศทางที่ตั้งของเขื่อนกั้นน้ำชั่วคราวที่นายหัวเดชาเพิ่งสั่งสร้าง คลื่นน้ำขนาดใหญ่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว แต่มันไม่ใช่คลื่นมรสุมธรรมดา มันคือคลื่นที่มีสีฟ้าจางๆ ผสมอยู่ในฟองคลื่น

“ริน! รีบพาย! คลื่นกำลังมา!” คามินตะโกน

รินไม่ได้พายหนีไปตามทิศทางปกติ เธอหันกลับไปมองแสงสีฟ้าที่กำลังพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินเลนใต้เท้าของเธอ มันเริ่มขยายตัวและสว่างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่ามันกำลังตอบรับต่อเสียงระเบิดนั้น ในวินาทีที่คลื่นยักษ์กำลังจะซัดเข้าหาเรือของพวกเขารินเห็นภาพหลอนของคลองสายหนึ่งที่กว้างใหญ่และงดงามกว่าที่เธอเคยจินตนาการ คลองที่เต็มไปด้วยแสงสีฟ้าไหลเวียนเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของโลก

‘...จงตามหา... หัวใจของน้ำ...’ เสียงกระซิบนั้นดังชัดเจนขึ้นในหัวของเธอ พร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่ทำให้โลกทั้งใบของรินกลายเป็นสีฟ้าสว่างจ้า

เมื่อแสงจางลง รินพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในเรือลำเดิมอีกต่อไป เรือของเธอและคามินถูกซัดเข้ามาติดอยู่ในร่องน้ำแคบๆ แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยรากไม้และโคลนตม แต่มันไม่ใช่ร่องน้ำที่เธอรู้จัก มันคือลำน้ำที่มีน้ำใสสะอาดผิดปกติ และที่สำคัญที่สุด... มันมีกำแพงดินเลนที่สูงชันขนาบข้าง ราวกับเป็นอุโมงค์ธรรมชาติที่ถูกซ่อนไว้มานานนับศตวรรษ

“เราอยู่ที่ไหนกันเนี่ย...” คามินพึมพำพลางพยายามประคองตัวขึ้นจากพื้นเรือที่เปียกโชก

รินไม่ได้ตอบ เธอเพียงแต่ก้มลงมองที่สมุดบันทึกของปู่ ซึ่งบัดนี้หน้ากระดาษที่เคยว่างเปล่าในส่วนของแผนที่คลองที่หายไป กลับมีเส้นทางเดินเรือสีฟ้าเรืองแสงค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวกับมันเพิ่งถูกเขียนขึ้นด้วยหยดน้ำจากสรวงสวรรค์

เธอไม่ได้อยู่ที่เดลต้าที่เธอรู้จักอีกต่อไปแล้ว แต่เธอได้ก้าวเข้าสู่ 'คลองที่หายไป' เข้าให้แล้วจริงๆ และสิ่งที่รอเธออยู่เบื้องหน้าในอุโมงค์น้ำแห่งนี้ อาจจะเป็นความจริงที่สั่นสะเทือนทั้งโลก Alcoron

--- รินและคามินพบว่าการสูบน้ำของนายหัวเดชาอาจเกี่ยวข้องกับพลังงานลึกลับใต้ดินเลน และในขณะที่กำลังเผชิญกับคลื่นประหลาด ทั้งคู่ก็ถูกซัดเข้าไปใน 'คลองที่หายไป' ตามแผนที่ของปู่