← All chapters

Echoes of the Spirit Valley

Chapter 11Free

ตอนที่ 11 — เสียงเพรียกแห่งต้นไม้บรรพกาล

แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องลอดผ่านม่านใบไม้หนาทึบของพงไพรโบราณ ก่อเกิดเป็นเงาทะมึนที่เต้นระบำบนผืนดินชื้นแฉะ กลิ่นอายของดิน กลิ่นใบไม้แห้ง และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้นานาชนิดที่ไพลินไม่เคยรู้จัก ล่องลอยผสมปนเปกันในอากาศ ความเงียบสงัดของป่าถูกคั่นด้วยเสียงนกร้องเป็นบางครั้งบางคราว และเสียงฝีเท้าของไพลินกับซีที่ย่ำไปบนเศษใบไม้แห้งที่กรุบกรอบ

“อีกไม่ไกลแล้ว” ซีเอ่ยขึ้น เสียงของมันก้องกังวานน้อยๆ ในความเงียบ “ต้นไม้บรรพกาลอยู่ไม่ไกลจากที่นี่”

ไพลินพยักหน้า ใบหน้าของเธอฉายแววทั้งความเหนื่อยล้าและความมุ่งมั่น ดวงตาจับจ้องไปยังเบื้องหน้าเสมอ ราวกับมีสิ่งใดบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังดึงดูดเธออยู่ คำพูดของผู้พิทักษ์แห่งพงไพรยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ‘เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่าคือเงาของความกลัวในใจ’ มันเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่ก็เป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาของ 'เพลงแห่งการเยียวยา' และต้นไม้บรรพกาลที่อยู่บนแผ่นหินสลักของบิดา

“ท่านผู้พิทักษ์บอกว่าต้นไม้บรรพกาลคือหัวใจของผืนป่า” ไพลินพึมพำกับตัวเอง “และเพลงแห่งการเยียวยาก็คือหนทางที่จะรักษาทั้งแผ่นดินและจิตใจ… นั่นหมายความว่า หากต้นไม้บรรพกาลเจ็บป่วย แผ่นดินก็จะเจ็บป่วยไปด้วยใช่ไหม”

ซีเดินเคียงข้างเธออย่างเงียบๆ มันรับรู้ถึงความรู้สึกที่หลากหลายของไพลิน ทั้งความหวัง ความกลัว และความไม่แน่ใจที่ปะปนกันอยู่ “ใช่” มันตอบ “ทุกสิ่งเชื่อมโยงกัน ไพริน ดั่งเช่นเสียงเพลงที่เราบรรเลง หากโน้ตตัวใดผิดเพี้ยนไป บทเพลงทั้งหมดก็อาจไม่สมบูรณ์”

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ ต้นไม้สูงใหญ่รอบกายเริ่มหนาแน่นขึ้น แสงแดดส่องลงมาได้น้อยลงจนแทบไม่เห็นพื้นดิน มีเพียงแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นหย่อมๆ ไพลินรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากใจกลางป่า เป็นพลังงานที่ทั้งเก่าแก่ ทรงพลัง และแฝงเร้นไปด้วยความเศร้าโศก

ทันใดนั้นเอง ซีก็หยุดชะงัก มันชูขาหน้าขึ้นเล็กน้อย หูตั้งชัน ราวกับกำลังรับฟังเสียงบางอย่างที่ไพลินไม่ได้ยิน

“มีบางอย่างผิดปกติ” ซีกล่าว เสียงของมันแฝงความกังวล “ข้าได้ยินเสียง… เสียงที่แตกต่างจากเสียงของป่า”

ไพลินเงี่ยหูฟังตาม พยายามจับเสียงที่ซีได้ยิน ในตอนแรกมีเพียงเสียงลมพัด เสียงใบไม้เสียดสี แต่แล้ว… เธอก็ได้ยินมัน มันเป็นเสียงที่แผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบ แต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว และแฝงเร้นไปด้วยเจตนาบางอย่างที่ไม่อาจระบุได้

“เสียงนั่น… มันไม่ใช่เสียงของธรรมชาติ” ไพลินเอ่ยเสียงสั่น “มันเหมือน… เหมือนเสียงที่มาจากความว่างเปล่าอีกครั้ง”

เธอนึกถึง 'เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า' ที่เคยคุกคามเธอในโถงใต้ดิน มันเป็นเสียงที่บิดเบี้ยว เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และพยายามจะกลืนกินเธอ แต่ครั้งนี้ เสียงนั้นดูเหมือนจะอยู่ใกล้กว่าเดิม และดังชัดเจนกว่าเดิม

“ข้าสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของต้นไม้” ซีกล่าว “เสียงนั้นกำลังทำร้ายมัน”

ไพลินจ้องมองไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังออกมา หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความกลัว แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกรับผิดชอบต่อชุมชนและผู้คนในหุบเขาก็ผลักดันให้เธอต้องก้าวต่อไป เธอไม่สามารถปล่อยให้ 'เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า' ทำลายหัวใจของผืนป่าได้

“เราต้องไป” ไพลินตัดสินใจแน่วแน่ “เราต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น”

ทั้งสองเร่งฝีเท้าไปตามเสียงนั้น เส้นทางเริ่มขรุขระมากขึ้น ต้นไม้รอบกายบิดเบี้ยวผิดรูป ใบไม้แห้งเหี่ยวเฉา และพื้นดินเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้น ราวกับว่าผืนป่ากำลังทรมานจากบางสิ่งบางอย่าง

เมื่อพวกเขามาถึงใจกลางของลานกว้างแห่งหนึ่ง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ไพลินแทบหยุดหายใจ เบื้องหน้าพวกเขาคือต้นไม้โบราณขนาดยักษ์ สูงเสียดฟ้า เปลือกไม้ของมันมีลวดลายซับซ้อนคล้ายกับที่ปรากฏบนแผ่นหินสลักของบิดา แต่ทว่า… ต้นไม้ต้นนี้กำลังถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์สีดำสนิทที่เลื้อยพันไปทั่วทุกอณู ราวกับอสรพิษร้ายที่กำลังบีบรัด มันปล่อยพลังงานที่เย็นเยียบและน่าสะพรึงกลัวออกมา ทำให้บริเวณโดยรอบมีอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว

และจากใจกลางของเถาวัลย์สีดำนั้น เสียงกระซิบแห่งความเจ็บปวดก็ดังออกมาอย่างชัดเจน มันไม่ใช่เสียงลม ไม่ใช่เสียงสัตว์ป่า แต่มันคือเสียงที่แฝงเร้นไปด้วยความโกรธแค้น ความสิ้นหวัง และความปรารถนาที่จะทำลายล้าง

“นั่น… นั่นคือต้นไม้บรรพกาล?” ไพลินเอ่ยเสียงสั่น “แต่มัน… มันกำลังจะตาย”

ซีส่ายหัวช้าๆ “ไม่เชิงว่ากำลังจะตาย… แต่มันกำลังถูกครอบงำ” มันเงยหน้ามองเถาวัลย์สีดำ “นี่คือสิ่งที่ผู้พิทักษ์กล่าวถึง… เงาของความกลัวที่เกาะกิน… มันได้กัดกินเข้าไปในแก่นแท้ของต้นไม้แล้ว”

ไพลินมองไปยังแผ่นหินสลักในมือของเธอ ลวดลายบนแผ่นหินเริ่มสั่นไหวและเปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆ ออกมา แต่แสงนั้นกลับอ่อนแรง ราวกับจะถูกกลืนกินโดยเถาวัลย์สีดำที่อยู่เบื้องหน้า

“แผ่นหิน… มันกำลังตอบสนอง” ไพลินกล่าว “แต่มันอ่อนแอเกินไป”

เธอรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นระหว่างแผ่นหินสลัก ต้นไม้บรรพกาล และ 'เพลงแห่งการเยียวยา' มันคือสิ่งเดียวกัน คือหัวใจของผืนป่า คือความหวังของพวกเขา หากต้นไม้ต้นนี้ตายลง โรคประหลาดก็จะแพร่กระจายไปทั่วทั้งหุบเขา และ 'เพลงแห่งการเยียวยา' ก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไป

“เราต้องทำอะไรสักอย่าง!” ไพลินตะโกน “เราต้องปลดปล่อยต้นไม้นี้!”

แต่แล้ว เถาวัลย์สีดำก็เริ่มขยับตัวช้าๆ มันยืดตัวออกราวกับงูยักษ์ กำลังจะมุ่งตรงมายังพวกเขา เสียงกระซิบที่เคยแผ่วเบา บัดนี้ดังขึ้นจนกลายเป็นเสียงคร่ำครวญที่แสบแก้วหู ราวกับจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกสลาย

“ระวัง!” ซีร้องเตือน มันกระโจนเข้าขวางหน้าไพลินทันที

ไพลินยกแผ่นหินสลักขึ้นมา ดวงตาเบิกกว้าง จิตใจจดจ่ออยู่กับภาพของ 'เพลงแห่งการเยียวยา' บทเพลงที่เธอได้ยินเพียงแผ่วเบาในโถงใต้ดิน บทเพลงที่สามารถเยียวยาทุกสรรพสิ่ง… เธอต้องลอง เธอต้องพยายามที่จะบรรเลงมันออกมา แม้ว่าเธอจะยังไม่แน่ใจในพลังของตนเองก็ตาม

เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี นึกถึงเสียงเพลงที่บิดาของเธอเคยฮัมเบาๆ นึกถึงเสียงกระซิบของมารดา นึกถึงเสียงของจิตวิญญาณบรรพบุรุษที่เธอได้ยินผ่านขลุ่ยวิญญาณ เสียงเหล่านั้นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในจิตใจของเธอ กลายเป็นท่วงทำนองที่อ่อนโยนแต่ทรงพลัง

นิ้วเรียวของเธอเริ่มขยับไปตามอากาศ ราวกับกำลังจับขลุ่ยวิญญาณโบราณที่มองไม่เห็น แล้วเธอก็เริ่มฮัม… เสียงฮัมเบาๆ ของเธอผสมผสานกับเสียงกระซิบแห่งความเจ็บปวดของเถาวัลย์สีดำ และเสียงร้องเตือนของซี ท่วงทำนองแห่ง 'เพลงแห่งการเยียวยา' เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ มันไม่ใช่เสียงที่ดังอึกทึก แต่เป็นเสียงที่แทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของผืนป่า ราวกับสายน้ำบริสุทธิ์ที่กำลังค่อยๆ ชะล้างมลทิน

เถาวัลย์สีดำดูเหมือนจะรับรู้ถึงการต่อต้าน แสงสีเขียวอ่อนๆ จากแผ่นหินสลักเริ่มสว่างขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ยังคงอ่อนแอเกินไป ไพลินรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง การต่อสู้เพื่อรักษาหัวใจของผืนป่า และเพื่อค้นหาความแข็งแกร่งที่แท้จริงภายในใจของเธอเอง

“ข้าจะเยียวยาเจ้า… ต้นไม้บรรพกาล” ไพลินพึมพำ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจแน่วแน่ “ข้าจะขับไล่ความมืดนี้ออกไป”

เถาวัลย์สีดำขยับอย่างเกรี้ยวกราดมากขึ้น มันพุ่งเข้าหาไพลินอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนที่มันจะถึงตัว ท่วงทำนองเพลงแห่งการเยียวยาที่ไพลินบรรเลงก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนและมั่นคงกว่าเดิม แสงสีเขียวจากแผ่นหินสลักส่องสว่างวาบขึ้น เป็นสัญญาณว่าบทเพลงแห่งความหวังได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริง

แต่ถึงกระนั้น ความมืดมิดที่เกาะกินต้นไม้บรรพกาลนั้นก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกขับไล่ไปได้ง่ายๆ มันยังคงมีพลังบางอย่างที่ไพลินยังไม่เข้าใจ คอยต้านทานท่วงทำนองแห่งการเยียวยาของเธออยู่

การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

--- ไพลินและซีเดินทางมาถึงต้นไม้บรรพกาลที่กำลังถูกเถาวัลย์สีดำครอบงำ ไพลินพยายามใช้ 'เพลงแห่งการเยียวยา' เพื่อรักษาต้นไม้ แต่กลับพบว่าความมืดนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะขับไล่ได้ง่ายๆ และการต่อสู้เพื่อปกป้องหัวใจของผืนป่าก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว