← All chapters

Echoes of the Spirit Valley

Chapter 12Free

ตอนที่ 12 — เสียงกระซิบจากรากไม้

ไพลินยืนตะลึงงันอยู่เบื้องหน้าต้นไม้บรรพกาลที่ถูกพันธนาการด้วยเถาวัลย์สีดำสนิท เถาวัลย์เหล่านั้นไม่ใช่เพียงกิ่งก้านที่เลื้อยพัน แต่เป็นเหมือนเส้นเลือดแห่งความมืดที่สูบฉีดชีวิตอันดำมหาศาลเข้าไปในเนื้อไม้โบราณ ราวกับจะกัดกินแก่นแท้ของมันให้จมดิ่งสู่ความว่างเปล่าที่เธอเคยเผชิญมา เสียงเพลงแห่งการเยียวยาที่เธอพยายามบรรเลงออกมาจากขลุ่ยวิญญาณโบราณนั้น กลับถูกกลืนกินไปกับเสียงครืดคราดของเถาวัลย์ ราวกับมันกำลังหัวเราะเยาะความพยายามอันไร้ผลของเธอ

"มันไม่พอ…" ซีพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างมองภาพเบื้องหน้า "เพลงแห่งการเยียวยาที่ไพลินใช้ในการรักษาตัวเอง หรือแม้แต่ต่อสู้กับเสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า มันไม่ได้มีพลังมากพอที่จะต่อกรกับความมืดที่กัดกินถึงรากของต้นไม้แห่งนี้"

ไพลินรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปทั่วร่าง ความกลัวอันคุ้นเคยเริ่มเกาะกุมหัวใจ เธอเคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน เมื่อเผชิญหน้ากับความไม่มั่นใจในตนเอง ความรู้สึกว่าตนเองไม่ดีพอที่จะแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ในฐานะผู้สืบทอดของหุบผาวิญญาณ บัดนี้ ความกลัวนั้นกำลังก่อร่างขึ้นใหม่ กลายเป็นพลังแห่งความมืดที่กำลังบั่นทอนความตั้งใจของเธอ

"แล้วเราจะทำอย่างไรดี ซี?" เสียงของเธอสั่นเครือ เถาวัลย์สีดำดูเหมือนจะขยับเข้ามาใกล้ขึ้น ราวกับจะโอบล้อมเธอเข้าไปในอ้อมกอดแห่งความสิ้นหวัง "ถ้าเพลงของเราไม่สามารถช่วยต้นไม้ต้นนี้ได้… แล้วพวกเราจะรักษาหุบเขาได้อย่างไร?"

ซีเดินเข้ามาประชิด จับมือของไพลินที่สั่นเทาไว้แน่น ฝ่ามือของเขาอบอุ่นราวกับเคยเป็น แต่กลับมีความเย็นเฉียบแฝงอยู่ภายใน "ไพลิน… ผู้พิทักษ์แห่งพงไพรได้บอกเราแล้ว" เขาพูดเสียงเบาแต่มั่นคง "เขาบอกว่า 'เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า' คือเงาของความกลัวในใจเรา และเราต้องเยียวยาตนเองก่อนจึงจะสามารถก้าวต่อไปได้… มันอาจจะไม่ใช่แค่ 'เพลงแห่งการเยียวยา' โดยตรง แต่อาจจะเป็น 'บทเพลง' ที่แตกต่างออกไป"

ไพลินเงยหน้ามองซี ดวงตาของเธอสะท้อนประกายของความหวังที่ริบหรี่ "บทเพลงที่แตกต่างออกไป? หมายความว่าอย่างไร?"

"ลองคิดดูสิ" ซีพยักหน้า "เพลงที่เราเคยได้ยินมา คือเพลงที่สืบทอดกันมา เพื่อรักษาโรค เพื่อสื่อสารกับบรรพบุรุษ… แต่มันไม่เคยถูกใช้เพื่อต่อสู้กับความมืดที่กัดกินถึงรากของ 'ต้นไม้แห่งชีวิต' แบบนี้มาก่อน บางที… บทเพลงที่ต้นไม้ต้องการ อาจไม่ใช่เพลงแห่งการรักษา แต่เป็นเพลงแห่ง… การปลดปล่อย? เพลงแห่งการต่อต้าน?"

ความคิดนั้นจุดประกายบางอย่างในใจของไพลิน เธอกำขลุ่ยวิญญาณโบราณในมือแน่น ความเย็นของมันปลุกเร้าความทรงจำเกี่ยวกับการฝึกฝนที่ยาวนาน เสียงเพลงที่เธอเคยบรรเลงเพื่อปลอบประโลมจิตใจของตนเอง เสียงเพลงที่เธอเคยใช้เพื่อระบายความรู้สึกทุกข์ระทม… มันไม่เคยเป็นเพลงที่สมบูรณ์แบบตามแบบแผน แต่เป็นเสียงที่ออกมาจากใจจริงของเธอ

"เพลงแห่งการเยียวยา…" ไพลินพึมพำ น้ำเสียงของเธอเริ่มเปลี่ยนไป จากความหวาดหวั่น กลายเป็นความมุ่งมั่น "มันอาจจะไม่ใช่แค่โน้ตเพลงที่ถูกต้อง หรือท่วงทำนองที่สืบทอดกันมา… แต่มันคือ…" เธอหลับตาลง สัมผัสถึงเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้ เสียงหยดน้ำที่ซึมซับลงสู่ดิน และเสียงของหัวใจเธอเองที่เต้นระส่ำอยู่ภายในอก "…มันคือเสียงสะท้อนของความหวังที่แท้จริง… ความหวังที่จะไม่ยอมแพ้"

เธอสูดลมหายใจลึก สูดกลิ่นอายของผืนป่าที่กำลังจะตาย กลิ่นอายของความสิ้นหวังที่คุกคามเข้ามา แล้วเธอเริ่มบรรเลง… แต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่ 'เพลงแห่งการเยียวยา' อย่างที่เธอเคยรู้จัก มันไม่ใช่ท่วงทำนองที่สงบเงียบ หรือเพลงที่อ่อนหวาน มันคือเสียงที่แหบพร่า… เสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด… แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว

โน้ตเพลงแต่ละตัวที่ออกมาจากขลุ่ย ไม่ได้ไหลลื่นเหมือนสายน้ำ แต่กลับพุ่งตรง ดุดัน และทรงพลัง มันเหมือนกับเสียงตะโกนของนักรบที่เข้าสู่สนามรบ เสียงคร่ำครวญของจิตวิญญาณที่ต่อสู้เพื่อชีวิต ไพลินไม่ได้พยายามจะรักษาต้นไม้โดยตรง แต่เธอกำลังส่งเสียงแห่งการต่อต้านเข้าไปในความมืด ราวกับจะบอกกับมันว่า 'พวกแกจะทำลายพวกเราไม่ได้'

เถาวัลย์สีดำที่พันรอบต้นไม้เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันเหมือนถูกกระตุ้นโดยพลังงานบางอย่างที่มันไม่เคยสัมผัสมาก่อน เสียงครืดคราดของมันดังขึ้น บ่งบอกถึงความไม่พอใจ ความรู้สึกที่ถูกรบกวน

"นั่นแหละ!" ซีอุทาน ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างดีใจ "ไพลิน! นายกำลังทำได้!"

ไพลินไม่ตอบ เธอเพียงแค่หลับตา และปล่อยให้เสียงเพลงไหลออกมาจากใจ เธอรู้สึกได้ถึงเส้นใยบางๆ ของความมืดที่เริ่มสลายไปจากต้นไม้ ราวกับมีดที่กรีดผ่านผ้าที่หนาแน่น แต่เถาวัลย์เหล่านั้นก็ยังคงแข็งแกร่ง ราวกับจะรวมตัวกันหนาแน่นขึ้นเพื่อต้านทานเสียงเพลงของเธอ

ทันใดนั้นเอง แผ่นหินสลักของพ่อที่ไพลินพกติดตัวมา ก็เริ่มส่องแสงสว่างวาบออกมา แสงสีขาวนวลที่อบอุ่นแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ไม่ใช่แสงสีแดงฉานที่เคยปรากฏเมื่อเผชิญหน้ากับ 'เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า' แสงนั้นอ่อนโยน แต่เปี่ยมด้วยพลัง

บนแผ่นหินสลัก ภาพของต้นไม้โบราณปรากฏขึ้นชัดเจนกว่าที่เคย แต่คราวนี้ ภาพนั้นไม่ใช่แค่ต้นไม้ที่ถูกพันธนาการ แต่เป็นภาพของรากไม้ที่แผ่กว้างออกไปใต้ผืนดิน รากเหล่านั้นไม่ได้ดูดซับพลังงานจากความมืด แต่กำลังทะลวงผ่านเข้าไปในชั้นหินลึกลงไปอีก ราวกับจะค้นหาแหล่งพลังงานที่บริสุทธิ์กว่า

"รากไม้…" ไพลินพึมพำ "พ่อ… พ่อกำลังบอกอะไรเรา?

ซีชี้ไปที่ภาพบนแผ่นหิน "ดูนั่นสิ ไพลิน! รากเหล่านั้น… มันไม่ได้พยายามจะต่อสู้กับความมืดโดยตรง แต่มันกำลัง…" เขาหยุดชะงัก นึกถึงคำพูดของผู้พิทักษ์แห่งพงไพร "…มันกำลังมองหา 'แก่นแท้' ของตัวเอง… แหล่งพลังที่แท้จริงของมัน"

ไพลินมองภาพนั้นด้วยความเข้าใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ เธอตระหนักได้ว่า การที่เธอบรรเลง 'เพลงแห่งการเยียวยา' ที่เธอเคยใช้รักษาตนเองหรือผู้อื่นนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะขับไล่ความมืดนี้ออกไปได้ เพราะความมืดนี้มันหยั่งรากลึกเกินกว่านั้น มันเป็นสิ่งที่กัดกินจากภายใน

"เพลงที่ต้นไม้ต้องการ…" ไพลินกล่าวเสียงแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ไม่ใช่เพลงที่จะรักษาบาดแผลภายนอก… แต่มันคือเพลงที่จะปลุก 'แก่นแท้' ของมันขึ้นมา… เพลงที่จะทำให้มันจำได้ว่ามันเป็นใคร… ว่ามันคือ 'หัวใจ' ของผืนป่า"

เธอเงยหน้ามองต้นไม้บรรพกาลอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่ใช่ความกลัวอีกต่อไป เธอเริ่มบรรเลงอีกครั้ง แต่ท่วงทำนองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงเพลงแห่งการต่อสู้ที่ดุดัน แต่มันคือเสียงเพลงที่อ่อนโยน สงบนิ่ง และเต็มไปด้วยความรัก ราวกับเสียงกระซิบแห่งธรรมชาติที่ปลอบประโลมจิตวิญญาณ

ท่วงทำนองนั้นค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในเนื้อไม้ ราวกับน้ำทิพย์ที่หยดลงบนดินที่แห้งแล้ง เถาวัลย์สีดำเริ่มคลายตัวออกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะถูกขับไล่ แต่เพราะมันไม่สามารถต่อต้านความสงบและความรักที่แท้จริงได้ เสียงเพลงของไพลินไม่ได้พยายามจะทำลายความมืด แต่กำลังปลุกพลังที่บริสุทธิ์ซึ่งซ่อนอยู่ในต้นไม้ให้ตื่นขึ้น

ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องลึกของป่า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของไพลิน ไม่ใช่เสียงของซี และไม่ใช่เสียงของเถาวัลย์ มันเป็นเสียงที่เก่าแก่… ลึกล้ำ… และเต็มไปด้วยอำนาจ

"ใคร… กล้า… รบกวน… การหลับใหล… ของข้า?"

ไพลินและซีกระโดดถอยหลังด้วยความตกใจ พวกเขามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ แต่เสียงนั้นยังคงดังอยู่ ราวกับมันมาจากทุกทิศทางในเวลาเดียวกัน

"นั่นมันอะไรน่ะ?" ไพลินถาม เสียงสั่นเล็กน้อย

ซีเองก็ดูประหลาดใจไม่แพ้กัน "ข้าไม่รู้… แต่… ดูเหมือนว่า… การปลุก 'แก่นแท้' ของต้นไม้… อาจจะปลุกอย่างอื่นขึ้นมาด้วย"

ขณะที่ไพลินกำลังจะตอบ เถาวัลย์สีดำที่เคยพันรอบต้นไม้ ก็เริ่มคลายตัวออกจนหมดสิ้น แต่แทนที่จะเห็นเนื้อไม้โบราณอันงดงามที่ควรจะเป็น พวกเขากลับเห็น… รอยแยกขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นบนลำต้นของต้นไม้ รอยแยกนั้นเรืองแสงสีดำสนิท และภายในนั้น… สิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายเงา กำลังคืบคลานออกมาจากรอยแยกนั้น ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงเพลิง ราวกับจะจ้องมองมาที่ไพลินและซี

"เสียงนั้น…" ไพลินเอ่ยเสียงแผ่วเบา นึกถึงเสียงที่เคยได้ยินจากเบื้องลึกของโถงใต้ดิน "มันคือ… 'เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า'… แต่… มันดูเหมือนจะ… มีรูปร่างแล้ว…"

ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขาแล้ว

--- ไพลินค้นพบว่า 'เพลงแห่งการเยียวยา' ในรูปแบบเดิมไม่สามารถขับไล่ความมืดที่กัดกินต้นไม้บรรพกาลได้ จึงปรับเปลี่ยนบทเพลงเป็นการปลุก 'แก่นแท้' ของต้นไม้ให้ตื่นขึ้น ทว่าการกระทำนี้กลับปลุกบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวและมีรูปร่างออกมาจากต้นไม้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม